
ถ้ากำลังยืนงงกลางตึกแล้วคิดในใจว่า “นี่ฉันยืนอยู่ชั้นบนดิน หรือชั้นที่ยี่สิบกว่ากันแน่นะ!?” บอกเลยว่าเพื่อนๆ กำลังเที่ยวอยู่ในฉงชิ่งอย่างไม่ต้องสงสัย! เพราะเมืองนี้ภูมิประเทศเขาเป็นภูเขาสลับซับซ้อนจนได้ฉายาว่า “เมืองแห่งภูเขา” ผังเมืองเลยถูกออกแบบให้ไต่ระดับไปตามไหล่เขา ล้ำจนเหมือนหลุดเข้าไปอยู่ในหนัง Sci-Fi บางทีเดินอยู่คิดว่าเป็นชั้นล่างสุด แต่อ้าว...นี่เราอยู่ชั้น 22 ซะงั้น! แถมยังมีรถไฟวิ่งทะลุกลางตึกที่อยู่อาศัยให้เห็นแบบหน้าตาเฉย เหลือจะเชื่อสุดๆ!
นอกจากนี้ เสน่ห์ของฉงชิ่งไม่ได้มีแค่ความล้ำแปลกตาของตัวเมืองเท่านั้น เพราะที่เที่ยวธรรมชาติรอบๆ เมืองก็อลังการงานสร้างและยิ่งใหญ่มากๆ เพื่อนๆ จะได้สัมผัสความกลมกลืนแบบแปลกใหม่ระหว่างเมืองแห่งอนาคตกับธรรมชาติที่ยังอุดมสมบูรณ์ ที่สำคัญคือทริปนี้ไปง่ายมาก คนไทยแพ็คกระเป๋าบินมาได้เลยเพราะเมืองนี้อยู่ในลิสต์ประเทศที่ไม่ต้องขอวีซ่า!
และถ้าอยากให้แพลนเที่ยวราบรื่นแบบไม่มีสะดุด แนะนำให้ลองเข้าไปเช็กราคาและกดจองตั๋วเครื่องบินรวมถึงที่พักดี ๆ ผ่าน Traveloka ไว้ล่วงหน้าได้เลย แอปเดียวจบ ครบทั้งตั๋วทั้งที่พัก สะดวกมาก!
เอาล่ะ...ถ้าพร้อมแล้ว มาดูกันดีกว่าว่าฉงชิ่งมีพิกัดไหนน่าไปเช็กอินบ้าง!
Thu, 1 Oct 2026

China Southern Airlines
กรุงเทพ (BKK) ไป เซี่ยงไฮ้ (SHA)
เริ่มจาก THB 3,365.96
Mon, 21 Sep 2026

China Southern Airlines
เชียงใหม่ (CNX) ไป เซี่ยงไฮ้ (SHA)
เริ่มจาก THB 4,478.47
Thu, 8 Oct 2026

Spring Airlines
กวางเจา (CAN) ไป เซี่ยงไฮ้ (SHA)
เริ่มจาก THB 2,373.11
อุทยานธรณีวิทยาระดับโลกแห่งนี้ตั้งอยู่ในเขตอู่หลงของฉงชิ่ง มีชื่อเสียงจากภูมิประเทศแบบคาสต์ที่งดงามอลังการ ไฮไลต์สำคัญคือ “หลุมฟ้า” หรือหลุมยุบยักษ์ขนาดใหญ่ และ “สามสะพานหินธรรมชาติ” ที่เชื่อมระหว่างหน้าผาแต่ละด้านไว้ด้วยกัน ราวกับประตูสวรรค์ เป็นจุดถ่ายภาพยอดนิยม และใช้เป็นสถานที่ถ่ายทำหนังดังระดับโลกอย่าง Transformers 4 การเดินป่าภายในอุทยานเป็นประสบการณ์ที่ท้าทายและตื่นตาตื่นใจ เป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่เหมาะสายถ่ายรูปเป็นอย่างมาก
กลุ่มประติมากรรมหินสลักโบราณกว่า 50,000 ชิ้น ซึ่งสร้างขึ้นตั้งแต่ช่วงราชวงศ์ถังถึงซ่ง มีความงดงามทางศิลปะผสมผสานกับคติธรรมพุทธ เต๋า และขงจื๊อ ภาพแกะสลักมีขนาดใหญ่และละเอียดอ่อน โดยเฉพาะในกลุ่มแกะสลักที่ Baodingshan ซึ่งมีรูปพระโพธิสัตว์และการสอนธรรมะอย่างลึกซึ้ง ทำให้ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกจาก UNESCO การมาเที่ยวที่นี่จึงไม่ใช่แค่การชมศิลปะเท่านั้น แต่ยังได้เรียนรู้ปรัชญาจีนโบราณอีกด้วย
สถาปัตยกรรมอันโอ่อ่าแห่งนี้ถือเป็นสัญลักษณ์ของฉงชิ่ง ออกแบบคล้ายพระราชวังสมัยราชวงศ์หมิงและชิง มีโดมทรงกลมขนาดใหญ่และโถงประชุมที่จุคนได้กว่า 4,000 คน ใช้สำหรับจัดประชุมสำคัญระดับชาติและงานวัฒนธรรมต่าง ๆ คุณสามารถเข้าชมความอลังการของตัวอาคารและเรียนรู้เกี่ยวกับประวัติศาสตร์ท้องถิ่นผ่านนิทรรศการภายใน เป็นจุดถ่ายภาพที่ไม่ควรพลาด โดยเฉพาะในยามค่ำคืนที่มีการเปิดไฟประดับอย่างสวยงาม อีกทั้งเดินทางได้ง่าย สามารถไปเที่ยวได้ด้วยตัวเอง และเหมาะกับนักท่องเที่ยวทุกเพศ ทุกวัย และครอบคัว
ที่เที่ยวฉงชิ่งสำหรับสายกิน! เมืองเก่าแก่ริมแม่น้ำเจียหลิงที่มีอายุกว่า 1,000 ปี เต็มไปด้วยบ้านเรือนไม้โบราณ ร้านค้า งานหัตถกรรมพื้นบ้าน และร้านอาหารชื่อดังที่เสิร์ฟขนมจีนท้องถิ่น เช่น เต้าหู้เหม็นและบะหมี่เสฉวน บรรยากาศของที่นี่ผสมผสานระหว่างความเป็นจีนโบราณกับความคึกคักของผู้คนในปัจจุบัน สามารถเดินชมซอกซอยเก่า ลองชิมของพื้นเมือง และเลือกซื้อของที่ระลึกได้อย่างเพลิดเพลิน เหมาะกับทั้งสายชิลและสายกิน
สวนสัตว์ขนาดใหญ่ที่รวบรวมสัตว์หลากหลายชนิดกว่า 200 สายพันธุ์ จุดเด่นที่สุดคือการได้ชม “หมีแพนด้ายักษ์” สัญลักษณ์แห่งชาติจีนอย่างใกล้ชิด นอกจากนี้ยังมีสัตว์หายาก เช่น เสือไซบีเรีย ลิงโกลเด้นทิเบต และสัตว์จากแอฟริกา สภาพแวดล้อมภายในสวนสัตว์ร่มรื่นและมีการจัดแสดงสัตว์อย่างเป็นธรรมชาติ เป็นที่เที่ยวฉงชิ่งที่เหมาะสำหรับครอบครัว ในการมาพักผ่อนในบรรยากาศสบาย ๆ ท่ามกลางธรรมชาติ
วัดสือเป่าจ้ายเป็นวัดโบราณที่ตั้งอยู่บนหน้าผาหินสูงโดดเด่น สร้างขึ้นตั้งแต่สมัยราชวงศ์ชิง มีโครงสร้างไม้สีแดงที่เรียกว่า “หอคอยสือเป่า” สูง 12 ชั้น ซึ่งสร้างโดยไม่ใช้ตะปู สถาปัตยกรรมนี้ถือเป็นงานศิลปะชั้นยอดที่แสดงถึงความสามารถทางวิศวกรรมของจีนโบราณ ภายในวัดมีภาพเขียนฝาผนังและพระพุทธรูปเก่าแก่ ที่นี่นักท่องเที่ยวจะได้สัมผัสทั้งประวัติศาสตร์และธรรมชาติในบรรยากาศสงบเย็นเหมาะแก่การทำสมาธิและถ่ายภาพ
หงหยาต้งเป็นย่านพักผ่อนริมแม่น้ำแยงซีเกียงที่มีลักษณะเป็นอาคารไม้หลายชั้นตั้งเรียงชิดกันบนเนินเขา ย่านนี้ผสมผสานวัฒนธรรมเก่าแก่กับความล้ำ มีร้านอาหารท้องถิ่น คาเฟ่ บาร์ และร้านขายของที่ระลึกมากมาย โดยเฉพาะในช่วงค่ำที่มีการประดับไฟหลากสีสัน ยิ่งเพิ่มบรรยากาศโรแมนติก แนะนำให้คุณเดินเล่น ชมวิวแม่น้ำและถ่ายรูปเมืองที่ส่องแสงระยิบระยับ หรือชิมอาหารพื้นเมืองฉงชิ่งได้อย่างเต็มที่
ถนนคนเดินเจียฟางเป่ยเป็นแหล่งช้อปปิ้งและศูนย์กลางธุรกิจที่สำคัญของฉงชิ่ง มีร้านค้าระดับแบรนด์เนมมากมาย รวมถึงร้านอาหาร คาเฟ่น่านั่ง และห้างสรรพสินค้าหลายแห่ง ตรงกลางถนนมี “หอระฆัง” อันเป็นสัญลักษณ์ของพื้นที่นี้ มีบรรยากาศคึกคักและเต็มไปด้วยผู้คน เหมาะกับการมาเดินเล่น ช้อปปิ้ง หรือจิบกาแฟพักผ่อนหลังเที่ยวที่อื่นในเมือง
ภูเขาจือหยางเป็นหนึ่งในแหล่งธรรมชาติที่สำคัญของฉงชิ่ง มีทัศนียภาพเขียวขจีและอากาศบริสุทธิ์ เหมาะสำหรับนักท่องเที่ยวที่ชอบปีนเขาและเดินป่า ภูเขานี้ยังเป็นที่ตั้งของวัดโบราณหลายแห่งที่เงียบสงบและมีความศักดิ์สิทธิ์ เหมาะกับวันพักผ่อนสบาย ๆ และสัมผัสกับธรรมชาติ รวมถึงชมวิวที่สวยงามของเมืองฉงชิ่งจากมุมสูง เป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่สายถ่ายรูปไม่ควรพลาด
สะพานนานฟงเป็นสะพานที่มีความสวยงามและทันสมัย ตั้งอยู่บริเวณเลียบเคียงแม่น้ำแยงซีเกียง เป็นจุดชมเมืองฉงชิ่งที่สวยงาม คุณสามารถเดินเล่นริมน้ำ หาของกินอร่อย ๆ นั่งคาเฟ่วิวสวย เดินเลือกได้ตามเต้องการเลย ร้านเยอะมาก! สุดท้าย เราแนะนำให้คุณไปเที่ยวที่นี่ในช่วงเย็น ๆ พระอาทิตย์ลับฟ้าจนถึงช่วงค่ำ เพราะจะได้เห็นวิวเมืองฉงชิ่งยามค่ำคืนที่ระดับไฟส่องแสงระยิบระยับอย่างสวยงาม
พิพิธภัณฑ์สงครามแห่งฉงชิ่งจัดแสดงประวัติศาสตร์ช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 ในยุคที่ฉงชิ่งเป็นเมืองหลวงสงครามของจีน นิทรรศการจัดแสดงทั้งภาพถ่าย เอกสาร และอาวุธโบราณ เพื่อให้ความรู้และสร้างความตระหนักถึงความยากลำบากในอดีต สถานที่นี้เหมาะสำหรับผู้ที่สนใจประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมจีน
สวนพฤกษศาสตร์ฉงชิ่งเป็นสถานที่ที่รวบรวมพันธุ์ไม้และพืชจากหลากหลายภูมิภาคทั่วโลก รวมถึงพันธุ์ไม้หายากและพันธุ์ไม้ท้องถิ่น มีเส้นทางเดินชมสวนและพื้นที่ให้นั่งปิกนิก เหมาะกับครอบครัวและนักท่องเที่ยวที่ชื่นชอบธรรมชาติและการศึกษาพฤกษศาสตร์ บรรยากาศร่มรื่นและเงียบสงบ
พิพิธภัณฑ์แห่งนี้รวบรวมงานศิลปะร่วมสมัยจากศิลปินจีนและนานาชาติที่มีลักษณะเหมือนกองตะเกียบสีดำและสีแดง ข้างในมี Exhibition ล้ำ ๆ และสร้างสรรค์ในเวลาเดียวกัน เหมาะกับคนที่ชื่นชอบศิลปะและวัฒนธรรมสมัยใหม่ อีกทั้งยังมีกิจกรรมเวิร์คช็อปและสัมมนาศิลปะต่าง ๆ เพื่อส่งเสริมความรู้และแรงบันดาลใจให้กับผู้มาเที่ยว คนส่วนใหญ่ที่มาเที่ยวมักจะนิยมมาถ่ายรูปเช็คอินที่หน้าพิพิธภัณฑ์แห่งนี้เพราะเป็นดีไซน์ที่ไม่เหมือนใคร
สวนดอกไม้ฉงชิ่งเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่รวบรวมพันธุ์ไม้และดอกไม้สวยงามนานาชนิด โดยเฉพาะช่วงฤดูใบไม้ผลิและฤดูร้อน ที่นี่จะมีดอกไม้บานสะพรั่งหลากสีสัน เหมาะกับการถ่ายภาพและพักผ่อนกับธรรมชาติ สวนแห่งนี้จัดกิจกรรมปลูกต้นไม้และเวิร์คช็อปเกี่ยวกับพฤกษศาสตร์ให้กับผู้เยี่ยมชมด้วย
สวนดอกบัวหยวนหยางเป็นสวนสาธารณะที่โดดเด่นด้วยบัวนานาพันธุ์ที่บานสะพรั่งในฤดูร้อน สามารถเดินเล่นชมดอกไม้และนั่งพักผ่อนริมบึงบัวอย่างสบายใจ บรรยากาศสงบและสดชื่น เหมือนหลุดออกมาจากในนิยายจีนเลยทีเดียว ทำให้เป็นจุดพักผ่อนที่ได้รับความนิยมในหมู่คนท้องถิ่นและนักท่องเที่ยว เหมาะกับครอบครัวและผู้ที่ชอบถ่ายภาพธรรมชาติ
เวลาเปิด-ปิด: 8.00 น. ถึง 17.30 น.
ดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ http://www.glhc.org.cn/
ถ้าถามว่ามาเที่ยวฉงชิ่งครั้งแรก แล้วอยากเห็นความล้ำระดับ Cyberpunk City ต้องมาเช็กอินที่นี่เลย! ตึก Raffles City Chongqing เป็นอาคารดีไซน์ล้ำยุคที่ตั้งอยู่ตรงจุดตัดของแม่น้ำแยงซีและแม่น้ำเจียหลิง พอดิบพอดี ไฮไลต์ที่ซ่อนอยู่บนยอดตึกคือ "The Crystal" สะพานเรือนกระจกแนวนอนที่ยาวที่สุดในโลก ด้านบนเป็น จุดชมวิวฉงชิ่งพื้นกระจกใสแจ๋ว (Exploration Deck) ที่ชวนให้ใจหายแวบ บอกเลยว่าใครอยากมาล่าจุดถ่ายรูปฉงชิ่ง มุมสูงแบบ 360 องศา หรืออยากมาซึมซับบรรยากาศฉงชิ่งตอนกลางคืนที่สว่างไสวไปด้วยแสงไฟของเมืองแห่งนี้ ต้องห้ามพลาดเด็ดขาด!
อีกหนึ่ง ที่เที่ยวฉงชิ่งห้ามพลาด ที่สร้างความมหัศจรรย์ใจจนเป็นไวรัลไปทั่วโลก กับภาพของ รถไฟทะลุตึก ฉงชิ่ง ที่วิ่งหายเข้าไปในอพาร์ตเมนต์สูง 19 ชั้น! ตอกย้ำความเป็น เมือง 8 มิติ ฉงชิ่ง ที่แท้ทรู เพราะภูมิประเทศที่เป็นเมืองภูเขา ทำให้วิศวกรจีนเขาออกแบบตัวตึกและสถานีไปพร้อมๆ กันเลย ใครที่มา เที่ยวฉงชิ่งด้วยตัวเอง แนะนำให้ลงมาตรงลานด้านล่างตึก ซึ่งเขาทำเป็นจุดถ่ายรูปรถไฟทะลุตึกเอาไว้ให้โดยเฉพาะ ยืนอ้าปากโพสท่ารอถ่ายรูปเก๋ ๆ ตอนรถไฟกำลังวิ่งเข้าตึก รับรองว่ายอดไลก์พุ่งแน่นอน!
อยากอินกับเสน่ห์ความเรโทรของฉงชิ่งยุคก่อน ต้องมาลองนั่งกระเช้าข้ามแม่น้ำแยงซี กระเช้าสุดคลาสสิกที่เปิดให้บริการมาตั้งแต่ปี 1987 ตัวกระเช้าจะพาเราบินเหินฟ้าข้ามแม่น้ำแยงซี เชื่อมระหว่างสองฝั่งเมือง ในอดีตคนท้องถิ่นใช้เดินทางข้ามไปทำงาน แต่ปัจจุบันกลายเป็นหนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวฉงชิ่งที่ยอดฮิตมากๆ จากบนกระเช้าเราจะได้เห็นทัศนียภาพของเมืองภูเขาจีนและตึกสูงระฟ้าที่เบียดเสียดกันแน่นในแบบที่ไม่มีอะไรมาบดบัง แนะนำให้สแกนจองคิวล่วงหน้าผ่านแอปจีนไว้ก่อนเลยนะ เพราะคิวยาวตลอดวันจริงๆ
สายคอนเทนต์หรือคนชอบถ่ายรูปสถาปัตยกรรมต้องกดเลิฟสิ่งนี้! จงซูเก๋อเป็นร้านหนังสือที่ได้ชื่อว่าสวยและล้ำที่สุดในจีน ดีไซน์ภายในร้านถอดแบบโครงสร้างมาจากความเป็นเมือง 8 มิติ ของเมืองฉงชิ่งด้วยการใช้บันไดเขาวงกตทอดยาวสลับซับซ้อนเชื่อมต่อกันไปมา พร้อมเพดานที่เป็นกระจกเงาสะท้อนภาพกลับหัว ดูลึกลับและหลอกตาฟีลหนังเรื่อง Inception สุดๆ ยิ่งตอนเดินหามุมถ่ายรูปจะรู้สึกสนุกมาก เป็นพิกัดชิคๆ ในร่มที่เหมาะมากสำหรับใครอยากได้รูปโปรไฟล์ใหม่ไปอวดเพื่อน!
ปิดท้ายด้วยจุดชมวิวกลางคืนฉงชิ่งที่สวยตาแตกที่สุด! สะพานเฉียนซือเหมิน เป็นสะพานขึงขนาดใหญ่ที่ทอดข้ามแม่น้ำเจียหลิง ความพิเศษคือสะพานนี้ตั้งอยู่ข้างๆ ตึก หงหยาต้ง แลนด์มาร์กอันดับหนึ่งของเมืองเลย ในช่วงค่ำเมื่อตัวสะพานและตึกโบราณเปิดไฟสีเหลืองอร่าม ที่นี่จะกลายเป็น เมือง Cyberpunk จีน ที่สะท้อนเงาลงบนผืนน้ำอย่างสวยงาม นักท่องเที่ยวนิยมมาเดินเล่นบนทางเท้าของสะพานเพื่อรับลมเย็น ๆ และใช้เป็น จุดถ่ายรูปหงหยาต้งจากมุมสูงที่มองเห็นอาคารไม้ไล่ระดับได้อย่างอลังการที่สุด
เป็นร้านที่มีชื่อเสียงในการให้บริการ หม้อไฟ (Hotpot) สไตล์ฉงชิ่ง ซึ่งก็คือหม่าล่าที่เรารักนั่นเอง! รสชาติมีความเผ็ดร้อนและกลมกล่อมตามแบบฉบับของฉงชิ่ง ร้านนี้ถือว่าเป็นที่นิยมมากในหมู่นักท่องเที่ยวและคนท้องถิ่น และยังมีส่วนผสมของวัตถุดิบสดใหม่ที่หลากหลาย นอกจากซุปหม่าล่าแล้วก็ยังมีซุปรสชาติอื่น ๆ ที่อร่อยไม่แพ้กันให้เลือกอีกหลายแบบ
ร้านอาหารจีนที่มีชื่อเสียงในย่าน Jie Fang Bei ของฉงชิ่ง ตั้งอยู่ในทำเลที่สะดวกและเข้าถึงง่าย ร้านนี้มีความเชี่ยวชาญในการทำอาหารเสฉวนที่รสชาติเผ็ดจัดจ้าน พร้อมเสิร์ฟอาหารที่มีคุณภาพ ทั้งในรูปแบบของเมนูพิเศษและอาหารตามสั่งที่ได้รับความนิยมโดยเฉพาะ เช่น หมูสามชั้นผัดกับพริกสด และเส้นบะหมี่เสฉวนที่เหนียวนุ่ม รสชาติกลมกล่อมไม่เหมือนใคร
ร้านชื่อดังของฉงชิ่งที่มีมานานกว่า 100 ปี เป็นร้านอาหารจีนที่ใหญ่ที่มีถึง 2 ชั้น ชั้นแรกเสิร์ฟอาหารแบบจาน ส่วนใหญ่เป็นเมนูผัด ๆ ซึ่งเมนูที่ไม่ควรพลาดคือ Mutton Rib Cage ที่มีรสเผ็ด และมีหลิ่นหอมเครื่องเทศ และชั้นบนจะขายอาหาร Hot Pot หม่าล่าแบบเผ็ดร้อนสไตล์ฉงชิ่ง
เหมาะกับ: ครอบครัว คู่รัก นักธุรกิจ สายเที่ยวคนเดียว
ซัมเมอร์เซ็ท แยงซี ริเวอร์ ฉงชิ่ง เป็นที่พักระดับพรีเมียมที่ตั้งอยู่ใกล้แม่น้ำแยงซีและใจกลางเมืองแต่ราคาไม่แพง สะดวกสบายทั้งการเดินทางและการชมวิวเมืองแบบพาโนรามา ห้องพักกว้างขวาง ตกแต่งอย่างมีสไตล์ พร้อมครัวขนาดเล็ก ภายในมีสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน เช่น ห้องฟิตเนส สระว่ายน้ำ และพื้นที่เด็กเล่น บรรยากาศเงียบสงบและปลอดภัย แม้อยู่ในย่านคึกคัก การบริการอบอุ่นเป็นกันเอง เพิ่มความประทับใจในทุกการเข้าพัก ที่นี่จึงเป็นตัวเลือกยอดนิยมสำหรับผู้ที่มองหาความสบายเหมือนอยู่บ้าน พร้อมวิวและโลเคชันที่ตอบโจทย์การท่องเที่ยวและทำงาน

China

ซัมเมอร์เซ็ท แยงซี ริเวอร์ ฉงชิ่ง

9.3/10
•




Yuzhong
THB 1,636.51
เหมาะกับ : นักธุรกิจ ครอบครัว คู่รัก สายติดแกลม นักท่องเที่ยวที่พักระยะยาว
Marriott Executive Apartments ฉงชิ่ง เป็นที่พักสุดหรูในย่านใจกลางธุรกิจของเมือง ห้องพักกว้างขวางสไตล์อพาร์ตเมนต์ พร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน ทั้งห้องครัว เครื่องซักผ้า และพื้นที่นั่งเล่น ทำให้เหมาะกับการพักระยะยาวหรือการเดินทางแบบครอบครัว ภายในที่พักยังมีฟิตเนส สระว่ายน้ำ ห้องอาหาร และบริการรูมเซอร์วิสที่ได้มาตรฐานระดับโรงแรมห้าดาว เดินทางสะดวก ใกล้สถานีรถไฟฟ้า ห้างสรรพสินค้า และร้านอาหารท้องถิ่นมากมาย บรรยากาศเงียบสงบ ให้ความรู้สึกเป็นส่วนตัว แต่ยังคงความสะดวกทันสมัยครบครัน

China

Marriott Executive Apartments ชงชิ่ง

9.6/10
•





Yuzhong
THB 3,035.25
เหมาะกับ : นักธุรกิจ คู่รัก ครอบครัว สายเสพวิว สายคอนเทนต์
InterContinental Chongqing Raffles City ตั้งอยู่ในอาคาร Raffles City อันโดดเด่น ณ จุดบรรจบของแม่น้ำแยงซีและเจียหลิง ใจกลางย่าน Yuzhong พร้อมวิวแม่น้ำและเมืองแบบพาโนรามา ห้องพักตกแต่งด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกระดับพรีเมียม ภายในโรงแรมมีสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน

China

InterContinental Hotels CHONGQING RAFFLES CITY by IHG

9.7/10
•





Yuzhong
THB 6,624.96
สำหรับการเดินทางจากไทยไปฉงชิ่ง บอกเลยว่าสะดวกสบายกว่าเมื่อก่อนเยอะมาก เพราะเราสามารถบินตรงจากกรุงเทพฯ (ทั้งสนามบินดอนเมืองและสุวรรณภูมิ) ไปลงที่สนามบินนานาชาติฉงชิ่งเจียงเป่ย์ (Chongqing Jiangbei International Airport - CKG) ได้เลย โดยใช้เวลาบินแค่ประมาณ 3 ชั่วโมงนิด ๆ เท่านั้น แปบเดียวก็ถึงแล้ว!
และถ้าอยากได้ตั๋วโปรโมชันราคาประหยัด หรืออยากเปรียบเทียบตั๋วของแต่ละสายการบินให้คุ้มที่สุด แนะนำให้ลองกดเข้าไปเช็กตั๋วเครื่องบินไปฉงชิ่งในแอป Traveloka ดูได้เลย มีให้เลือกครบทุกสายการบิน แถมยังจองง่าย จ่ายสะดวก ช่วยเซฟงบในกระเป๋าไปได้อีกเยอะ!
เช็คราคาตั๋วเครื่องบินไปฉงชิ่งกับ Traveloka
เที่ยวฉงชิ่ง เดือนไหนดี? ช่วงเวลาที่ดีที่สุดในการเที่ยวฉงชิ่งคือ เดือนกันยายน - พฤศจิกายน (ฤดูใบไม้ร่วง) และ เดือนมีนาคม - พฤษภาคม (ฤดูใบไม้ผลิ) เนื่องจากสภาพอากาศเย็นสบาย เดินเที่ยวเมืองภูเขาได้ชิล ๆ ไม่ร้อนหรือหนาวจัดจนเกินไป
แต่ถ้าอยากรู้รายละเอียดของแต่ละฤดูเพิ่มเติมเพื่อเลือกช่วงที่ชอบที่สุด ลองมาดูสรุปกันได้เลย:
| ฤดูกาล | ช่วงเดือน | อุณหภูมิเฉลี่ย | ความน่าเที่ยว / ไฮไลต์เด็ด |
| ฤดูใบไม้ผลิ | มี.ค. - พ.ค. | 15°C – 25°C | อากาศดี ดอกไม้บาน ถ่ายรูปสวย |
| ฤดูร้อน | มิ.ย. - ส.ค. | 28°C – 40°C | แดดแรง อากาศร้อน จัดเต็มวิวกลางคืน |
| ฤดูใบไม้ร่วง | ก.ย. - พ.ย. | 15°C – 20°C | แนะนำที่สุด! ใบไม้เปลี่ยนสี เดินชิลมาก |
| ฤดูหนาว | ธ.ค. - ก.พ. | 6°C – 12°C | อากาศหนาวจัด เมืองในหมอก ซดหม้อไฟฟิน |
โหลดแอปจีนที่จำเป็นต่อการท่องเที่ยวของคุณเอาไว้ล่วงหน้าก่อนเดินทางจริง เพื่อความสะดวกสบายในการเที่ยว ได้แก่
- Amap ที่จีนจะไม่ค่อยใช้ Google Maps กัน บางสถานที่จึงไม่มีใน Google Maps และบางทีมีปักไว้ แต่ไม่ตรงกับความเป็นจริงซะงั้น เพราะฉะนั้นควรโหลดแอป Navigator ของจีนไว้ ซึ่งเราขอแนะนำ Amap เนื่องจากไม่ต้องมีเบอร์จีนก็ใช้ได้ และยังมีภาษาอังกฤษ สะดวกสำหรับนักท่องเที่ยว
- Alipay นอกจากเงินสดแล้ว แอป Alipay ก็เป็นอีกหนึ่งตัวเลือกที่ชาวจีนใช้สแกนจ่ายแทบทุกสิ่งทุกอย่าง ไม่ว่าจะเป็นร้านอาหาร ของใช้ทั่วไป ตั๋วพิพิธภัณฑ์ต่าง ๆ และซื้อของออนไลน์
- DiDi ใช้เรียกแท้กซี่ในจีน ซึ่งจะทำงานคล้าย ๆ กับ Grab บ้านเรานั่นเอง
- AccuWeather สำหรับเช็คพยากรณ์อากาศรายชั่วโมง รายวัน และแจ้งเตือนสภาพอากาศเลวร้าย
Q: ไปเที่ยวฉงชิ่งช่วงเดือนไหนดีที่สุด?
A: ช่วงที่น่าเที่ยวที่สุดคือ เดือนกันยายน - พฤศจิกายน (ฤดูใบไม้ร่วง) เพราะอากาศเย็นสบายกำลังดีประมาณ 15-20 องศาเซลเซียส และได้เห็นใบไม้เปลี่ยนสีตามธรรมชาติด้วย รองลงมาคือช่วงเดือนมีนาคม - พฤษภาคม (ฤดูใบไม้ผลิ) ที่อากาศดีและดอกไม้บานสะพรั่ง เหมาะกับการเดินเที่ยวเมืองภูเขาที่สุด
Q: คนไทยไปเที่ยวฉงชิ่งต้องทำวีซ่าไหม?
A: ไม่ต้องทำวีซ่า เพราะตอนนี้เป็นยุคฟรีวีซ่าไทย-จีนแล้ว นักท่องเที่ยวชาวไทยสามารถถือพาสปอร์ตที่มีอายุเหลือมากกว่า 6 เดือน แพ็คกระเป๋าแล้วบินไปเที่ยวฉงชิ่งได้เลยทันที สะดวกสบายและประหยัดค่าใช้จ่ายไปได้เยอะมาก
Q: ไปเที่ยวฉงชิ่งกี่วันดี ถึงจะเก็บพิกัดไฮไลต์ได้ครบ?
A: แนะนำจัดทริปประมาณ 4 วัน 3 คืน หรือ 5 วัน 4 คืน กำลังดีเลย แพลนนี้จะช่วยให้คุณเก็บแลนด์มาร์กหลัก ๆ ในตัวเมืองได้ครบถ้วน และยังมีเวลาเหลือพอที่จะจัด One Day Trip ออกไปลุยธรรมชาติอลังการระดับมรดกโลกที่อุทยานแห่งชาติอู่หลงได้แบบไม่เหนื่อยจนเกินไปด้วย
Q: พูดภาษาจีนไม่ได้เลย จะเที่ยวฉงชิ่งด้วยตัวเองรอดไหม?
A: รอดแน่นอน! แค่คุณโหลดแอป Alipay สำหรับใช้สแกนจ่ายเงินและขึ้นรถไฟฟ้า ควบคู่กับแอปแผนที่ Amap ที่มีภาษาอังกฤษไว้ดูทาง เวลาสั่งอาหารหรือคุยกับคนท้องถิ่นก็ใช้แอปแปลภาษาในมือถือพิมพ์ยื่นให้ดูได้เลย เที่ยวเองได้ง่ายและสนุกแน่นอน
Q: ไปเที่ยวฉงชิ่งใช้เงินสดหรือบัตรเครดิตสะดวกกว่ากัน?
A: ที่ฉงชิ่ง (รวมถึงประเทศจีนส่วนใหญ่) แทบจะไร้เงินสด 100% แล้ว แนะนำให้ดาวน์โหลดแอป Alipay หรือ WeChat Pay แล้วผูกบัตรเครดิต/เดบิตจากไทยไว้ล่วงหน้าเพื่อใช้สแกนจ่ายเงิน ส่วนเงินสดพกติดตัวไว้เผื่อฉุกเฉินนิดหน่อยพอ
Q: ร้านหม้อไฟหม่าล่าในฉงชิ่งเผ็ดมากไหม คนไม่กินเผ็ดสั่งได้ไหม?
A: หม้อไฟฉงชิ่งแท้ ๆ จะมีความเผ็ดร้อนและชาลิ้น (หม่าล่า) เข้มข้นกว่าที่ไทยมากครับ แต่ถ้ากินเผ็ดไม่ได้หรือกินได้น้อย ตอนสั่งสามารถเลือกน้ำซุปแบบ "หม้อกึ่งกลาง" (鸳鸯锅 - หยวนยางกัว) ที่แบ่งเป็นสองฝั่ง โดยฝั่งหนึ่งเป็นซุปหม่าล่า และอีกฝั่งเป็นซุปกระดูกหมูหรือซุปมะเขือเทศที่ไม่เผ็ดได้
Q: ไปเที่ยวอุทยานแห่งชาติอู่หลง (หลุมฟ้า 3 สะพานสวรรค์) เดินเหนื่อยไหม?
A: ภายในอุทยานจะเน้นการเดินเท้าตามเส้นทางธรรมชาติขนาบหน้าผาและหลุมยุบ มีจุดที่ต้องขึ้น-ลงบันไดพอสมควรค่อนข้างท้าทายกำลังขา แต่ทางอุทยานมีบริการลิฟต์แก้วแกะสลักพาดิ่งลงไปด้านล่าง ช่วยทุ่นแรงในการเดินไปได้เยอะมาก
Q: ซื้อซิมการ์ดจากไทยไป หรือไปซื้อซิมที่จีนดีกว่ากัน?
A: แนะนำให้ซื้อ Travel SIM (ซิมท่องเที่ยว) หรือเปิด Roaming จากค่ายมือถือในไทยไปล่วงหน้าดีที่สุด เพราะจะสามารถใช้งานแอปพลิเคชันอย่าง Line, Facebook, Instagram และ Google Maps ได้ทันทีโดยไม่ต้องผ่านแอปพลิเคชัน VPN ให้ยุ่งยาก
Q: ปลั๊กไฟที่ฉงชิ่งเป็นแบบไหน ต้องพกหัวแปลง (Adapter) ไปไหม?
A: โรงแรมส่วนใหญ่ในฉงชิ่งมีเต้าเสียบแบบสากล (Universal) ที่สามารถใช้กับขาปลั๊กแบน 2 ขาของไทยได้เลย แต่เพื่อความชัวร์ โดยเฉพาะหากคุณพักโรงแรมท้องถิ่นขนาดเล็ก พก Universal Adapter ติดกระเป๋าไปด้วยสักอันจะอุ่นใจที่สุด
อ่านต่อ:


















