
ถ้ามีประเทศไหนที่เหมาะกับการนั่งรถไฟเที่ยวที่สุดในโลก ชื่อของสวิตเซอร์แลนด์ น่าจะติดอยู่ในลิสต์อันดับต้นๆ แบบไม่ต้องเถียง เพราะที่นี่คือดินแดนของวิวภูเขาหิมะ ทะเลสาบสีฟ้าใส และหมู่บ้านเล็ก ๆ กลางหุบเขาที่สวยเหมือนภาพวาด ยิ่งเวลารถไฟค่อยๆ วิ่งผ่านวิวของเทือกเขาแอลป์ บอกเลยว่าหลายช่วงสวยจนแทบไม่อยากละสายตาเลยจริงๆ
บทความนี้เลยรวมมาให้แล้วกับ 7 เส้นทางรถไฟสวิตเซอร์แลนด์วิวสวยระดับโลกที่สายธรรมชาติและคนรักการเดินทางไม่ควรพลาด ใครกำลังวางแผนเที่ยวสวิตเซอร์แลนด์ด้วยตัวเองหรืออยากลองนั่ง Switzerland scenic train สักครั้งในชีวิต เซฟลิสต์นี้ไว้ได้เลย!
และถ้าอยากจัดทริปให้สะดวกขึ้น ก็สามารถจองครบได้ผ่าน Traveloka ไม่ว่าจะเป็นตั๋วเครื่องบิน ที่พัก หรือกิจกรรมท่องเที่ยว ก็จัดการได้ในแอปเดียว เหมาะมากสำหรับคนที่กำลังวางแพลนทริปสวิตเซอร์แลนด์หรือมีแพลนเที่ยวยุโรปด้วยรถไฟเพราะช่วยให้จัดทริปง่ายขึ้น ไม่ต้องเปิดหลายเว็บให้วุ่นวาย!
ถ้ามีรถไฟสักสายที่ถูกเรียกว่า “รถไฟด่วนที่ช้าที่สุดในโลก” ก็คือ Glacier Express นี่แหละ แต่บอกเลยว่าความช้าเป็นข้อดี เพราะวิวระหว่างทางสวยจนไม่อยากให้ถึงปลายทางเร็วเลยจริง ๆ เส้นทางนี้เชื่อมระหว่างเมืองตากอากาศชื่อดังอย่าง Zermatt และ St. Moritz ผ่านภูเขาหิมะ หุบเขาลึก สะพานโค้ง และหมู่บ้านเล็ก ๆ กลางเทือกเขาแอลป์แบบเต็มตา
หนึ่งในไฮไลต์ที่หลายคนรอคือช่วงที่รถไฟวิ่งผ่าน Landwasser Viaduct สะพานโค้งคอนกรีตสุดไอคอนิกที่ทอดตัวกลางหุบเขา ถือเป็นหนึ่งในภาพจำของรถไฟสวิตเซอร์แลนด์ที่หลายคนอยากเห็นด้วยตาตัวเองสักครั้ง รวมถึง Oberalp Pass จุดสูงกว่า 2,000 เมตรที่มาพร้อมวิวหิมะอลังการมากในช่วงฤดูหนาว ใครอยากลองนั่งรถไฟสวิตเซอร์แลนด์แบบวิวพีคทุกนาที เส้นนี้คือที่สุดของคำว่ารถไฟวิวสวยที่สุดในโลกจริงๆ
อีกหนึ่งเส้นทางระดับตำนานของรถไฟชมวิวสวิตเซอร์แลนด์ ที่สายวิวธรรมชาติต้องลองสักครั้งคือ Bernina Express เพราะนี่คือเส้นทางที่พาเราไต่ผ่านภูเขาหิมะ ธารน้ำแข็ง และทะเลสาบสีฟ้า ก่อนจะค่อยๆ เปลี่ยนวิวไปเป็นหมู่บ้านสไตล์อิตาลีสุดอบอุ่นในเมือง Tirano
ความพิเศษของเส้นนี้คือได้รับการขึ้นทะเบียนเป็น UNESCO World Heritage ด้วย เพราะถือเป็นผลงานวิศวกรรมรถไฟสุดล้ำตั้งแต่ต้นศตวรรษที่ 20 โดยรถไฟจะไต่ระดับผ่านเทือกเขาสูงแบบไม่มีระบบฟันเฟือง ซึ่งถือว่าโหดมากในยุคนั้น ระหว่างทางยังผ่าน Brusio Spiral Viaduct สะพานรถไฟวงกลมชื่อดังที่หลายคนอยากเห็นด้วยตาตัวเองสักครั้ง
ใครกำลังหาเส้นทางรถไฟผ่านเทือกเขาแอลป์แบบอลังการ เส้นนี้คือครบทั้งวิว ภูเขา และความโรแมนติกแบบยุโรปเต็มๆ
ถ้าอยากได้ฟีลสวิตเซอร์แลนด์แบบในโปสการ์ด ต้องลองนั่ง GoldenPass Express เพราะเส้นทางนี้เต็มไปด้วยวิวทะเลสาบสีฟ้า หมู่บ้านไม้กลางเขา และทุ่งหญ้าสีเขียวสุดละมุน
รถไฟจะวิ่งจาก Montreux เมืองริมทะเลสาบ Geneva ที่บรรยากาศออกแนว French Riviera ไปจนถึง Interlaken เมืองยอดฮิตกลางหุบเขา ระหว่างทางวิวจะค่อยๆ เปลี่ยนจากทะเลสาบ ไร่องุ่น ไปเป็นภูเขาและบ้านสไตล์ชาเลต์แบบสวิสแท้ๆ นั่งแล้วเพลินมาก
เส้นนี้ถือว่าเป็นหนึ่งในเส้นทางรถไฟวิวสวยสวิตเซอร์แลนด์ที่เหมาะกับคนมาเที่ยวสวิตครั้งแรกเพราะได้เห็นหลากหลายบรรยากาศในทริปเดียว แถมตัวรถไฟยังออกแบบกระจกกว้าง มองวิวได้เต็มตาสุดๆ อีกด้วย
ปัจจุบัน GoldenPass Express สามารถวิ่งตรงระหว่าง Montreux ถึง Interlaken ได้แล้วด้วยเทคโนโลยีสลับขนาดล้อสุดล้ำ แต่ในบางฤดูกาลอาจมีการปรับตารางเดินรถหรือเปลี่ยนขบวนที่ Zweisimmen แนะนำให้เช็กตารางรถไฟล่วงหน้าก่อนเดินทางอีกครั้ง
เส้นนี้ต่างจากสายอื่นตรงที่ไม่ได้มีแค่รถไฟ แต่เป็นการเดินทางผสมระหว่างเรือ + รถไฟที่โรแมนติกมาก เริ่มต้นจากการล่องเรือในทะเลสาบ Lucerne ก่อนจะต่อขึ้น Gotthard Panorama Express ผ่านเส้นทางเก่าแก่กลางภูเขา
ความพิเศษของเส้นนี้คือเรื่องประวัติศาสตร์ เพราะ Gotthard Route ถือเป็นเส้นทางสำคัญที่เชื่อมตอนเหนือและใต้ของสวิตเซอร์แลนด์มาตั้งแต่อดีต ซึ่งวิ่งผ่านอุโมงค์ Gotthard เดิม ก่อนที่จะมีการเปิดใช้อุโมงค์ฐานลึก (Gotthard Base Tunnel) ในปัจจุบัน ระหว่างทางจะเห็นทั้งหมู่บ้านเก่า ป้อมปราการ และโบสถ์เล็กๆ ซ่อนตัวอยู่ตามไหล่เขา
วิวของเส้นนี้จะต่างจากสายหิมะ เพราะเต็มไปด้วยทะเลสาบ ภูเขา และบรรยากาศแบบเมดิเตอร์เรเนียนทางตอนใต้ของสวิต ทำให้รู้สึกเหมือนได้เที่ยวสองประเทศในวันเดียวเลย
นี่คือหนึ่งในเส้นทางรถไฟสวิสวิวภูเขาที่หลายคนตกหลุมรัก เพราะใช้เวลาไม่นานแต่วิวระหว่างทางคืออลังการมาก รถไฟสายนี้จะพาเราไต่ระดับจากเมือง Zermatt ขึ้นไปยัง Gornergrat จุดชมวิวที่มองเห็น Matterhorn ได้แบบเต็มตา
จริงๆ แล้วเส้นนี้มีประวัติยาวนานมาก เพราะเปิดให้บริการมาตั้งแต่ปี 1898 และถือเป็นรถไฟฟันเฟืองไฟฟ้าสายแรกของสวิตเซอร์แลนด์อีกด้วย ระหว่างทางจะผ่านป่าสน ทุ่งหิมะ และวิวภูเขาสูงแบบพาโนรามา ยิ่งช่วงหน้าหนาวคือเหมือนอยู่ในโลกน้ำแข็งเลย
พอขึ้นไปถึงด้านบน บอกเลยว่าวิวคุ้มเหนื่อยมาก เพราะจะเห็นยอดเขากว่า 20 ยอดเรียงตัวอยู่รอบๆ รวมถึง Matterhorn ภูเขาทรงสามเหลี่ยมสุดไอคอนิกที่หลายคนคุ้นตาจากแพ็กเกจช็อกโกแลต Toblerone นั่นเอง
ถ้ามีเส้นทางไหนที่ทำให้รู้สึกเหมือนกำลังขึ้นไปบนหลังคายุโรปจริง ๆ ก็คือเส้นนี้เลย Jungfraujoch - Top of Europe รถไฟจะค่อยๆ พาเราไต่จาก Interlaken ผ่าน Lauterbrunnen และ Kleine Scheidegg ก่อนทะลุอุโมงค์ขึ้นไปยัง Jungfraujoch จุดชมวิวสูงกว่า 3,400 เมตรเหนือระดับน้ำทะเล
ไฮไลต์คือวิวของธารน้ำแข็ง Aletsch Glacier ที่ใหญ่ที่สุดในยุโรป ซึ่งสวยอลังการมาก โดยเฉพาะเวลาหิมะปกคลุมเต็มพื้นที่ บนยอดยังมีทั้ง Ice Palace ถ้ำน้ำแข็ง ร้านอาหาร และจุดชมวิว Sphinx Observatory ที่มองเห็นภูเขาหิมะแบบ 360 องศา
เส้นนี้ถือเป็นหนึ่งในประสบการณ์ที่หลายคนยกให้เป็น Bucket List ของการเที่ยวสวิตเซอร์แลนด์ด้วยรถไฟ เพราะฟีลมันเหมือนกำลังเดินอยู่บนเมืองหิมะจริงๆ
แม้จะไม่ดังเท่าเส้นอื่นๆ แต่หลายคนที่เคยนั่งกลับบอกว่า Voralpen-Express คือ Hidden Gem ของรถไฟสวิตเซอร์แลนด์เลย เพราะวิวสวยแบบเรียบง่าย ดู local และอบอุ่นมาก
เส้นทางจะวิ่งผ่านเนินเขา ฟาร์มวัว ทะเลสาบ และหมู่บ้านเล็กๆ ที่ให้ฟีลชนบทสวิสแท้ๆ จุดเด่นคือการผ่านสะพาน Sitter Viaduct ซึ่งเป็นสะพานรถไฟที่สูงที่สุดในสวิตเซอร์แลนด์ และวิวทะเลสาบ Zürich ที่สวยมากช่วงพระอาทิตย์ใกล้ตก
เส้นนี้เหมาะกับคนที่อยากสัมผัสวิวสวิตเซอร์แลนด์แบบช้า ๆ ไม่เร่งรีบ ได้เห็นชีวิตประจำวันของคนสวิสจริงๆ มากกว่าสายท่องเที่ยวหลัก เป็นอีกหนึ่งเส้นทางที่นั่งแล้วรู้สึกว่า “นี่แหละสวิตเซอร์แลนด์” แบบเต็มๆ เลย
ถ้าใครกำลังมองหาที่พักทำเลดี เดินทางสะดวกสำหรับนั่งรถไฟสวิตเซอร์แลนด์ต่อไปเมืองต่างๆ Hotel Bernerhof ถือว่าเป็นตัวเลือกที่ตอบโจทย์มาก โดยเฉพาะสายเที่ยวที่มีแพลนขึ้นรถไฟชมวิวหลายเส้นทาง เพราะโรงแรมอยู่ใกล้สถานี Interlaken West แบบเดินไม่กี่ก้าวก็ถึง ทำให้เดินทางต่อไป Lucerne, Montreux หรือเมืองดังอื่น ๆ ได้ง่ายมาก บรรยากาศของที่พักจะให้ฟีลอบอุ่นสไตล์สวิสคลาสสิก ห้องพักเรียบง่ายแต่พักสบาย หลายห้องมองเห็นวิวภูเขาได้จากหน้าต่าง ตอนเช้าตื่นมาคือได้ฟีลเมืองเล็กกลางหุบเขาแบบยุโรปเต็ม ๆ รอบ ๆ ยังมีทั้งร้านอาหาร คาเฟ่ และซูเปอร์มาร์เก็ต ทำให้สะดวกมากสำหรับคนที่กำลังวางแพลนเที่ยวสวิตเซอร์แลนด์ด้วยตัวเอง
สำหรับใครที่อยากยกระดับทริปสวิตให้พิเศษขึ้นอีกขั้น Bürgenstock Hotel & Alpine Spa คือหนึ่งในโรงแรมลักชูรีวิวดีที่สุดของสวิตเซอร์แลนด์เลยก็ว่าได้ ตัวโรงแรมตั้งอยู่บนหน้าผาสูงเหนือทะเลสาบ Lucerne ทำให้มองเห็นวิวภูเขาและทะเลสาบแบบพาโนรามาสุดอลังการ จุดเด่นของที่นี่คือ Infinity Pool ที่วิวสวยมาก เหมือนลอยอยู่กลางเทือกเขาแอลป์จริง ๆ ห้องพักตกแต่งหรูหรา โมเดิร์น แต่ยังให้ความรู้สึกอบอุ่นและผ่อนคลาย เหมาะกับทั้งทริปคู่รัก ฮันนีมูน หรือสายพักผ่อนที่อยากมาสัมผัสบรรยากาศสวิตแบบเต็มอิ่ม อีกอย่างที่หลายคนชอบคือโลเคชันอยู่ไม่ไกลจาก Lucerne ทำให้สามารถจัดทริปนั่งรถไฟชมวิวสวิตเซอร์แลนด์หรือเที่ยวเมืองรอบทะเลสาบได้ง่ายมาก
สำหรับสาย Backpacker หรือคนที่อยากเซฟงบเอาไว้เน้นเที่ยวมากกว่า Youth Hostel Interlaken คือที่พักยอดฮิตที่หลายคนเลือกพักเวลาไป Interlaken เพราะตัวที่พักอยู่ติดกับสถานี Interlaken Ost แบบเดินแค่ 1–2 นาทีก็ถึง ซึ่งถือเป็นสถานีหลักสำหรับต่อรถไฟสาย Jungfrau Railway ขึ้นไป Jungfraujoch รวมถึงเชื่อมต่อไปยัง Lauterbrunnen และ Grindelwald ได้สะดวกมาก แม้จะเป็นโฮสเทล แต่บรรยากาศดีเกินคาด ตัวที่พักทันสมัย สะอาด และมีทั้งห้องพักรวมกับห้องส่วนตัวให้เลือก เหมาะมากสำหรับคนที่มีแพลนเที่ยวอินเทอร์ลาเคน หรือขึ้น Jungfraujoch - Top of Europe ตอนเช้า อีกจุดที่หลายคนชอบคือวิวรอบที่พัก เพราะสามารถเดินออกไปเจอภูเขา แม่น้ำสีฟ้าใส และบรรยากาศเมืองเล็กสุดน่ารักได้เลย เป็นอีกหนึ่งที่พักที่คุ้มมากสำหรับสายเที่ยวสวิตด้วยรถไฟ
การเดินทางไปสวิตเซอร์แลนด์จากไทยถือว่าสะดวกมาก โดยเฉพาะสำหรับคนที่มีแพลนเที่ยวสวิตเซอร์แลนด์ด้วยตัวเองหรืออยากจัดทริปนั่งรถไฟสวิตเซอร์แลนด์ เพราะประเทศนี้มีระบบขนส่งที่ดีมาก ตั้งแต่สนามบินไปจนถึงรถไฟเชื่อมเมืองต่าง ๆ แบบแทบไร้รอยต่อเลย
ปัจจุบันสามารถบินจากกรุงเทพฯ ไปสวิตเซอร์แลนด์ได้หลายเส้นทาง โดยสนามบินหลักที่นักท่องเที่ยวนิยมใช้คือ
สำหรับสายการบินที่มีไฟลต์บินตรง (Non-stop) จากกรุงเทพฯ ไปซูริก ปัจจุบันมี 2 สายหลักคือ
ส่วนสายการบินอย่าง Emirates, Qatar Airways, Singapore Airlines และ Turkish Airlines จะเป็นไฟลต์แบบต่อเครื่อง ซึ่งมักแวะที่ดูไบ โดฮา สิงคโปร์ หรืออิสตันบูล โดยใช้เวลาบินรวมประมาณ 13–16 ชั่วโมง แล้วแต่เส้นทางและเวลาเปลี่ยนเครื่อง
สำหรับคนที่มีแพลนเที่ยวยุโรปด้วยรถไฟหลายประเทศ หลายคนก็มักเริ่มต้นทริปที่สวิตก่อน แล้วต่อรถไฟไปฝรั่งเศส อิตาลี หรือออสเตรียได้ง่ายมาก
จุดเด่นของสวิตคือระบบขนส่งที่สะดวกและตรงเวลามาก โดยเฉพาะรถไฟในสวิตเซอร์แลนด์ที่เชื่อมแทบทุกเมือง ทุกหมู่บ้าน และสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญเข้าด้วยกัน
หลังลงเครื่องที่ Zurich Airport สามารถลากกระเป๋าขึ้นรถไฟจากสถานี Zurich Flughafen เข้าเมืองได้เลย ใช้เวลาเข้า Zürich HB (สถานีกลางซูริก) แค่ประมาณ 10–15 นาที และรถไฟวิ่งถี่มากแทบทุก 5–10 นาที ทำให้เดินทางสะดวกสุด ๆ
จากนั้นก็สามารถต่อรถไฟไปเมืองยอดฮิตต่าง ๆ ได้ง่ายมาก เช่น
ซึ่งทั้งหมดสามารถเช็กเวลา ชานชาลา และเส้นทางได้ผ่านแอป SBB Switzerland ที่คนเที่ยวสวิตนิยมใช้กัน
ถ้ามีแพลนเที่ยวสวิตด้วยรถไฟหลายเมือง แนะนำมากให้ซื้อ Swiss Travel Pass หรือที่หลายคนเรียกสั้น ๆ ว่า Swiss Pass เพราะคุ้มและสะดวกมาก
จุดเด่นคือสามารถใช้ขึ้น:
ได้แบบไม่ต้องซื้อตั๋วใหม่ทุกครั้ง ช่วยประหยัดเวลาและค่าเดินทางได้เยอะ โดยเฉพาะคนที่มีแพลนนั่งรถไฟชมวิวสวิตเซอร์แลนด์หลายเส้นทางในทริปเดียว
นอกจากนี้ Swiss Travel Pass ยังสามารถใช้เข้าชมพิพิธภัณฑ์กว่า 500 แห่งทั่วสวิตเซอร์แลนด์ได้ฟรี และยังใช้เป็นส่วนลดสำหรับรถไฟหรือกระเช้าขึ้นยอดเขาหลายแห่ง เช่น
ถือว่าเป็นอีกตัวช่วยที่ทำให้เที่ยวสวิตเซอร์แลนด์ด้วยตัวเองง่ายและคุ้มขึ้นเยอะมาก
แต่ต้องรู้ไว้นิดนึงว่า รถไฟ panoramic train บางสาย เช่น Glacier Express และ Bernina Express แม้จะใช้พาสได้ แต่ยังต้องจองที่นั่งเพิ่ม (Seat Reservation) ล่วงหน้าอยู่ ซึ่งเป็นจุดที่นักท่องเที่ยวพลาดกันบ่อยมาก แนะนำให้จองไว้ก่อนเดินทางเสมอ
อ่านต่อ:














