ทะเลสาบไบคาล (Lake Baikal) ทะเลสาบเก่าแก่กลางดินแดนไซบีเรียของรัสเซีย คือหนึ่งในสถานที่ธรรมชาติที่หลายคนเห็นรูปแล้วต้องหยุดเลื่อนทันที เพราะวิวของที่นี่สวยเหมือนอยู่อีกโลก ทั้งผืนน้ำแข็งใสสีฟ้า ฟองอากาศใต้ทะเลน้ำแข็ง และบรรยากาศหิมะขาวโพลนแบบสุดลูกหูลูกตา จนได้รับฉายาว่าเป็นหนึ่งใน ทะเลสาบสวยที่สุดในโลกและยังเป็นทะเลสาบที่ลึกที่สุดในโลกอีกด้วย
โดยเฉพาะช่วงไบคาลหน้าหนาว ที่ทะเลสาบทั้งผืนกลายเป็นแผ่นน้ำแข็งใสราวกระจก ทำให้ที่นี่กลายเป็น Dream Destination ของสายธรรมชาติ สายถ่ายรูป และคนที่อยากลองสัมผัสฟีลเที่ยวไซบีเรีย สักครั้งในชีวิต ไม่ว่าจะเป็นการเดินบนทะเลน้ำแข็ง ชมฟองอากาศน้ำแข็งไบคาล นั่งสุนัขลากเลื่อน หรือออกตามล่าโลเคชันถ่ายรูปสุดอลังบนทะเลสาบน้ำแข็ง
บทความนี้เราจะพาไปรีวิวการเที่ยวทะเลสาบไบคาล แบบครบๆ ทั้งจุดไฮไลต์ห้ามพลาด วิธีเดินทาง ช่วงเวลาน่าเที่ยว กิจกรรมยอดฮิต ไปจนถึงทริคเตรียมตัวสำหรับคนที่กำลังวางแพลนเที่ยวไบคาล รัสเซียครั้งแรก อ่านจบคือพร้อมจัดทริปได้ง่ายขึ้นแน่นอน แถมยังสามารถจองตั๋วเครื่องบิน แพลนเที่ยวต่างประเทศได้สะดวกผ่าน Traveloka ครบจบในแอปเดียวอีกด้วย
จุดไฮไลท์ต่างๆ ของทะเลสาบไบคาล (Lake Baikal)
1. โขดหินชามาน (Shaman Rock) บนเกาะโอลคอน (Olkhon Island)
ถ้าพูดถึงแลนด์มาร์กที่เป็นภาพจำของ ทะเลสาบไบคาล หลายคนจะนึกถึง โขดหินชามาน (Shaman Rock) ก่อนเลย เพราะที่นี่ถือเป็นจุดศักดิ์สิทธิ์และมีความสำคัญกับชาวพื้นเมืองแถบไซบีเรียมายาวนาน ตัวโขดหินตั้งโดดเด่นอยู่ริมทะเลสาบ ให้บรรยากาศทั้งลึกลับและสงบในเวลาเดียวกัน โดยเฉพาะช่วงพระอาทิตย์ตกที่แสงสีส้มทองสะท้อนกับผืนน้ำแข็งคือสวยตาแตก จนหลายคนยกให้เป็นหนึ่งในจุดชมวิวที่ดีที่สุดของไบคาล
แถมช่วงหน้าหนาวบริเวณรอบๆ จะถูกปกคลุมด้วยน้ำแข็ง สีฟ้าใสเหมือนกระจก กลายเป็นมุมถ่ายรูปยอดฮิตของสายคอนเทนต์และคนที่อยากสัมผัสเสน่ห์ของทะเลสาบน้ำแข็งรัสเซียแบบใกล้ๆ
2. แหลมโคบอย (Cape Khoboy) เส้นทางทัวร์เหนือของเกาะโอลคอน (Olkhon Island)
หนึ่งในจุดที่หลายคนรอคอยที่สุดของการเที่ยวไบคาลหน้าหนาว คือ “แหลมโคบอย” บริเวณเหนือสุดของเกาะโอลคอน ที่ขึ้นชื่อเรื่องก้อนน้ำแข็งสีฟ้าขนาดใหญ่ หรือที่หลายคนเรียกว่า Blue Ice น้ำแข็งที่แตกตัวและซ้อนกันเป็นชั้นๆ จนเกิดเป็นสีฟ้าครามเข้มสวยเหมือนอัญมณี นอกจากวิวทะเลน้ำแข็งสุดอลัง ที่นี่ยังมีถ้ำน้ำแข็งไบคาลที่เต็มไปด้วยแท่งน้ำแข็งและหินย้อยน้ำแข็งขนาดใหญ่ ยิ่งจังหวะที่มีแสงสะท้อนกับน้ำแข็งคือสวยขาดใจจริงๆ ใครที่อยากเห็นความอลังการของธรรมชาติไซบีเรียแบบเต็มตา จุดนี้คือห้ามพลาดเด็ดขาด!
3. เกาะโอโกย (Ogoy Island) จุดชมสถูปกลางทะเลน้ำแข็ง
อีกหนึ่งจุดเช็กอินสวยๆ ของ Lake Baikal คือ “เกาะโอโกย” เกาะเล็กกลางทะเลสาบทางตอนใต้ของเกาะโอลคอน (Olkhon Island) ที่มีจุดเด่นเป็นสถูปสีขาว สถูปแห่งความหลุดพ้น (Buddhist Stupa of Enlightenment) ตั้งอยู่บนเนินสูงสุดของเกาะ บรรยากาศรอบๆ เงียบสงบและให้ฟีลเหมือนหลุดออกมาจากอีกโลกหนึ่งจริงๆ เหมาะมากกับคนที่อยากสัมผัสมุมสงบของการเที่ยวไซบีเรีย ส่วนไฮไลต์ช่วงฤดูหนาวจะอยู่ตรงปลายแหลมของเกาะ (Dragon Cape) ที่น้ำแข็งจะเกาะตัวตามรอยหินจนดูคล้ายเกล็ดหรือฟันมังกร กลายเป็นอีกหนึ่งมุมถ่ายรูปยอดฮิตของสายเที่ยวทะเลสาบน้ำแข็งที่หลายคนต้องแวะมาถ่ายรูปเช็กอิน
4. หมู่บ้านลิสต์เวียนกา (Listvyanka)
หมู่บ้านเล็กๆ ริมทะเลสาบแห่งนี้ถือเป็นจุดเริ่มต้นยอดนิยมของการเที่ยวทะเลสาบไบคาล เพราะเดินทางง่ายจากเมืองอีร์คุตสค์ และยังเต็มไปด้วยวิวสวยๆ แบบจัดเต็ม ไฮไลต์ของที่นี่คือจุดชมวิวเชียร์สกี (Chersky Rock) ที่ต้องนั่งกระเช้าขึ้นไปด้านบน จากจุดชมวิวจะเห็นภาพพาโนรามาของทะเลสาบแบบกว้างสุดสายตา และยังมองเห็นรอยต่อระหว่างแม่น้ำแองการากับผืนน้ำแข็งของไบคาลได้อย่างชัดเจน ยิ่งช่วงหิมะปกคลุมทั้งภูเขาและทะเลสาบ บอกเลยว่าวิวสวยเหมือนฉากในหนังเลยจริงๆ
5. เส้นทางรถไฟสายคลาสสิก Circum-Baikal Railway
ถ้าอยากสัมผัสบรรยากาศโรแมนติกแบบคลาสสิก แนะนำให้ลองนั่งรถไฟสายประวัติศาสตร์ Circum-Baikal Railway ที่วิ่งเลียบชายฝั่งของทะเลสาบไบคาล เส้นทางนี้จะผ่านทั้งอุโมงค์หินเก่า สะพานเหล็กโบราณ สถาปัตยกรรมเก่าแก่ยุคซาร์ และวิวหน้าผาหิมะที่ตัดกับผืนน้ำแข็งสีฟ้ากว้างสุดลูกหูลูกตา หลายคนยกให้ที่นี่เป็นหนึ่งในเส้นทางรถไฟวิวสวยที่สุดของรัสเซีย โดยเฉพาะช่วงฤดูหนาวที่ทุกอย่างถูกปกคลุมด้วยหิมะขาว บรรยากาศจะยิ่งดูเงียบสงบและโรแมนติกมาก เหมาะกับคนที่อยากสัมผัสเสน่ห์ของการเที่ยวรัสเซียหน้าหนาวแบบช้าๆ และเต็มอิ่มกับธรรมชาติรอบตัว
ที่ตั้งและการเดินทางไปทะเลสาบไบคาล (Lake Baikal)
ทะเลสาบไบคาล ตั้งอยู่ทางตอนใต้ของภูมิภาคไซบีเรีย ประเทศรัสเซีย ใกล้กับเมือง อีร์คุตสค์ (Irkutsk) เมืองหลักที่นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่ใช้เป็นจุดเริ่มต้นสำหรับการเที่ยวทะเลสาบไบคาล โดยทะเลสาบแห่งนี้มีความยาวกว่า 600 กิโลเมตร และยังได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกจาก UNESCO เพราะเป็นทั้งแหล่งน้ำจืดขนาดใหญ่และเป็นทะเลสาบที่ลึกที่สุดในโลกอีกด้วย
เวลาพูดถึงการเที่ยวไบคาล หลายคนจะนิยมเดินทางไปยังหมู่บ้านลิสต์เวียนกา หรือเกาะโอลคอน ซึ่งเป็นจุดท่องเที่ยวหลักของทะเลสาบแห่งนี้ เพราะเต็มไปด้วยวิว ทะเลน้ำแข็งและกิจกรรมหน้าหนาวสุดอลัง
วิธีเดินทางจากไทยไปไบคาล
บินตรงจากกรุงเทพฯ ไปเมืองอีร์คุตสค์ ปัจจุบันมีไฟลต์บินตรงจากกรุงเทพฯ (สนามบินสุวรรณภูมิ) ไปยังเมืองอีร์คุตสค์ ให้บริการโดยการบินของรัสเซีย S7 Airlines และ Aeroflot ใช้เวลาบินประมาณ 6–6 ชั่วโมงครึ่ง ถือเป็นวิธีที่สะดวกที่สุดสำหรับคนที่อยากเริ่มทริปเที่ยวไบคาล แบบไม่ต้องเสียเวลาต่อเครื่องหลายรอบ
บินต่อเครื่องผ่านจีนหรือมอสโก อีกทางเลือกคือบินต่อเครื่องผ่านเมืองใหญ่ เช่น ปักกิ่ง ฮาร์บิน เซี่ยงไฮ้ หรือมอสโก เหมาะกับคนที่อยากแวะเที่ยวหลายเมืองก่อนเข้าสู่เส้นทางเที่ยวไซบีเรีย
นั่งรถไฟทรานส์ไซบีเรีย สำหรับสายชิล หลายคนเลือกนั่งรถไฟทรานส์ไซบีเรียจากมอสโกมายังอีร์คุตสค์ ซึ่งถือเป็นหนึ่งในเส้นทางรถไฟที่มีชื่อเสียงที่สุดในโลก ใช้เวลาหลายวันแต่ได้สัมผัสวิวไซบีเรียแบบเต็มอารมณ์ เหมาะกับคนที่อยากเก็บประสบการณ์การเดินทางแบบไม่เหมือนใคร
วิธีการเดินทางไปทะเลสาบไบคาล (Lake Baikal)
เดินทางจากอีร์คุตสค์ไปหมู่บ้านลิสต์เวียนกา ถ้าอยากเริ่มต้นแบบง่ายๆ สามารถนั่งรถบัสหรือรถตู้จากตัวเมืองอีร์คุตสค์ไปยังหมู่บ้านลิสต์เวียนกา ใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง
เดินทางไปเกาะโอลคอน สำหรับคนที่อยากเห็นวิวน้ำแข็งไบคาล และแลนด์มาร์กสวยๆ ของทะเลสาบ ส่วนใหญ่นิยมเดินทางต่อไปยังเกาะโอลคอน ใช้เวลาประมาณ 5–6 ชั่วโมง โดยจะมีทั้งรถตู้ รถบัส และรถขับเคลื่อนสี่ล้อให้บริการ
จองทัวร์ท้องถิ่น ถ้าเป็นการเที่ยวไบคาลครั้งแรก หลายคนเลือกจองทัวร์ เพราะสะดวกกว่า โดยเฉพาะช่วงหน้าหนาวที่สภาพอากาศค่อนข้างโหด การมีไกด์และรถท้องถิ่นจะช่วยให้เที่ยวได้ง่ายและปลอดภัยขึ้น
เช่ารถพร้อมคนขับ เหมาะกับคนที่มาเป็นกลุ่มหรืออยากเที่ยวหลายจุดแบบยืดหยุ่น สามารถแวะจุดถ่ายรูปริมทะเลน้ำแข็ง หรือแลนด์มาร์กต่างๆ ได้ตามใจมากกว่าแบบทัวร์
จุดเด่นของทะเลสาบไบคาล (Lake Baikal)
เป็นทะเลสาบที่เก่าแก่และลึกที่สุดในโลก ทะเลสาบไบคาล มีอายุมากกว่า 25 ล้านปี และลึกกว่า 1,600 เมตร จนได้รับการยกให้เป็นทะเลสาบที่ลึกที่สุดในโลก อีกทั้งยังเป็นแหล่งน้ำจืดขนาดมหาศาลของโลกอีกด้วย
น้ำแข็งใสราวกระจก สวยจนกลายเป็นไวรัลระดับโลก ไฮไลต์ที่ทำให้หลายคนอยากไปเที่ยวทะเลสาบไบคาล คือผืนน้ำแข็งสีฟ้าใสที่สามารถมองทะลุลงไปด้านล่างได้ บางช่วงจะเกิดลวดลายแตกบนผืนน้ำแข็งที่สวยงาม จนกลายเป็นภาพจำของการเที่ยวที่นี่เลย
มีฟองอากาศน้ำแข็งและ Blue Ice ที่หาดูได้ยาก ช่วงฤดูหนาวจะเกิดปรากฏการณ์ ฟองอากาศน้ำแข็งไบคาลรวมถึงก้อนน้ำแข็งสีฟ้าขนาดใหญ่ที่เรียกว่า Blue Ice ซึ่งเป็นหนึ่งในความมหัศจรรย์ทางธรรมชาติที่ทำให้ไบคาลแตกต่างจากทะเลสาบทั่วไป
วิวไซบีเรียสุดอลัง ให้ฟีลเหมือนไปอีกโลกหนึ่ง ไม่ว่าจะเป็นหิมะสีขาวสุดลูกหูลูกตา หน้าผาน้ำแข็ง หรือหมู่บ้านไม้เล็กๆ ริมทะเลสาบ ทุกอย่างของที่นี่ให้บรรยากาศแบบไซบีเรียแท้ๆ เหมาะมากกับคนที่อยากสัมผัสเสน่ห์ของการเที่ยวไซบีเรียหน้าหนาว
มีกิจกรรมหน้าหนาวที่หาไม่ได้ง่ายๆ ที่นี่ไม่ได้มีดีแค่ถ่ายรูป เพราะยังมีกิจกรรมสนุกๆ อย่างการเดินบนทะเลน้ำแข็ง ขับรถบนผืนน้ำแข็ง นั่งสุนัขลากเลื่อน หรือออกสำรวจถ้ำน้ำแข็ง เป็นอีกหนึ่งจุดหมายที่สาย adventure ต้องชอบแน่นอน
ธรรมชาติอุดมสมบูรณ์จนได้รับการขึ้นทะเบียนจาก UNESCO ด้วยความหลากหลายทางธรรมชาติและระบบนิเวศที่สำคัญ ทำให้ทะเลสาบไบคาล รัสเซีย ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลก และยังเป็นหนึ่งในพื้นที่ธรรมชาติที่สมบูรณ์ที่สุดแห่งหนึ่งของโลก
เที่ยวได้หลายอารมณ์ในแต่ละฤดู แม้หลายคนจะรู้จักไบคาลในภาพของทะเลน้ำแข็ง แต่จริงๆ แล้วช่วงฤดูร้อนก็สวยไม่แพ้กัน เพราะจะได้เห็นวิวภูเขา ป่าสน และน้ำสีฟ้าเข้มแบบอีกฟีลหนึ่ง ทำให้ที่นี่เป็นจุดหมายที่เที่ยวได้ตลอดทั้งปี
เที่ยวทะเลสาบไบคาล (Lake Baikal) เดือนไหนดี?
ฤดูหนาว (ธันวาคม – เมษายน) ไฮซีซันของทะเลน้ำแข็งไซบีเรีย นี่คือฤดูที่ทำให้ที่นี่กลายเป็นจุดหมายในฝันของนักเดินทางทั่วโลก เพราะทะเลสาบทั้งผืนจะกลายเป็นแผ่นน้ำแข็งหนาขนาดมหึมา บางจุดหนาถึง 1–2 เมตร รอบๆ ถูกปกคลุมด้วยหิมะสีขาวสุดลูกหูลูกตา ช่วงที่สวยที่สุดจะอยู่ประมาณกลางเดือนกุมภาพันธ์ถึงมีนาคม เพราะเป็นช่วงที่น้ำแข็งแข็งตัวสมบูรณ์ เห็นทั้งน้ำแข็งใสไบคาลสีฟ้าเข้ม ฟองอากาศน้ำแข็ง รอยแตกบนผืนน้ำแข็ง และถ้ำน้ำแข็งสุดอลังแบบที่หลายคนเห็นในโซเชียลแถมยังเป็นช่วงที่สามารถขับรถลงบนทะเลน้ำแข็งได้อีกด้วย อุณหภูมิช่วงนี้จะอยู่ประมาณ -15°C ถึง -35°C และบางวันอาจลดต่ำกว่านั้น ใครมีแพลนเที่ยวรัสเซียหน้าหนาว ต้องเตรียมเสื้อกันหนาวแบบจัดเต็มเลย
Tips: ช่วงเดือนธันวาคมน้ำแข็งยังไม่แข็งเต็มที่ ส่วนปลายเมษายนเริ่มเข้าสู่ช่วงน้ำแข็งละลาย ซึ่งอาจไม่ปลอดภัยสำหรับกิจกรรมบนทะเลน้ำแข็ง
ฤดูใบไม้ผลิ (พฤษภาคม – มิถุนายน) ช่วงเปลี่ยนผ่านที่เงียบสงบ หลังผ่านฤดูหนาวอันยาวนาน น้ำแข็งบนทะเลสาบไบคาล จะเริ่มแตกตัวและละลาย กลายเป็นอีกบรรยากาศที่แปลกตาไปจากเดิม หิมะบนฝั่งค่อยๆ ละลายจนเริ่มเห็นทุ่งหญ้าสีเขียวและดอกไม้ป่าไซบีเรีย ช่วงนี้นักท่องเที่ยวค่อนข้างน้อย เพราะยังไม่เหมาะกับทั้งกิจกรรมบนทะเลน้ำแข็งและการล่องเรือเต็มรูปแบบ แต่เหมาะมากสำหรับสายธรรมชาติที่ชอบบรรยากาศสงบๆ และอยากเห็นวิวช่วงเปลี่ยนฤดูกาลของไซบีเรีย อุณหภูมิจะอยู่ประมาณ 0°C ถึง 15°C เย็นสบายกว่าหน้าหนาวเยอะ
ฤดูร้อน (กรกฎาคม – สิงหาคม) ฤดูเขียวสดของไบคาล ถ้าใครคิดว่าไบคาลสวยแค่หน้าหนาว บอกเลยว่าหน้าร้อนก็มีเสน่ห์ไม่แพ้กัน เพราะวิวรอบทะเลสาบจะเปลี่ยนจากสีขาวโพลนเป็นสีเขียวสดของป่าสนและทุ่งหญ้า น้ำในทะเลสาบกลับมาเป็นสีน้ำเงินเข้มใสสะอาด บรรยากาศเหมือนเมืองตากอากาศกลางธรรมชาติ ช่วงนี้เป็นฤดูยอดฮิตของชาวรัสเซีย กิจกรรมจะเยอะมาก ทั้งล่องเรือ เดินป่า กางเต็นท์ริมทะเลสาบ หรือปิกนิกชิลๆ ริมหาดทราย นอกจากนี้ยังเป็นช่วงที่มีโอกาสเห็น แมวน้ำไบคาลออกมานอนอาบแดดตามโขดหินอีกด้วย อากาศช่วงกลางวันประมาณ 15°C – 25°C กำลังเย็นสบาย ไม่ร้อนจัดเหมือนบ้านเรา แต่กลางคืนอาจลดลงเหลือประมาณ 10°C ได้
ฤดูใบไม้ร่วง (กันยายน – พฤศจิกายน) ช่วงโรแมนติกที่สุดของไบคาล ฤดูใบไม้ร่วงคืออีกช่วงที่หลายคนตกหลุมรัก เพราะต้นไม้รอบทะเลสาบจะเปลี่ยนสีเป็นเหลืองทอง ส้ม และแดง ตัดกับผืนน้ำสีเข้มของทะเลสาบ กลายเป็นวิวที่สวยและโรแมนติกมาก โดยเฉพาะช่วงกันยายนถึงต้นตุลาคม ถือเป็นช่วงถ่ายรูปวิวธรรมชาติสวยที่สุดช่วงหนึ่งของปี นักท่องเที่ยวไม่แน่นเหมือนหน้าหนาว ทำให้เที่ยวได้แบบชิลๆ และเงียบสงบกว่า พอเข้าสู่ปลายตุลาคมถึงพฤศจิกายน อากาศจะเริ่มเย็นลงอย่างรวดเร็ว ลมไซบีเรียเริ่มแรงขึ้น น้ำในทะเลสาบบางส่วนเริ่มจับตัวเป็นน้ำแข็งบางๆ และฝนจะเริ่มเปลี่ยนเป็นหิมะ อุณหภูมิช่วงนี้จะอยู่ประมาณ 5°C ถึง -10°C
กิจกรรมแนะนำในทะเลสาบไบคาล (Lake Baikal)
เดินบนทะเลน้ำแข็งใสกลางไซบีเรีย หนึ่งในกิจกรรมที่ทุกคนต้องลองเมื่อมาเที่ยวทะเลสาบไบคาล คือการเดินบนผืนน้ำแข็งขนาดใหญ่ที่ใสราวกระจก บางจุดสามารถมองเห็นรอยแตกและฟองอากาศใต้ผิวน้ำแข็งได้ชัดมาก ให้ความรู้สึกเหมือนกำลังเดินอยู่บนอีกโลกหนึ่งเลยจริงๆ โดยเฉพาะช่วงเดือนกุมภาพันธ์ที่น้ำแข็งจะใสและสวยที่สุด
ตามล่า Blue Ice และฟองอากาศน้ำแข็ง อีกหนึ่งไฮไลต์ยอดฮิตของการเที่ยวไบคาลหน้าหนาว คือการออกตามหาก้อนน้ำแข็งสีฟ้าขนาดใหญ่ หรือ Blue Ice รวมถึงฟองอากาศน้ำแข็งไบคาลที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติ หลายจุดบนเกาะโอลคอนและแหลมโคบอยจะมีน้ำแข็งรูปร่างแปลกตาให้ถ่ายรูปแบบไม่มีเบื่อ ใครเป็นสายถ่ายรูปหรือชอบวิวธรรมชาติแปลกๆ บอกเลยว่าฟินมาก
นั่งรถตะลุยทะเลน้ำแข็ง ช่วงฤดูหนาวจะมีรถตู้และขับเคลื่อนสี่ล้อพาวิ่งบนผืนน้ำแข็งของทะเลสาบซึ่งถือเป็นประสบการณ์ที่หาไม่ได้ง่ายๆ ระหว่างทางจะได้แวะทั้งถ้ำน้ำแข็ง จุดชมวิว และแลนด์มาร์กดังต่างๆ ของไบคาล เป็นกิจกรรมที่ทั้งตื่นเต้นและได้เห็นวิวอลังการแบบเต็มๆ
สำรวจถ้ำน้ำแข็งและแท่งน้ำแข็งธรรมชาติ รอบๆ เกาะโอลคอนจะมีถ้ำน้ำแข็งไบคาล ซ่อนอยู่หลายจุด ด้านในเต็มไปด้วยแท่งน้ำแข็ง หินย้อยน้ำแข็ง และผนังน้ำแข็งสีฟ้าใสสะท้อนแสง บางถ้ำดูสวยเหมือนฉากในหนังแฟนตาซีเลยทีเดียว ยิ่งช่วงเช้าหรือช่วงแสงเย็นจะถ่ายรูปออกมาสวยมาก
นั่งสุนัขลากเลื่อนกลางหิมะ กิจกรรมหน้าหนาวสุดคลาสสิกที่ช่วยเติมฟีลไซบีเรียแบบเต็มขั้น คือการนั่งสุนัขลากเลื่อนผ่านลานหิมะสีขาวกว้างสุดสายตา เหมาะกับคนที่อยากลองกิจกรรมใหม่ๆ และได้รูปสวยกลับไปด้วย
ล่องเรือชมธรรมชาติช่วงหน้าร้อน แม้หลายคนจะรู้จักทะเลสาบไบคาล รัสเซียในมุมของทะเลน้ำแข็ง แต่ช่วงหน้าร้อนก็สวยไม่แพ้กัน เพราะสามารถล่องเรือชมวิวรอบทะเลสาบได้แบบเต็มอิ่ม ทั้งภูเขา ป่าสน และน้ำสีฟ้าเข้มใสสะอาด บางเส้นทางยังมีโอกาสได้เห็นแมวน้ำไบคาลอีกด้วย
เดินป่าและชมวิวธรรมชาติรอบทะเลสาบ ช่วงฤดูร้อนถึงใบไม้ร่วง อากาศรอบไบคาลจะเย็นสบาย เหมาะกับการเดินป่าและชมธรรมชาติแบบชิลๆ โดยเฉพาะแถวเกาะโอลคอนและหมู่บ้านลิสต์เวียนกา ที่มีเส้นทางเดินชมวิวหลายจุด ได้เห็นทั้งหน้าผา ป่าสน และวิวทะเลสาบแบบพาโนรามา
นั่งรถไฟสายคลาสสิกเลียบทะเลสาบ อีกหนึ่งกิจกรรมที่สายชิลต้องชอบคือการนั่งรถไฟสายประวัติศาสตร์เลียบทะเลสาบไบคาลระหว่างทางจะผ่านอุโมงค์หินเก่า สะพานเหล็ก และวิวทะเลสาบกว้างสุดสายตา โดยเฉพาะช่วงหิมะตก บรรยากาศจะยิ่งดูโรแมนติกและคลาสสิกมาก
เคล็ดลับการเที่ยวทะเลสาบไบคาล (Lake Baikal)
การไปเที่ยวทะเลสาบไบคาล โดยเฉพาะช่วงหน้าหนาว อาจต่างจากทริปต่างประเทศทั่วไปพอสมควร เพราะอากาศของไซบีเรียค่อนข้างโหดและอุณหภูมิติดลบหนัก แต่ถ้าเตรียมตัวดี บอกเลยว่าทริปนี้จะกลายเป็นหนึ่งในประสบการณ์ที่น่าประทับใจที่สุดแน่นอน
แต่งตัวแบบ Layer สำคัญมาก อากาศที่ไบคาลช่วงหน้าหนาวอาจลดต่ำกว่า -30°C ได้ การใส่เสื้อผ้าแบบหลายชั้นจะช่วยเก็บความร้อนได้ดีกว่า ทั้ง Heattech เสื้อไหมพรม เสื้อกันหนาว และแจ็กเก็ตกันลมกันหิมะ โดยเฉพาะถุงมือ ถุงเท้า และรองเท้ากันลื่นคือห้ามขาดเลย
รองเท้าเดินหิมะต้องพร้อม หลายจุดของทะเลน้ำแข็งไบคาลจะค่อนข้างลื่น โดยเฉพาะบริเวณน้ำแข็งใส แนะนำให้ใส่รองเท้าบู๊ตกันหนาวหรือรองเท้ากันลื่นสำหรับเดินหิมะ จะช่วยเดินได้สบายและปลอดภัยขึ้นเยอะ
อย่าประเมินอากาศไซบีเรียต่ำเกินไป แม้ตอนกลางวันจะมีแดด แต่ลมไซบีเรียค่อนข้างแรงและอากาศแห้งมาก ควรพกลิปมัน ครีมบำรุง และแว่นกันแดดไว้ด้วย เพราะแสงสะท้อนจากหิมะและน้ำแข็งค่อนข้างแรงกว่าที่คิด
ถ้าไปครั้งแรก แนะนำจองทัวร์หรือรถพร้อมคนขับ จุดท่องเที่ยวหลายแห่งของ Lake Baikal อยู่ค่อนข้างไกล และบางเส้นทางไม่มีสัญญาณโทรศัพท์ การมีไกด์หรือคนขับท้องถิ่นจะช่วยให้เที่ยวสะดวกขึ้น โดยเฉพาะช่วงฤดูหนาวที่สภาพถนนค่อนข้างท้าทาย
อยากเห็นน้ำแข็งใสจริงๆ ควรไปช่วงกลางกุมภาพันธ์ – มีนาคม นี่คือช่วงที่หลายคนยกว่าสวยที่สุดของไบคาลเพราะน้ำแข็งแข็งตัวเต็มที่ เห็นทั้ง Blue Ice ฟองอากาศ และรอยแตกบนผืนน้ำแข็งได้ชัดมาก
เผื่อเวลาเดินทางไว้เสมอ แม้จะมีไฟลต์บินตรงจากไทยไปอีร์คุตสค์ แต่การเดินทางต่อไปยังเกาะโอลคอนหรือจุดท่องเที่ยวต่างๆ ยังใช้เวลาค่อนข้างนาน บางวันอากาศแปรปรวนอาจทำให้เดินทางช้ากว่าปกติได้
เตรียมพื้นที่เมมกล้องหรือมือถือให้พร้อม เพราะไม่ว่าจะหันไปทางไหนของทะเลสาบก็สวยไปหมด ทั้งวิวทะเลน้ำแข็ง ถ้ำน้ำแข็ง หิมะ และแสงช่วงพระอาทิตย์ตก รับรองว่ารูปเต็มเครื่องแน่นอน
จองที่พักและตั๋วล่วงหน้า โดยเฉพาะช่วงพีค ช่วงกุมภาพันธ์ถึงมีนาคมถือเป็นฤดูท่องเที่ยวหลักของไบคาล โรงแรม รถทัวร์ และรถรับส่งบางเส้นทางเต็มเร็วมาก ใครมีแพลนเที่ยวไบคาลครั้งแรก แนะนำให้จองล่วงหน้าไว้ก่อน จะช่วยให้จัดทริปง่ายขึ้นเยอะ
สรุปง่ายๆ เลยคือ ไบคาลอาจเป็นทริปที่ต้องเตรียมตัวมากหน่อย แต่สิ่งที่ได้กลับมาคือวิวธรรมชาติและประสบการณ์ที่แทบหาไม่ได้จากที่ไหนในโลกจริงๆ