เปิดพิกัดที่เที่ยวดูไบ 31 แลนด์มาร์คห้ามพลาด [อัปเดต 2026]

เปิดพิกัดที่เที่ยวดูไบ 31 แลนด์มาร์คอัปเดตใหม่ล่าสุด ห้ามพลาดเด็ดขาด พร้อมทริคการเดินทางและทีพักปังๆ ให้คุณเที่ยวสนุกทุกจุดเช็กอิน!
Traveloka TH
ใช้เวลาอ่านประมาณ 18 นาที

บอกเลยว่าดูไบไม่ได้มีแต่ตึกสูงระฟ้า ห้างหรู และทองคำเป็นกิโล ๆ เหมือนที่หลายคนเข้าใจนะ ในปีนี้ดูไบขนแลนด์มาร์คใหม่ ๆ สุดล้ำ พร้อมอัปเกรดที่เที่ยวดูไบแบบยกแผงให้ว้าวกว่าเดิม ตั้งแต่เมืองลอยน้ำสุดล้ำยุค ไปจนถึงสะพานลอยฟ้าที่ทำให้ขาสั่นแต่ใจฟูกับวิวจึ้ง ๆ ที่หาที่ไหนไม่ได้ ทำให้การเที่ยวดูไบครั้งต่อไปไม่ใช่แค่ได้รูปสวย ๆ แต่ยังได้ประสบการณ์ที่คุ้มแบบเกินคาด

แถมตอนนี้การเดินทางในดูไบก็ง่ายขึ้นมาก มีทั้งรถไฟใต้ดินที่ตรงเวลาเป๊ะ รถบัสแอร์เย็นฉ่ำ หรือแม้แต่รถไร้คนขับที่วิ่งฉิว ๆ ในเมือง ล้ำสุด ๆ ใครกลัวว่าจะงงกับการจองเที่ยวบินหรือที่พักไม่ต้องห่วงเลย เพราะตอนนี้มี Traveloka ตัวช่วยตัวจริงที่รวบรวมทุกอย่างไว้ให้แล้ว ทั้งตั๋วเครื่องบินไปดูไบ ที่พักดูไบ บัตรเข้าชมสถานที่เที่ยวดูไบ และดีลทัวร์ปัง ๆ ที่ช่วยให้การวางแผนเที่ยวดูไบเป็นเรื่องง่ายนิดเดียว

โปรเซฟงบ! จองตั๋วเครื่องบินไปดูไบ คุ้มที่สุดแห่งปีที่ Traveloka

Wed, 7 Oct 2026

Air Arabia

กรุงเทพ (BKK) ไป ชาร์จาห์ (SHJ)

เริ่มจาก THB 8,902.52

Tue, 6 Oct 2026

Air Arabia

ภูเก็ต (HKT) ไป ชาร์จาห์ (SHJ)

เริ่มจาก THB 9,192.15

Wed, 28 Oct 2026

Air India

กรุงเทพ (BKK) ไป ดูไบ (DXB)

เริ่มจาก THB 7,033.25

Quick Summary

ที่ตั้งและการเดินทาง: ดูไบเป็นหนึ่งใน 7 รัฐของสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ริมอ่าวเปอร์เซีย บินตรงจากกรุงเทพฯ ใช้เวลาประมาณ 6 ชั่วโมงครึ่ง คนไทยต้องขอวีซ่าล่วงหน้าก่อนเดินทาง
เที่ยวดูไบเดือนไหนดี: แนะนำให้เที่ยวช่วงตุลาคม-เมษายน อากาศเย็นสบายที่สุด โดยเฉพาะธันวาคม-กุมภาพันธ์ที่อุณหภูมิลดลงเหลือประมาณ 20 องศา
แลนด์มาร์คห้ามพลาด: ตึกเบิร์จคาลิฟา (Burj Khalifa) ดูไบมอลล์ (Dubai Mall) Palm Jumeirah พิพิธภัณฑ์แห่งอนาคต และทะเลทรายดูไบ และสถานที่เที่ยวอื่น ๆ อีกมากมาย
กิจกรรมเด่น: หลายแนวตามสไตล์คนเที่ยว มีทั้งช้อปปิ้งแกลม ๆ เที่ยวทะเลทรายลุย ๆ เล่นสวนน้ำระดับโลก และสัมผัสย่านเมืองเก่าที่เต็มไปด้วยกลิ่นอายอาหรับอย่าง Al Fahidi
ที่พักแนะนำ: มีตั้งแต่รีสอร์ตหรูระดับ 7 ดาวอย่าง Atlantis The Royal  ไปจนถึงโรงแรมธุรกิจใจกลางเมืองอย่าง Carlton Downtown ให้เลือกตามงบและไลฟ์สไตล์ หรือOne&Only One Za'abeel , Millennium Atria Business Bay , Four Points by Sheraton Sheikh Zayed Road, Dubai

31 แลนด์มาร์คที่เที่ยวดูไบ

มาแล้วววว 31 จุดเช็คอินที่เที่ยวดูไบ อัปเดตปี 2026 ที่ Traveloka คัดมาให้แบบไม่มีกั๊ก บางที่เพิ่งเปิด บางที่อัปเดตใหม่ บอกเลยว่าแชะรูปลงไอจีทีไร เพื่อนต้องทัก

1. ดูไบมอลล์ (The Dubai Mall)

สายช้อปปิ้งทั้งหลายไม่ควรพลาด “ดูไบมอลล์ (The Dubai Mall)” ด้วยประการทั้งปวง เพราะดูไบมอลล์ถือว่าเป็นห้างสรรพสินค้าที่ขึ้นชื่อ และมีขนาดใหญ่มากในดูไบ ถือว่าเป็นห้างที่ใหญ่เป็นอันดับที่ 5 ของโลกเลยทีเดียว ด้านในจะมีร้านเรียงรายกันเต็มไปหมด มีแบรนด์เนม เสื้อผ้า กระเป๋า รองเท้า น้ำหอม ให้ช้อปปิ้งกันแบบครบๆ ใครที่อยากเดินดูไบมอลล์ให้ทั่ว อยากให้เผื่อเวลาไว้ทั้งวัน นอกเหนือจากจะเป็นแลนด์มาร์คฮิตของดูไบ ยังเป็นหนึ่งในสถานที่คราคร่ำไปด้วยนักท่องเที่ยว ใครจองตั๋วเครื่องบินไปดูไบ ต่างก็ปักหมุดไว้ที่นี่กันทั้งนั้นเลย

2. ตึกเบิร์จคาลิฟา (Burj Khalifa)

แลนด์มาร์คแห่งถัดไปของดูไบ ที่อยากให้ไปเยือนก็คือ “ตึกเบิร์จคาลิฟา (Burj Khalifa)” ที่เที่ยวเด่นของดูไบ กลายมาเป็นสัญลักษณ์หลักของดูไบไปซะแล้ว สำหรับตึกเบิร์จคาลิฟา หรือบุรจญ์เคาะลีฟะฮ์ ได้รับการขนานนามให้เป็นตึกที่มีความสูงมากที่สุดในโลก มีความสูงทั้งหมดมากกว่า 800 เมตร เมื่อขึ้นไปด้านบนคุณจะมองเห็นวิวของดูไบได้อย่างทั่วถึง รับรองความอลังการทั้งภายในและภายนอก ในตึกนี้จะมีทั้งโรงแรมห้าดาว สระว่ายน้ำกลางแจ้ง จุดชมวิว และอื่นๆ อีกมากมาย ตึกนี้จะมีชั้นทั้งหมดรวมแล้ว 162 ชั้น ใครอยากชมวิวสวยๆ ต้องไปเยือน

3. พิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำดูไบ (Dubai Aquarium)

หรือว่าดูไบอควาเรี่ยม เป็นหนึ่งในที่เที่ยวดูไบที่ตอบโจทย์นักท่องเที่ยวทุกวัย โดยเฉพาะอย่างยิ่งนักท่องเที่ยวแนวครอบครัว เพราะนอกเหนือจากจะได้ความสนุก ตื่นตาตื่นใจกับการชมสัตว์น้ำแต่ละชนิดอย่างใกล้ชิด จะยังได้รับความรู้มากมายกลับไปด้วย ด้วยความใหญ่โตอลังการ พิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำดูไบนี้ถือว่าใหญ่เป็นอันดับที่ 8 ของโลก ให้คุณได้เดินดูสัตว์น้ำที่มีด้วยกันหลายโซน และให้ความรู้สึกเหมือนอยู่ใต้ท้องทะเลเสมือนจริง ด้วยแท้งก์น้ำอะคริลิกขนาดใหญ่ ที่มีสัตว์น้ำด้านในทั้งสัตว์น้ำทั่วไป และสัตว์น้ำท้องถิ่นมากกว่า 200 สายพันธุ์

4. หาดจูไมราห์ (Jumeirah Beach)

นอกเหนือจากพื้นที่ทะเลทราย ดูไบเองยังมีพื้นที่ติดกับทะเล และมีหลายหาดที่เป็นที่นิยมของนักท่องเที่ยว เนื่องจากบรรยากาศดี สวย อีกทั้งยังมีกิจกรรมริมหาดให้ทำอีกมากมาย มีทั้งพื้นที่ชายหาดที่เป็นส่วนตัว และสาธารณะ นอกจากนั้นบริเวณหาดจูไมราห์ ก็ยังมีที่พักย่านจูไมราห์ให้เลือกเยอะแยะมากมาย มีทั้งที่พักจูไมราห์ราคาประหยัด ไปจนถึงคืนละหลายแสน นับว่าเป็นหนึ่งในย่านฮิตของดูไบ เมื่อนักท่องเที่ยวเดินทางไปยังดูไบ ก็มักที่จะเดินทางไปเที่ยวบริเวณหาดจูไมราห์นี้

5. ทะเลทรายดูไบ (Dubai Desert Conservation Reserve)

อีกหนึ่งประสบการณ์แนะนำ หากใครเพิ่งจะเคยจองตั๋วเครื่องบินไปดูไบกันในครั้งแรก ขอแนะนำ “ทะเลทรายดูไบ” อันเป็นที่เที่ยวยอดฮิต จะมีให้เลือกจองกันตั้งแต่ทัวร์แบบวันเดียวไปกลับ ไปนั่งรถทัวร์รอบทะเลทรายเอาบรรยากาศชิลล์ๆ หรือใครที่อยากจะไปนอนค้าง สัมผัสบรรยากาศท่ามกลางทะเลทรายก็ได้ด้วยเช่นกัน เพราะมีที่พักให้เลือกเยอะ ให้คุณได้ลองทั้งค้างคืน ขี่อูฐ นั่งรถตะลุยทะเลทราย หรือแม้แต่ตั้งแคมป์นอนดูดาวในตอนกลางคืน เป็นหนึ่งในกิจกรรมที่ไม่อยากให้พลาด เมื่อไปเยือนดูไบ

6. ตลาดทองคำดูไบ (Dubai Gold Souk)

จองตั๋วเครื่องบินไปดูไบ แล้วต้องไปเพิ่มความตื่นตาตื่นใจ ประสบการณ์ที่แปลกใหม่ที่ตลาดค้าทองคำของดูไบ อันเป็นพื้นที่เอาไว้สำหรับซื้อและขายทองคำที่ใหญ่มากที่สุดในตะวันออกกลาง คุณสามารถเลือกชม และเลือกซื้อทองคำได้จากทุกรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นสร้อย กำไล แหวน เครื่องประดับสุดอลังการ จุดเด่นก็คือนอกจากจะมีทองคำให้เลือกหลายรูปแบบ ยังมีราคาถูกมากกว่าที่อื่น เพราะยังปลอดภาษีอีกด้วย ไม่แปลกใจเลยว่าทำไมพ่อค้า แม่ค้าทองคำ หรือแม้แต่ผู้ประกอบการเกี่ยวกับทองคำมากมายจึงนิยมเดินทางไปซื้อทองที่ดูไบนี้

7. อัล บาสตากียา (Al Bastakiya)

เห็นความศิวิไลซ์ของย่านเมืองใหม่ในดูไบ แล้วพามาเปลี่ยนบรรยากาศชมความงดงามแต่ดั้งเดิมของดูไบในย่าน “อัล บาสตากียา (Al Bastakiya)” กันดีกว่า ซึ่งย่านนี้ได้รับการขนานนามว่าเป็น Old Dubai เป็นแหล่งประวัติศาสตร์ที่สำคัญของเมืองนี้ ตึกรามอาคารบ้านเรือนถูกสร้างขึ้นตั้งแต่ศตวรรษที่ 19-20 แตกต่างจากโซนอื่นของดูไบอย่างสิ้นเชิง และยังมีพิพิธภัณฑ์ในบริเวณนั้น หากใครชอบเที่ยวย่านเมืองเก่า อยากเดินดูวิถีชีวิต ความเป็นอยู่ บ้านเมืองโดยรวมของดูไบสมัยก่อน มาเที่ยวย่านบาสตากียากันได้เลย

8. มาดินาท จูไมร่าห์ (Madinat Jumeirah)

หรืออีกชื่อหนึ่งก็คือ เวนิสแห่งดูไบ เป็นที่เที่ยวอยู่ในเครือเดียวกับโรงแรมจูไมร่าห์ มีลักษณะเป็นตลาดที่ติดแอร์ติดกับโรงแรมหรูห้าดาว มีพื้นที่มากมายประมาณ 40 เฮกเตอร์ด้วยกัน คนที่อยากจะมาเช็คอิน สามารถเดินทางมาเที่ยวกันได้ที่ย่านจูไมราห์นี้ โดดเด่นที่การตกแต่งด้วยความเป็นอาหรับแบบท่องถิ่น จึงไม่แปลกใจเลยว่าทำไมนักท่องเที่ยวส่วนใหญ่ที่จองตั๋วเครื่องบินไปดูไบ แล้วจะต้องไปเช็คอิน หรือว่าเดินเล่นที่บริเวณที่เที่ยวดูไบแห่งนี้ และยังมีของให้เลือกซื้อมากมาย

9. คลองดูไบ (Dubai Creek)

ถือว่าเป็นอีกหนึ่งกิจกรรมเด่นของนักท่องเที่ยวเมื่อเดินทางมาเที่ยวดูไบ มักจะมาที่บริเวณจุดคลองดูไบแห่งนี้ เพราะว่าจะมีเรือไม้แบบอาหรับสัญจรไปมา และคุณก็สามารถซื้อทัวร์แบบวันเดียว หรือว่าซื้อตั๋วล่องเรือชมสองฝั่งคลองดูไบได้เช่นเดียวกัน บริเวณคลองดูไบนี้เป็นแหล่งน้ำธรรมชาติที่มาจากอ่าวเปอร์เซีย ได้ไหลผ่านและทำการแบ่งดูไบออกเป็นสองข้าง ข้างหนึ่งก็คือ Deira Dubai และ Bur Dubai ความโดดเด่นของคลองแห่งนี้ไม่ใช่แค่ความงดงามของวิวธรรมชาติ ยังรวมไปถึงแหล่งการทำประมง และงมไข่มุกชื่อดังของดูไบ บริเวณสองฝั่งคลองก็จะเต็มไปด้วยตึกบ้านเรือน สถานที่เที่ยวสำคัญของดูไบ

10. ดูไบ เฟรม (Dubai Frame)

หนึ่งในสัญลักษณ์สำคัญของเมืองดูไบ ใครไปเที่ยวดูไบก็มักจะมามุมถ่ายรูปสวยๆ ที่มีดูไบ เฟรมนี้เป็นเบื้องหลัง เพราะดูเผินแล้วเหมือนกับเป็นกรอบรูปขนาดใหญ่ ทำให้เมืองดูไบเหมือนอยู่ในภาพวาดขนาดใหญ่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งช่วงเวลาที่พระอาทิตย์กำลังตกดิน ก็เป็นหนึ่งในช่วงเวลาที่สวยงามที่สุดช่วงหนึ่งของดูไบ สำหรับสถานที่แห่งนี้ไม่ใช่กรอบรูปแต่อย่างใด แต่เป็นตึกอาคารที่สร้างขึ้นมาให้เหมือนกับเป็นเฟรมภาพวาด ด้วยการสร้างนานถึง 10 ปี ตั้งอยู่บริเวณสวน Zabeel Park ตั้งอยู่ทางตอนเหนือของดูไบ

11. สวนน้ำอควาเวนเจอร์ (Aquaventure Waterpark)

ซื้อตั๋วเครื่องบินไปเที่ยวดูไบกับครอบครัว รับรองว่าลิสต์ “สวนน้ำอควาเวนเจอร์ (Aquaventure Waterpark)” เอาไว้จะไม่ผิดหวังอย่างแน่นอน เพราะสวนน้ำแห่งนี้เป็นสวนน้ำขึ้นชื่อของดูไบ เป็นหนึ่งใน Atlantis the Palm ที่มีความอลังการ เต็มไปด้วยเครื่องเล่นทางน้ำหวาดเสียวมากมาย หนึ่งในนั้นก็คือสไลด์เดอร์ และเครื่องเล่นที่ถือว่าเป็นไฮไลท์เลยได้แก่ Leap of Faith หอคอยที่มีความสูงประมาณ 27.5 เมตร ให้คุณได้ดิ่งลงมาข้ามผ่านลากูน ด้านในมีฉลามให้ฟีลเหมือนกับด่ำดิ่งสู่ใต้ท้องทะเล นอกจากนั้นยังมีเครื่องเล่นน่าสนใจอีกมากมาย

12. ดูไบ มิราเคิล การ์เด้น (Dubai Miracle Garden)

แม้ว่าดูไบจะเป็นพื้นที่ดูแห้งแล้ง และเต็มไปด้วยเขตของทะเลทราย แต่ก็มีหนึ่งในที่เที่ยวดูไบที่จะมีดอกไม้สวยๆ ให้คุณได้ชมกันตลอดทุกฤดูที่ “ดูไบ มิราเคิล การ์เด้น (Dubai Miracle Garden)” โดดเด่นด้วยโซนจัดดอกไม้ต่างๆ ออกมาเป็นธีมที่แตกต่างกันไป ให้คุณได้หามุมโปรดสำหรับถ่ายรูปภายในสวนดอกไม้นี้ ไฮไลท์คือเครื่องบินแอร์บัส เท่าขนาดจริงที่ถูกสร้างขึ้นมาด้วยการจัดดอกไม้ ใช้ทั้งวัสดุรีไซเคิล และดอกไม้สดต่างๆ นอกจากนี้ที่ดูไบ มิราเคิล การ์เด้น ยังมีเทศกาลที่จัดดอกไม้ไว้กลางแจ้งช่วงฤดูหนาวที่ได้จัดต่อเนื่องกันมาหลายปีแล้ว อยากได้โลเคชั่นสำหรับถ่ายรูปสวยๆ เดินเล่นมองดอกไม้จนเพลินตา ปักหมุดแล้วไว้ไปกันเดียวที่มีการนำไข่มุกมาขายในยุคนั้น สองฝั่งคลองแบ่งออกเป็นย่าน Deira ซึ่งเป็นโซนเมืองเก่าซึ่งมีวิถีชีวิตและสถาปัตยกรรมดั้งเดิมให้เห็นกัน ส่วนอีกฝั่งนั้นคือ Dur Dubai ฝั่งเมืองใหม่ซึ่งเต็มไปด้วยตึกระฟ้า จะมาลองล่องเรือชมวิวสองฝั่งคลองเพลินๆ ก็ได้ หรือจะมาเดินเล่นชมวิวกันก็สบายสุดๆ เลยละ

13. Dubai Fountain

อีกหนึ่งความเป็นที่สุดในดูไบ ก็ต้องยกให้น้ำพุเต้นระบำที่ใหญ่ที่สุดในโลกแห่งนี้นี่ละ น้ำพุนี้มีความยาวประมาณ 275 เมตร และสามารถพุ่งน้ำขึ้นไปได้สูงกว่า 150 เมตรเลยนะ โดยน้ำพุนี้อยู่ใกล้ๆ กับห้าง Dubai Mall เลยจ้า ที่เริ่ดก็คือเค้าจะมีการแสดงน้ำพุเต้นระบำประกอบแสง สี เสียง ให้เราดูกันได้ฟรีๆ ด้วยนะ แต่ละครั้งใช้เวลาประมาณ 3 - 5 นาที แถมแต่ละโชว์ยังมีลีลาที่ไม่ซ้ำกันด้วยจ้า ว่ากันว่าแสงสว่างจากการแสดงน้ำพุนี้มองเห็นได้ไกลถึง 32 กิโลเมตรกันเลยนะ รับรองว่ายิ่งใหญ่สมศักดิ์ศรีความเป็นดูไบอย่างแน่นอน

14. The Palm Islands

เชื่อว่านี่ต้องเป็นอีกหนึ่งแลนด์มาร์คของดูไบที่หลายคนต้องเคยเห็นผ่านตา เพราะนี่คือการแสดงแสนยานุภาพความทุนหนาอย่างหนึ่งของประเทศนี้ โดยเค้าเล่นใหญ่ด้วยการถมทะเลทำเป็นเกาะจ้า แถมยังเพิ่มความเก๋ด้วยการสร้างเป็นรูปต้นปาล์ม โดยมีกันทั้งหมด 3 เกาะนะ แต่ละเกาะมีทั้งคอนโดสุดหรู หมู่บ้านสไตล์วิลล่าริมชายหาด ร้านอาหาร โรงแรม รีสอร์ท สวนน้ำ ศูนย์การค้า รีสอร์ท & สปา ระดับ 7 ดาว ซึ่งมีลานสกีอยู่ด้านใน! เกาะนี้เดินทางมาถึงได้ด้วยรถไฟลอยฟ้า และนี่คือเกาะที่มนุษย์สร้างขึ้นมาที่ใหญ่ที่สุดในโลกด้วยนะ ระดับดูไบจะน้อยกว่านี้ได้ยังไง!ลเลอรี่ที่จัดแสดงเรื่องราวของตึกนี้และความเจริญเติบโตของเมืองดูไบ ซึ่งนำเสนอโดยใช้เทคนิคทันสมัยน่าตื่นตา รวมถึงอุโมงค์สามมิติที่จะพาเราไปเห็นอนาคตของดูไบแบบสุดล้ำ แถมยังมีจุดชมวิวและทางเดินกระจกอยู่ด้านบนด้วยจ้า ครบขนาดนี้ต้องมาแล้วเด้อ

15. Ain Dubai

อย่าเพิ่งเบื่อเมื่อได้ยินคำว่าที่สุดในโลก ณ ประเทศนี้! เพราะนี่คือชิงช้าสวรรค์ชมวิวที่ใหญ่และสูงที่สุดในโลกอีกแล้วจ้า จะบอกว่าเป็นแลนด์มาร์คล่าสุดของดูไบก็ว่าได้นะ เพราะเค้าเพิ่งจะเปิดตัวกันไปเมื่อปลายปีที่แล้ว โดยเจ้าชิงช้าสวรรค์แห่งนี้นั้นมีความสูงถึง 250 เมตร หรือเกือบสองเท่าของลอนดอน อาย ในแต่ละรอบจะจุผู้คนได้ประมาณ 1,700 คนเลยจ้า มีแคปซูลทั้งหมด 48 ห้อง ในแคปซูลนั้นสามารถแปลงให้เป็นห้องจัดปาร์ตี้แบบย่อมๆ ได้อีกด้วยนะ หนึ่งรอบใช้เวลาหมุน 38 นาที เป็นอีกพิกัดที่ต้องไปเช็คอินกันให้ไวโดยรวบรวมร้านรวงอัญมณีเอาไว้ถึงกว่า 300 ร้าน ว่ากันว่าหากนำทองคำทั้งหมดในตลาดนี้มารวมกันจะมีน้ำหนักถึง 10 ตันเลยนะ เริ่ดสุดก็ตรงที่ว่าเค้าเป็นตลาดทองคำปลอดภาษี จะมาเดินเล่นก็ละลานตา จะมาช้อปก็คุ้มค่าสุดๆ เลยละ ไม่มาไม่ได้แล้วเด้อ

16. Dubai Museum

สายพิพิธภัณฑ์ที่มาดูไบต้องไม่พลาดการมาที่นี่นะ เพราะเป็นแหล่งรวมประติมากรรม งานศิลปะ และเรื่องราวในประวัติศาสตร์ของโลกอาหรับอันยิ่งใหญ่ตั้งแต่ในยุคอดีตเป็นต้นมา เริ่มจากตัวพิพิธภัณฑ์ซึ่งป็นอดีตป้อมปราการที่สร้างขึ้นตั้งแต่ปี ค.ศ.1787 ภายในป้อมนี้เคยทำหน้าที่เป็นทั้งพระราชวัง ป้อมปราการ และคุกสำหรับคุมขังศัตรู นับเป็นการเดินชมโบราณวัตถุในโบราณสถานผ่านการใช้สื่อต่างๆ ที่ทันสมัย เชื่อว่าจะทำให้ทุกคนได้รู้จักโลกอาหรับกันแบบไม่มีคำว่าน่าเบื่อเลยเชียวละ

17. Desert Safari

การมาเที่ยวทะเลทรายในประเทศนี้ ย่อมไม่ใช่แค่การแวะมาถ่ายรูปสวยๆ แล้วหันหลังกลับไปแน่นอน แต่การมาทัวร์ทะเลทรายในดูไบนั้นจะทำให้เราสนุกเร้าใจและได้ประสบการณ์ที่ลืมไม่ลงเลยเชียวละ ไม่ว่าจะเป็นการขี่อูฐชมวิวสวยๆ หรือมันไปกับการขี่รถ ATV นั่งรถ 4WD ตะลุยขึ้นลงเนินทรายให้ได้กรีดร้องกัน อยากได้แบบจัดหนักหรือมันแบบเบาๆ ก็เลือกเอาเลยจ้า ถ้าอยากจัดเต็มลองไปนอนในแค้มป์กลางทะเลทรายซักคืนก็เริ่ดนะ เพราะจะได้นอนในกระโจม กินอาหารอาหรับ รวมถึงดูการแสดงท้องถิ่นที่น่าสนใจ ไหนๆ ก็ไหนๆ แนะนำให้จัดเต็มกันไปโลดเลยเด้อ

18. Sheikh Zayed Mosque

มัสยิดสุดอลังการที่งดงามตื่นตาไปทุกกระเบียดนิ้วแห่งนี้ คือมัสยิดหลวงที่มีขนาดใหญ่เป็นอันดับที่ 4 ของโลก โดยใช้เวลาสร้างถึง 10 ปี เป็นมัสยิดหินอ่อนสีขาวสะอาดตาซึ่งมีพื้นที่ใหญ่กว่า 22,000 ตารางเมตร รองรับผู้คนได้ถึง 41,000 คน ตัวมัสยิดทั้งด้านนอกและด้านในใช้ช่างฝีมือดีจากหลายประเทศทั่วโลก รวมถึงมีการใช้วัสดุชั้นยอดทั้งทองคำ คริสตัล เซรามิก หินอ่อน และอื่นๆ อีกมากมาย นอกจากความยิ่งใหญ่ด้านนอกแล้วนะ ด้านในมัสยิดยังมีความงามของพรมลายดอกไม้และแชนเดอร์เลียที่ใหญ่ที่สุดในโลกด้วยเช่นกันจ้า บอกเลยว่าสวยปังทุกตารางเมตรจริงๆ

19. The Deira Spice Souk

อีกหนึ่งเอกลักษณ์ของประเทศตะวันออกกลาง ก็คงจะหนีไม่พ้นเรื่องราวของเครื่องเทศนี่ละ เพราะไม่ว่าจะเป็นทั้งสี กลิ่น และรส ล้วนเป็นเอกลักษณ์ที่โดดเด่นของประเทศในโซนนี้ อีกพิกัดที่อยากชวนให้มาเดินเล่นเช็คอินกันก็เลยหนีไม่พ้นตลาดเครื่องเทศนี่ละจ้า ตลาดนี้อยู่ใกล้ๆ กับตลาดทองคำเลยนะ ด้านในเต็มไปด้วยซิกเนเจอร์ของดูไบแบบแน่นๆ เลยละ ไม่ว่าจะเป็นกลิ่นหอมของกำยาน เครื่องเทศ สมุนไพร ชา ไปจนถึงข้าวของเครื่องใช้อย่างธูปหอมหรือพรมทั้งหลาย ใครอยากได้บรรยากาศแปลกตา แถมยังมาพร้อมข้าวของน่าช้อปกลับบ้านมากมาย ปักหมุดมาที่นี่กันได้เลย

20. สกีดูไบ (Ski Dubai)

หนึ่งในสิ่งมหัศจรรย์ในโลกอาหรับเอมิเรตส์ “สกีดูไบ” สวนหิมะในร่มที่ใหญ่ที่สุดในโลก ตั้งอยู่ในดูไบมอลล์ ที่สามารถเที่ยวทะเลทรายและเล่นสกีหิมะไปพร้อมๆ กัน ที่นี่มีลานสกีทะเลทรายร้อนกว่า 50 องศา แต่สามารถเล่นได้สบายๆ บรรยากาศเหมือนอยู่เมืองหนาวสุดๆ ภายในยังมีภูเขาเทียมสูง 85 เมตร มีความชันเเตกต่างกัน 5 ระดับและความห่างของเเต่ละชั้น 400 เมตร เเละยังมีสกีรีสอร์ทพร้อมสวนหิมะ ถ้ำน้ำเเข็ง ร้านอาหารที่สร้างจากน้ำเเข็ง เเละสวนสัตว์เมืองหนาวให้ได้เที่ยวชม

21. สวนน้ำอควาเวนเจอร์ (Aquaventure Waterpark)

หนึ่งในสวนน้ำที่ดีที่สุดในดูไบ และอลังการสุดตื่นเต้นที่สุดในโลก อยู่ในบริเวณรีสอร์ทหรู “แอทแลนติสเดอะปาล์ม” (Atlantis the Palm) ที่นี่มีไฮไลท์เด็ดคือ “Shark Attack” สไลด์เดอร์ลอดอุโมงค์ชมฝูงปลาฉลามใต้ทะเลสาบ นอกจากโซนสวนน้ำแล้ว ยังมีโซนโลมาให้เด็๋กๆ ได้สัมผัสความน่ารักและเกาะครีบหลังโลมาว่ายน้ำอย่างใกล้ชิด และยังโซนพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำในธีมผจญภัย รวมถึงโซนสิงโตทะเล คือถ้ามาพักผ่อนที่รีสอร์ตแห่งนี้ต้องมีเวลามากกว่า 1 วันขึ้นไป

22. สวนน้ำไวลด์วาดี (Wild Wadi Water Park)

สวนน้ำกลางแจ้งสุดสนุก อยู่ใกล้ๆ โรงแรมเบิร์จอัลอาหรับ (Burj Al Arab) สวนน้ำแห่งนี้ออกแบบมาให้เหมือน“วาดิ” หรือโอเอซิสแบบอาราเบียน เครื่องเล่นส่วนใหญ่เชื่อมต่อถึงกันทำให้ไม่ต้องขึ้นจากน้ำเพื่อไปเข้าแถวเล่นเครื่องใหม่ ไฮไลท์คือ “จูไมราห์สไกราห์” สไลเดอร์ที่ยาวและสูงที่สุดในโลก ท้าทายวัดใจสุดๆ มีสระน้ำคลื่นจำลองที่ใหญ่ที่สุดในตะวันออกกลาง “เบรกเกอร์เบย์” (Breaker's Bay) และเครื่องเล่นอื่นๆที่สุดตื่นเต้นให้สนุกกันแบบเต็มที่

23. ห้างสรรพสินค้ามอลล์ออฟเอมิเรตส์ (Mall of the Emirates)

และแล้วก็มาถึงจุดปักหมุดอันดับสุดท้าย “ห้างสรรพสินค้ามอลล์ออฟเอมิเรตส์” เป็นอาคาร 3 ชั้น ในย่านอัลบาร์ชา ซึ่งเป็นหนึ่งในห้างที่ใหญ่ที่สุดในโลก ที่มีร้านค้าสุดหรู ร้านค้า ร้านอาหารและคาเฟกว่า 700 ร้าน และยังมีความบันเทิงแบบครอบครัวด้วยสระว่ายน้ำ ลานโบว์ลิ่ง โต๊ะบิลเลียด เครื่องเล่นม้าหมุนนอกจากนี้ยังมีโรงละครและศูนย์ศิลปะ เป็นพื้นที่ในการแสดงผลงานภาพวาดและงานศิลปะต่างๆ ให้เดินเที่ยวและถ่ายรูปกันเพลินๆ

24. ย่านประวัติศาสตร์อัลฟาฮิดิ (Al Fahidi Historic District)

ท่ามกลางความทันสมัยของตึกระฟ้า ดูไบยังมีย่านประวัติศาสตร์อัลฟาฮิดิให้สำรวจบ้านเรือนเก่าแก่ตั้งแต่ศตวรรษที่ 19 ที่ได้รับการอนุรักษ์ไว้เป็นอย่างดี ตามถนนที่คดเคี้ยวไปตามตรอกซอกซอย เต็มไปด้วยพิพิธภัณฑ์ หอศิลป์ หอคอยลมแบบดั้งเดิม ร้านอาหาร และร้านค้าต่างๆ มากมายให้เดินชมงานศิลปะ ชิมอาหารท้องถิ่น และซื้อของที่ระลึก ที่สำคัญคือมีมุมสวยๆ ให้ถ่ายรูปเพียบ

25. มัสยิดจูไมราห์ (Jumeirah Mosque)

หนึ่งในสถาปัตยกรรมแลนด์มาร์กของดูไบ “มัสยิดจูไมราห์” เป็นมัสยิดที่ใหญ่ที่สุดและสวยงามที่สุดในดูไบ และถือเป็นมัสยิดแห่งเดียวที่อนุญาตให้ผู้ที่ไม่ได้นับถือศาสนาอิสลามเข้าเยี่ยมชมได้ มัสยิดมีขนาดใหญ่พอที่จะรองรับผู้มาละหมาดได้กว่า 1,200 คน สร้างขึ้นจากหินสีขาว โดยมีหอคอยสุเหร่าแฝดสูงตระหง่านล้อมรอบโดมกลางขนาดใหญ่ ประดับประดาด้วยแสงไฟสุดสวยงามในยามค่ำ

26. ดูไบริเวอร์แลนด์รีสอร์ท (Dubai Parks and Resorts)

สวนสนุกธีมฮอลลีวูดสุดยิ่งใหญ่ ภายในมีสวนสนุก 3 แห่ง และสวนน้ำเลโกแลนด์ มีเครื่องเล่นและสถานที่ท่องเที่ยวทั้งในร่มและกลางแจ้งมากกว่า 100 แห่ง ไฮไลท์เด่นคือรถไฟตีลังกาเหาะเครื่องแรกของโลกที่ได้รับแรงบันดาลใจจากภาพยนตร์แอคชั่นเรื่อง John Wick และยังมีสตูดิโอภาพยนตร์ของ 4 ค่ายดังให้เที่ยวชมและถ่ายรูป

27. เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าราสอัลคอร์ (Ras Al Khor Wildlife Sanctuary)

อีกหนึ่งที่เที่ยวชมธรรมชาติที่อยู่ใกล้ตัวเมืองดูไบ “เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าราสอัลคอร์” คือเขตสงวนขนาดใหญ่ประกอบด้วยป่าชายเลน และพื้นที่ชุ่มน้ำของลำห้วยดูไบ เป็นจุดแวะพักที่สำคัญบนเส้นทางอพยพ ที่นี่จึงมีฝูงนกฟลามิงโกสีชมพูหวานเป็นไฮไลท์ ที่จะมีให้เห็นในช่วงฤดูหนาวเท่านั้น ที่นี่ยังเป็นบ้านของนกหลากสีสันอีกหลากหลายสายพันธุ์ นับเป็นสวรรค์ของนักดูนกอย่างแท้จริง

28. พิพิธภัณฑ์แห่งอนาคต (Museum of the Future)

แลนด์มาร์กแห่งใหม่ที่ตอกย้ำความเป็นที่สุดของดูไบ ที่ใช้เวลาสร้างนานถึง 6 ปี พิพิธภัณฑ์ทรงกลมมีอักขระอาหรับกระจายอยู่ทั่วด้านนอกของตัวอาคาร ได้รับการยกย่องให้เป็น 1 ใน 14 พิพิธภัณฑ์ที่สวยสุดในโลกภายในแสดงภาพจำลองอนาคตในปี 2071 ตั้งแต่ชีวิตความเป็นอยู่ สิ่งแวดล้อม นวัตกรรม ไปจนถึงการท่องอากาศ ซึ่งกระจายอยู่ในอาคาร 7 ชั้น บนพื้นที่ 30,000 ตารางเมตร ใช้เวลาเดินชมราว 2 ชั่วโมง

29. บ้านซีคซาอีดอัลมักตุม (Sheikh Saeed Al Maktoum House)

อาคารที่มีคุณค่าทางประวัติศาสตร์ สถาปัตยกรรมอาหรับแบบดั้งเดิมแห่งนี้ เป็นที่พำนักของอดีตเจ้าผูครองนครดูไบ ปัจจุบันได้รับการบูรณะให้เป็นพิพิธภัณฑ์ จัดแสดงนิทรรศการภาพถ่ายเก่าแก่ที่สวยงาม และเอกสารทางประวัติศาสตร์ของดูไบ ภายในตกแต่งสุดหรูหรา มีมากกว่า 30 ห้องให้เดินชม ไฮไลท์ของที่คือ ห้องรับแขกที่มองเห็นวิวอ่าวดูไบได้อย่างเต็มตาสวยงามสุดๆ

30. เขื่อนฮาตตา (Hatta Dam)

“เขื่อนฮาตตา” คือแลนด์มาร์กสำคัญของหมู่บ้านมรดกโลกอันเงียบสงบ อยู่ห่างจากตัวเมืองดูไบ 135 กิโลเมตร กิจกรรมยอดฮิตของที่นี่ คือพายเรือคายักชมวิวทิวทัศน์อันสวยงามของทะเลสาบน้ำสีเขียวมรกดอันกว้างใหญ่ ที่เกิดจากเขื่อนฮัตตาและภูเขาโดยรอบ มีจุดถ่ายภาพสวยๆ ทั้งจากบนน้ำ และจากจุดชมวิวเหนือเขื่อน ที่นอกจากจะเป็นจุดชมพระอาทิตย์ตก ยังเป็นจุดชมวิวเมืองแบบ 360 องศา อีกด้วย

31. หาดไคท์ (Kite Beach)

ที่เที่ยวน่าไปอันดับสุดท้าย คือชายหาดยอดนิยมของผู้ที่ชื่นชอบกีฬาทางน้ำ “หาดไคท์” หรือ “หาดว่าว” อยู่ใกล้ๆ กับโรงแรมเบิร์จอัลอาหรับจูไมราห์ เป็นหาดทรายขาวเนียนนุ่ม มีทุกสิ่งที่นักท่องเที่ยวต้องการ กิจกรรมสุดฮิตของที่นี่คือ “ไคท์เซิร์ฟ” อันเป็นที่มาของชื่อหาด และยังมีกิจกรรมทางน้ำอื่นๆ ทั้งพายเรือคายัก เล่นกระดานโต้คลื่น ในช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์หาดแห่งนี้จะเต็มไปด้วยว่าวหลากสีสัน ถ่ายรูปกันรัวๆ

ที่ตั้งและการเดินทางไปดูไบ

ดูไบเป็นหนึ่งใน 7 รัฐของสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (UAE) ตั้งอยู่ริมอ่าวเปอร์เซียทางฝั่งตะวันออกของคาบสมุทรอาหรับ เป็นเมืองที่ใหญ่และมีชื่อเสียงที่สุดของประเทศ แม้จะเป็นเมืองในเขตทะเลทราย แต่ดูไบพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานจนกลายเป็นศูนย์กลางการบิน การท่องเที่ยว และธุรกิจของภูมิภาคตะวันออกกลาง ตัวเมืองแบ่งเป็นสองฝั่งโดยมีคลองดูไบ (Dubai Creek) คั่นกลาง ฝั่งหนึ่งคือ Deira ที่เป็นย่านเมืองเก่า อีกฝั่งคือ Bur Dubai ที่เต็มไปด้วยตึกระฟ้าและย่านธุรกิจสมัยใหม่ นักท่องเที่ยวไทยสามารถเดินทางเข้าเมืองผ่านสนามบินนานาชาติดูไบ (DXB) ซึ่งอยู่ห่างจากใจกลางเมืองเพียงประมาณ 15-20 นาทีโดยการขับรถ ทำให้การเริ่มทริปสะดวกตั้งแต่ก้าวลงจากเครื่อง

การเดินทางจากไทยไปดูไบ

เที่ยวบินตรงกรุงเทพฯ-ดูไบ ใช้เวลาบินประมาณ 6 ชั่วโมง 30 นาที มีเที่ยวบินตรงทุกวันจากสายการบิน เช่น Emirates, การบินไทย, Etihad Airways, flydubai
ราคาตั๋วเครื่องบินไป-กลับ เริ่มต้นประมาณ 15,000-25,000 บาท ขึ้นอยู่กับช่วงเวลาจองและฤดูกาล
คนไทยต้องขอวีซ่าท่องเที่ยว UAE ล่วงหน้าก่อนเดินทาง (ไม่มี Visa on Arrival) แนะนำยื่นผ่านสายการบินหรือเอเจนซี่ทัวร์ล่วงหน้าอย่างน้อย 10-14 วัน ค่าธรรมเนียมโดยประมาณ 2,500-7,500 บาท ขึ้นอยู่กับผู้ให้บริการ ได้วีซ่าพำนักได้ 30 วัน

โปรเซฟงบ! จองตั๋วเครื่องบินไปดูไบ คุ้มที่สุดแห่งปีที่ Traveloka

Wed, 7 Oct 2026

Air Arabia

กรุงเทพ (BKK) ไป ชาร์จาห์ (SHJ)

เริ่มจาก THB 8,902.52

Tue, 6 Oct 2026

Air Arabia

ภูเก็ต (HKT) ไป ชาร์จาห์ (SHJ)

เริ่มจาก THB 9,192.15

Wed, 28 Oct 2026

Air India

กรุงเทพ (BKK) ไป ดูไบ (DXB)

เริ่มจาก THB 7,033.25

การเดินทางในตัวเมืองดูไบ

รถไฟฟ้าดูไบเมโทร (Dubai Metro) ครอบคลุมแลนด์มาร์คหลักอย่างดูไบมอลล์และ Burj Khalifa ค่าโดยสารเริ่มต้นประมาณ 3-8 ดีแรห์ม (ราว 30-75 บาท) ต่อเที่ยว ขึ้นอยู่กับระยะทาง
แท็กซี่สะดวกและปลอดภัย มีมิเตอร์ชัดเจน ค่าโดยสารเริ่มต้นประมาณ 12 ดีแรห์ม (ประมาณ  110 บาท) และเพิ่มตามระยะทาง เหมาะกับการเดินทางไปจุดที่รถไฟฟ้าไปไม่ถึง
รถเช่าขับเอง เหมาะกับสายทริปทะเลทรายหรือแวะหลายจุดในวันเดียว ค่าเช่าเริ่มต้นประมาณ 100-150 ดีแรห์มต่อวัน (ราว 950-1,400 บาท)
เรืออาบรา (Abra) ข้ามคลองดูไบ ราคาประหยัดเพียง 1 ดีแรห์ม (ประมาณ 9 บาท) ต่อเที่ยว เหมาะกับใครที่อยากสัมผัสวิถีดั้งเดิมของดูไบ

ไปเที่ยวดูไบเดือนไหนดี

ตุลาคม-เมษายน คือช่วงที่ดีที่สุดสำหรับเที่ยวดูไบ อากาศเย็นสบาย ไม่มีพายุทราย เหมาะกับกิจกรรมกลางแจ้งทุกรูปแบบ
ธันวาคม-กุมภาพันธ์ เป็นช่วงพีคของนักท่องเที่ยว อุณหภูมิลดลงเหลือราว 14-24 องศา เดินเที่ยวกลางวันได้สบายไม่ร้อนจัด
มกราคม ถือเป็นเดือนที่อากาศดีที่สุดของปี ตรงกับช่วงเทศกาล Dubai Shopping Festival ที่มีโปรโมชั่นช้อปปิ้งและกิจกรรมพิเศษทั่วเมือง
มีนาคม-เมษายน อากาศเริ่มอุ่นขึ้นแต่ยังเที่ยวได้สบาย เหมาะกับคนที่อยากเลี่ยงช่วงพีคและราคาที่พักที่สูงขึ้น
พฤษภาคม-กันยายน เป็นช่วงหน้าร้อนจัด อุณหภูมิกลางวันพุ่งเกิน 40 องศา เหมาะกับทริปที่เน้นกิจกรรมในร่มอย่างห้างสรรพสินค้าหรือสวนน้ำมากกว่ากิจกรรมกลางแจ้ง
ควรเช็กช่วงเดือนรอมฎอนของแต่ละปีก่อนวางแผน เพราะร้านอาหารและสถานที่บางแห่งจะปรับเวลาเปิด-ปิดในช่วงนี้

ที่พักแนะนำในดูไบ

One&Only One Za'abeel

One&Only One Za'abeel
One&Only One Za'abeel
One&Only One Za'abeel
One&Only One Za'abeel

+2

One&Only One Za'abeel

เหมาะกับ: คู่รักฮันนีมูน / สายติดแกลม / สายคอนเทนต์

One&Only One Za'abeel เป็นโรงแรมหรูระดับซูเปอร์ลักชัวรีที่เพิ่งเปิดตัวในย่าน Za'abeel ใจกลางดูไบ จุดเด่นคือสะพานลอยฟ้าเชื่อมสองอาคาร ที่กลายเป็นหนึ่งในมุมถ่ายรูปสุดฮิตของดูไบ ห้องพักตกแต่งหรูหราทันสมัย มองเห็นวิวตึกเบิร์จคาลิฟาและเส้นขอบฟ้าของเมืองได้ชัดเจน เดินทางสะดวกเพราะอยู่ใกล้ทั้งย่านธุรกิจ DIFC และสนามบิน

United-arab-emirates

One&Only One Za'abeel

9.4/10

•

ซาอาบีลที่หนึ่ง

THB 15,112.65

Millennium Atria Business Bay

Millennium Atria Business Bay
Millennium Atria Business Bay
Millennium Atria Business Bay
Millennium Atria Business Bay

+2

Millennium Atria Business Bay

เหมาะกับ: สายประหยัด / นักธุรกิจ / ครอบครัวที่ต้องการห้องกว้าง

Millennium Atria Business Bay เป็นโรงแรมสไตล์โมเดิร์นตั้งอยู่ในย่าน Business Bay ใกล้คลองดูไบและอยู่ไม่ไกลจากดูไบมอลล์กับตึกเบิร์จคาลิฟา เดินทางสะดวกด้วยรถไฟฟ้าเมโทร ห้องพักกว้างขวางสะอาดตา ราคาจับต้องได้เมื่อเทียบกับทำเลที่อยู่ใจกลางเมือง เหมาะกับทั้งทริปเที่ยวและทริปธุรกิจ

United-arab-emirates

มิลเลนเนียม เอเทรีย อ่าวบิสซิเนส

8.4/10

•

อาลีคาลิจอัลเตจารี

THB 3,106.32

Atlantis The Royal

Atlantis The Royal
Atlantis The Royal
Atlantis The Royal
Atlantis The Royal

+2

Atlantis The Royal

เหมาะกับ: ครอบครัว / คู่รัก / สายคอนเทนต์ที่อยากได้มุมระดับไอคอนิก

Atlantis The Royal เป็นรีสอร์ทระดับตำนานบน Palm Jumeirah พี่น้องของ Atlantis The Palm จุดเด่นคือสระว่ายน้ำแบบอินฟินิตี้ที่เชื่อมสองอาคารเข้าด้วยกันในมุมสูง พร้อมวิวทะเลอาหรับแบบพาโนรามา ภายในมีร้านอาหารจากเชฟระดับมิชลินหลายแห่ง และเข้าถึงสวนน้ำ Aquaventure ได้สะดวก เหมาะกับทริปที่อยากได้ประสบการณ์รีสอร์ตหรูแบบเต็มรูปแบบ

United-arab-emirates

แอตแลนติก เดอะรอยัล

9.4/10

•

ปาล์มจูเมราห์

THB 55,551.54

Carlton Downtown

Carlton Downtown
Carlton Downtown
Carlton Downtown
Carlton Downtown

+2

Carlton Downtown

เหมาะกับ: คนที่อยากอยู่ใจกลางเมือง / สายเน้นเดินเที่ยว / คนที่มาดูไบครั้งแรก

Carlton Downtown เป็นโรงแรมทำเลดีใจกลาง Downtown Dubai ใกล้ตึกเบิร์จคาลิฟาและดูไบมอลล์ เดินถึงจุดชมน้ำพุเต้นระบำได้ในไม่กี่นาที ห้องพักหลายห้องมองเห็นวิวตึกเบิร์จคาลิฟาโดยตรง ราคาย่อมเยากว่าโรงแรมหรูในย่านเดียวกัน เหมาะกับคนที่อยากเดินเที่ยวแลนด์มาร์คหลักได้โดยไม่ต้องพึ่งรถมาก

United-arab-emirates

คาร์ลตัน ดาวน์ทาวน์

8.4/10

•

เทรดเซ็นเตอร์ที่ 2

THB 2,830.37

Four Points by Sheraton Sheikh Zayed Road, Dubai

Four Points by Sheraton Sheikh Zayed Road, Dubai
Four Points by Sheraton Sheikh Zayed Road, Dubai
Four Points by Sheraton Sheikh Zayed Road, Dubai
Four Points by Sheraton Sheikh Zayed Road, Dubai

+2

Four Points by Sheraton Sheikh Zayed Road, Dubai

เหมาะกับ: นักธุรกิจ / ครอบครัว / คนที่เน้นที่พักเดินทางสะดวก

Four Points by Sheraton Sheikh Zayed Road, Dubai เป็นโรงแรมเครือ Marriott ตั้งอยู่บนถนน Sheikh Zayed Road เส้นหลักที่เชื่อมทุกย่านสำคัญของดูไบ ใกล้ศูนย์การประชุม Dubai World Trade Centre และเดินทางเข้า Downtown หรือ Business Bay ได้ไม่ไกล ห้องพักเรียบง่ายใช้งานได้จริง เน้นความคุ้มค่าและความสะดวกในการเดินทางเป็นหลัก

United-arab-emirates

Four Points by Sheraton Sheikh Zayed Road, Dubai

9.1/10

ศูนย์การค้าเฟิร์สต์

THB 3,494.60

FAQ

ตึกเบิร์จคาลิฟาสูงเท่าไหร่ และขึ้นไปชมวิวได้ที่ชั้นไหน?

ตึกเบิร์จคาลิฟาสูงกว่า 800 เมตร มี 162 ชั้น จุดชมวิวยอดนิยมอยู่ที่ชั้น 124-125 และชั้น 148 สำหรับคนที่อยากได้ประสบการณ์พรีเมียมกว่า

ไปดูไบต้องขอวีซ่าไหม?

ต้องขอ คนไทยไม่ได้รับสิทธิ์ Visa on Arrival ที่ UAE จึงต้องยื่นวีซ่าท่องเที่ยวล่วงหน้าผ่านสายการบิน โรงแรม หรือเอเจนซี่ทัวร์ ก่อนเดินทาง

Dubai Mall กับ Mall of the Emirates ต่างกันอย่างไร?

Dubai Mall อยู่ใกล้ตึกเบิร์จคาลิฟาและมีขนาดใหญ่กว่า ส่วน Mall of the Emirates อยู่ย่านอัลบาร์ชาและมีลานสกี (Ski Dubai) อยู่ภายในห้างด้วยนะ! ไม่ว่าจะเลือกไปที่ไหนก็มีร้านค้าและร้านอาหารเยอะมาก ๆ 

ไปดูไบหน้าร้อนไหวไหม?

ก็ไหวอยู่ แต่ต้องวางแผนกิจกรรมในร่มเป็นหลัก เพราะอุณหภูมิกลางวันช่วงพฤษภาคม-กันยายนอาจสูงเกิน 40 องศา เหมาะกับการเที่ยวตามห้างสรรพสินค้าหรือสวนน้ำมากกว่ากิจกรรมกลางแจ้ง เพราะอาจเป็นลมแดดได้เลย

Palm Jumeirah เดินทางไปยังไง?

สามารถเดินทางด้วยรถไฟลอยฟ้า Palm Monorail เชื่อมจากสถานีรถไฟฟ้าเมโทรสาย Red Line หรือเรียกแท็กซี่ตรงเข้าไปยังพิกัดบนเกาะได้เลย

ถ้าพร้อมจะออกไปเที่ยวแล้ว อย่าลืมจองไฟล์ทไปดูไบและที่พักในดูไบกับ Traveloka ที่เดียวครบจบทั้งเที่ยวบิน ที่พัก และกิจกรรมสนุก ๆ ด้วยราคาน่ารักสบายกระเป๋า แถมมีโปรโมชั่นเด็ด ๆ มาแจกเป็นประจำ!

บทความแนะนำ

จองโรงแรม
จองตั๋วเครื่องบิน
สิ่งที่ต้องทำ
รับทราบข้อมูลใหม่ ๆ ตลอดเวลา
สมัครรับจดหมายข่าวของเรา เพื่อคำแนะนำการท่องเที่ยวและรูปแบบการใช้ชีวิตที่มากขึ้น พร้อมด้วยข้อเสนอที่น่าตื่นเต้น
สมัคร