15 ที่เที่ยวโกลกาตา เที่ยวอดีตเมืองหลวงมากเสน่ห์ และที่พักแนะนำ [2026]

แจก 15 ที่เที่ยวโกลกาตา เมืองมากเสน่ห์แห่งอินเดีย รวมแลนด์มาร์ก วัด ตลาด พร้อมแนะนำที่พัก การเดินทาง และช่วงน่าเที่ยว
Traveloka TH
ใช้เวลาอ่านประมาณ 9 นาที

โกลกาตา อดีตเมืองหลวงของอินเดียในยุคที่อยู่ภายใต้การปกครองของอังกฤษ เป็นเมืองที่เต็มไปด้วยเสน่ห์ของวันวาน แต่ขณะเดียวกันก็ยังมีสีสันและความคึกคักของเมืองใหญ่ให้สัมผัสอยู่ตลอดทาง ด้วยความที่ครั้งหนึ่งเคยเป็นศูนย์กลางสำคัญทั้งด้านวัฒนธรรม การเมือง และการศึกษา ทำให้ทุกวันนี้เรายังได้เห็นอาคารสไตล์ยุโรปสวย ๆ ตั้งอยู่เคียงข้างวัดฮินดู ตลาดเก่า และย่านท้องถิ่นที่เต็มไปด้วยชีวิตชีวา เรียกว่าเดินเที่ยวไปเรื่อย ๆ ก็ได้เห็นหลายมุมของอินเดียในเมืองเดียว

ใครกำลังวางแผนเที่ยวโกลกาตา บอกเลยว่ามีอะไรให้เก็บเยอะกว่าที่คิด ทั้งแลนด์มาร์กดัง วัด พิพิธภัณฑ์ ตลาด ไปจนถึงมุมถ่ายรูปสวย ๆ เตรียมทริปให้พร้อมแล้วจองตั๋วเครื่องบินและที่พักโกลกาตา กับ Traveloka จากนั้นตามไปดูกันเลยว่า 15 ที่เที่ยวโกลกาตา ที่ไม่ควรพลาดมีที่ไหนน่าเช็กอินบ้าง!

Quick Summary: สรุปไฮไลท์การเที่ยวโกลกาตาใน 1 นาที

15 พิกัดห้ามพลาด: จัดเต็มจุดเช็กอินครบทุกสไตล์ ตั้งแต่อนุสรณ์สถานหินอ่อนสุดอลังการ Victoria Memorial, วิหารสไตล์กอธิก St. Paul's Cathedral Kolkata, ชมความมหัศจรรย์ทางวิศวกรรมที่สะพาน Howrah Bridge, ตะลุยตลาดดอกไม้ Mallick Ghat, เดินช้อปปิ้งย่าน New Market และ Park Street Kolkata, ไปจนถึงสายมูที่ต้องมาสักการะพระแม่กาลีศักดิ์สิทธิ์ที่ Kalighat Kali Temple และ Dakshineswar Kali Temple
การเดินทางไปโกลกาตา: บินตรงจากกรุงเทพฯ สู่สนามบินนานาชาติ Netaji Subhas Chandra Bose (CCU) ใช้เวลาเพียงประมาณ 3 ชั่วโมง แล้วต่อรถไฟใต้ดิน Metro สายสีเหลือง (Yellow Line) จากสถานีสนามบินไปเปลี่ยนเข้า สายสีน้ำเงิน (Blue Line) หรือเรียกรถผ่านแอปเข้าสู่ใจกลางเมืองได้สะดวกรวดเร็ว
การเดินทางในโกลกาตา: ครอบคลุมและสะดวกสบายด้วย Metro ที่ผ่านจุดท่องเที่ยวหลักเกือบทั้งหมด, นั่งเรือ Ferry ข้ามแม่น้ำ Hooghly River ชมวิวเมือง, สัมผัสเสน่ห์คลาสสิกด้วยการลองนั่งรถรางไฟฟ้า (Tram) เก่าแก่ที่สุดในเอเชีย, ใช้บริการแท็กซี่ รถสามล้อ (Auto-rickshaw) รวมถึงการเดินเท้าเที่ยวเชื่อมต่อแลนด์มาร์กใกล้ๆ กันได้อย่างง่ายดาย 
ช่วงเวลาน่าเที่ยว: เดือนพฤศจิกายน – กุมภาพันธ์ (ฤดูหนาว) ดีที่สุดเพราะอากาศเย็นสบาย ฝนน้อย เดินเที่ยวแลนด์มาร์กกลางแจ้งได้เพลินๆ ทั้งวัน แต่ถ้าอยากสัมผัสสีสันความยิ่งใหญ่ของงานเทศกาลฮินดูระดับโลก แนะนำให้มาช่วง เทศกาล Durga Puja (เดือนกันยายน – ตุลาคม)
เคล็ดลับการเที่ยว: วางแพลนเที่ยวโกลกาตา โดยจัดสถานที่ท่องเที่ยวเป็นโซนๆ เพื่อประหยัดเวลาเดินทาง, ตื่นเช้าไปชมวิถีชีวิตคนท้องถิ่นที่ตลาดดอกไม้และวัดฮินดู, แต่งกายสุภาพเรียบร้อยเมื่อเข้าชมศาสนสถาน, พกเงินสดย่อยไว้สำหรับซื้อของในตลาด และเผื่อเวลาดื่มด่ำกับวัฒนธรรม เมนู local อย่าง Kathi Roll และของหวานขึ้นชื่อโดยไม่ต้องอัดแน่นแพลนจนเกินไป

15 ที่เที่ยวเด็ด ๆ ในโกลกาตา อินเดีย

1. Dakshineswar Kali Temple

วัดฮินดูริมแม่น้ำที่โดดเด่นงดงามด้วยสถาปัตยกรรมแปลกตา โดดเด่นด้วยหลังคาเทวาลัยที่มีถึง 9 ยอด วัดนี้ถือเป็นหนึ่งในเทวสถานศักดิ์สิทธิ์ที่สำคัญแห่งหนึ่งของโกลกาตา ด้านในประดิษฐานรูปจำลองพระแม่ภวาตาริณซึ่งเป็นปางหนึ่งของพระแม่กาลี วัดนี้สร้างขึ้นในปี ค.ศ.1855 และเป็นหนึ่งวัดที่มีผู้คนให้ความศรัทธาและมาแสวงบุญกันมากมาย เมืองโกลกาตา หรือ กัลกาตา แห่งนี้ จะเรียกว่าเป็นเมืองแห่งเจ้าแม่กาลีแบบยืนหนึ่งของอินเดียเลยก็ว่าได้นะ ใครเป็นสายมูต้องปักหมุดเอาไว้จ้า ไม่มาเสียดายแย่เลย!

เวลาเปิด–ปิด: เปิดทุกวัน 05:00 – 12:30 น. และ 15:30 – 19:30 น.

ค่าเข้าชม: ฟรี

2. Victoria Memorial Hall

นี่คือพิกัดที่เมื่อมายืนอยู่ตรงหน้า ก็แทบจะลืมไปเลยว่ากำลังอยู่ในโกลกาตา อินเดีย! เพราะนี่คือพระราชวังหินอ่อนที่สร้างขึ้นเพื่อเป็นอนุสรณ์แด่พระราชินีวิคตอเรียของอังกฤษตั้งแต่ในยุคอาณานิคม ปัจจุบันนี้ ที่นี่ยังทำหน้าที่เป็นพิพิธภัณฑ์ซึ่งบอกเล่าเรื่องราวประวัติศาสตร์ของเมืองอีกด้วยนะ ด้านในยังมีแกลเลอรี่แสดงงานศิลปะ หนังสือและอาวุธโบราณ รวมถึงชิ้นงานทรงคุณค่าอีกมากมาย รอบตัวพระราชวังยังมีสวนสวยและทะเลสาบให้เดินเล่นกันได้แบบชิลล์ๆ อีกด้วยจ้า มาถึงโกลกาตา ต้องใส่ที่เที่ยวตรงนี้ลงแพลนไว้เลยน้า ขอบอกว่าพลาดไม่ได้จริงๆ

เวลาเปิด–ปิด:

พิพิธภัณฑ์: อังคาร – อาทิตย์ 10:00 – 18:00 น. (ปิดวันจันทร์และวันหยุดนักขัตฤกษ์)
สวนรอบนอก: เปิดทุกวัน 05:30 – 18:00 น.

ค่าเข้าชม:

ชาวต่างชาติ: 500 รูปี (รวมค่าเข้าพิพิธภัณฑ์และสวน)
เฉพาะสวน: 20 รูปี

3. St.Paul's Cathedral

มหาวิหารทางคริสต์ศาสนาซึ่งใหญ่และงดงามที่สุดของโกลกาตา สร้างขึ้นมาตั้งแต่ช่วงปี ค.ศ.1839 - 1847 ด้วยสถาปัตยกรรมสไตล์กอธิกซึ่งประยุกต์บางส่วนให้เข้ากับสภาพแวดล้อมของอินเดีย ด้านในวิหารตกแต่งด้วยกระจกสีและงานจิตรกรรมฝาผนังโบราณสวยคลาสสิกเชียวละ เป็นอีกหนึ่งพิกัดที่ทำให้รู้สึกเหมือนกำลังยืนอยู่ในยุโรปมากกว่าในโกลกาตาของอินเดียนะ อย่าลืมแวะมาเช็คอินกัน

เวลาเปิด–ปิด: เปิดทุกวัน 10:00 – 18:00 น. (วันอาทิตย์เปิด 07:30 – 18:00 น.)

ค่าเข้าชม: ฟรี 

4. Howrah Bridge

จะเรียกว่าสะพานนี้คือหนึ่งในผลงานที่เป็นสุดยอดทางวิศวกรรมของอินเดียก็ว่าได้ ตัวสะพานมีความยาวถึง 457 เมตร และเป็นเจ้าของสถิติสะพานแขวนราวเหล็กที่ยาวเป็นอันดับ 6 ของโลกอีกด้วยนะ สะพานนี้ทำหน้าที่เชื่อมเมืองโกลกาตากับฮาวราห์เข้าไว้ด้วยกัน โดยทอดตัวข้ามผ่านแม่น้ำ Hooghly บนสะพานนั้นมีทั้งเส้นทางรถยนต์และช่องทางสำหรับคนเดินเท้าเลยน้า บางทีก็ยังจะได้เห็นเหล่าน้องๆ สัตว์เลี้ยงที่ชาวบ้านต้อนเดินข้ามฟากมาด้วยละ ว่ากันว่าในแต่ละวันมีทั้งคนและรถนับแสนที่สัญจรบนสะพานนี้นะ มาเที่ยวโกลกาตาแล้วอย่าพลาดเชียว

เวลาเปิด–ปิด: เปิดตลอด 24 ชั่วโมง

ค่าเข้าชม: ฟรี (เป็นสะพานสาธารณะ)

5. Mallick Ghat (Flower Market)

หลายคนขนานนามว่านี่คือปากคลองตลาดของเมืองโกลกาตา อินเดียเลยละ ตลาดดอกไม้แห่งนี้จะคึกคักสุดๆ ในช่วงเช้าจ้า เดินเข้าตลาดมา ก็จะเจอเข้ากับสารพัดสีสันของดอกไม้ ไม่ว่าจะมาเป็นหอบใหญ่ๆ แบบที่ขายกันเป็นกิโล หรือจะเป็นพวงมาลัยพวงยาวสำหรับบูชาเทพเจ้าสไตล์ฮินดู แล้วยังมีอีกสารพัดรูปแบบให้เลือกซื้อหากันเลยเชียวละ ที่นี่เป็นตลาดเก่าแก่ซึ่งมีอายุกว่า 130 ปีเลยนะ ใครชอบถ่ายรูป มาโกลกาตาต้องใส่ที่นี่ไว้เป็นที่เที่ยวเลยน้า รับรองว่าจะได้ทั้งความมีชีวิตชีวาและสีสันสดใส ถ่ายรูปออกมาได้สวยแน่นอน

เวลาเปิด–ปิด: เปิดทุกวัน 04:00 – 22:00 น. (แนะนำช่วง 05:00 – 07:30 น. บรรยากาศคึกคักที่สุด)

ค่าเข้าชม: ฟรี

6. Indian Museum

ว่ากันว่านี่คือพิพิธภัณฑ์ที่ใหญ่ที่สุดในประเทศอินเดียเลยเชียวนะ ที่นี่ก่อตั้งขึ้นตั้งแต่ประมาณปี ค.ศ.1814 ตัวอาคารด้านนอกนั้นสวยคลาสสิกสไตล์ยุโรป เป็นอาคารสี่เหลี่ยมที่ล้อมรอบสนามหญ้าเขียวขจี ด้านในมีข้าวของโบราณจัดแสดงให้ชมกันแบบจุใจ ทั้งในด้านโบราณคดี ธรณีวิทยา งานศิลปะ ชิ้นงานแกะสลัก เครื่องแต่งกาย และอื่นๆ อีกมากมายเลยเชียวละ สายพิพิธภัณฑ์คนไหนมาถึงโกลกาตา อินเดีย ต้องแวะมาให้ได้นะ รับรองว่าจะได้เดินดูสารพัดข้าวของกันแบบสาแก่ใจแน่นอน 

เวลาเปิด–ปิด: อังคาร – อาทิตย์ 10:00 – 18:00 น. (ปิดวันจันทร์และวันหยุดนักขัตฤกษ์)

ค่าเข้าชม: ชาวต่างชาติ 500 รูปี (มีค่าธรรมเนียมกล้องถ่ายรูปเพิ่มเติม)

7. Kumartuli

เมื่อมาถึงโกลกาตานี่คือที่เที่ยวอีกแห่งซึ่งไม่น่าพลาดด้วยประการทั้งปวงเลยเชียวละ เพราะย่านนี้ได้ชื่อว่าเป็นตลาดผลิตและขายรูปปั้นดินที่ใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งในเอเชียเลยจ้า หลายคนบอกว่าที่นี่เป็นหนึ่งในสิ่งมหัศจรรย์ของเมืองโกลกาตากันเลยนะ เมื่อย่างเท้าเข้ามาถึงย่านนี้ เราจึงจะได้พบกับบรรดาช่างฝีมือและรูปปั้นองค์เทพเจ้าต่างๆ มากมาย ซึ่งแน่นอนว่าที่เยอะที่สุดก็ต้องยกให้กับองค์พระแม่กาลีนี่ละ นี่คือหนึ่งพิกัดในโกลกาตาที่มาเดินเล่นกันได้เพลินมากน้า ได้เห็นชิ้นงานสวยแปลกตา ได้เห็นฝีมือช่างปั้นที่สืบทอดกันมาแต่โบราณ อย่าลืมปักหมุดแวะกันให้ได้เชียว 

เวลาเปิด–ปิด: เดินชมย่านได้ตลอด 24 ชั่วโมง

ค่าเข้าชม: ฟรี (อาจมีค่าธรรมเนียมใบอนุญาตถ่ายภาพเฉพาะช่วงเทศกาล Durga Puja)

8. The Mother House of The Missionaries of Charity

ใครเป็นสายประวัติศาสตร์ เชื่อว่าต้องรู้จักชื่อของแม่ชีเทเรซ่าเป็นอย่างดี และเมืองโกลกาตาก็คือที่ตั้งของบ้านแม่ชีเทเรซ่า เจ้าของรางวัลโนเบลสาขาสันติภาพและอีกสารพัดรางวัลในโลกนี้ โดยตอนที่มีชีวิตอยู่นั้น ท่านได้ทำหน้าที่ดูแลเหล่าคนไร้บ้านและเด็กกำพร้า รวมถึงบรรดาคนไข้โรคเรื้อนซึ่งสังคมรังเกียจจนกระทั่งถึงวาระสุดท้าย ซึ่งร่างของท่านก็ถูกฝังอยู่บริเวณด้านล่างของอาคารที่ใช้เป็นสถานที่ทำงานแห่งนี้นี่ละ ปัจจุบัน ภายในอาคารยังถูกใช้เป็นสถานที่ประกอบพิธีทางคริสตศาสนาด้วยนะ เชื่อว่าคนรักประวัติศาสตร์น่าจะแฮปปี้แน่นอน

เวลาเปิด–ปิด: 08:00 – 12:00 น. และ 15:00 – 18:00 น. (ปิดวันพฤหัสบดี)

ค่าเข้าชม: ฟรี

9. Kalighat Kali Temple

อีกหนึ่งวัดฮินดูศักดิ์สิทธิ์สำหรับผู้ที่นับถือพระแม่กาลีในเมืองโกลกาตา ซึ่งมีอายุกว่า 200 ปี โดยใช้เวลาสร้างประมาณ 11 ปีถึงจะเสร็จสมบูรณ์จ้า ที่นี่เป็นหนึ่งในวัดที่มีผู้คนเดินทางมาสักการะมากที่สุดของอินเดียเลยด้วยนะ ว่ากันว่ารูปจำลองขององค์พระแม่กาลีในวัดนี้นั้นแปลกตาไม่เหมือนใคร แถมยังมีลิ้นและมือทั้งสี่ข้างที่ทำด้วยทองคำอีกด้วยจ้า นับเป็นอีกหนึ่งวัดศักดิ์สิทธิ์ที่สายมูห้ามพลาดเลยนะ มาถึงโกลกาตา อินเดียทั้งที ไม่มามูที่นี่บอกเลยว่าต้องเสียดาย!

เวลาเปิด–ปิด: เปิดทุกวัน 05:00 – 14:00 น. และ 16:00 – 22:30 น.

ค่าเข้าชม: ฟรี

10. Belur Math

อีกหนึ่งวัดสวยที่ตั้งอยู่ริมแม่น้ำ Hooghly ในเมืองโกลกาตา ซึ่งคนชอบการได้เดินชมสถาปัตยกรรมที่งดงามแปลกตาน่าจะถูกใจ เพราะอาคารนี้สร้างขึ้นในรูปแบบผสมผสานกันของศิลปกรรมในศาสนาฮินดู อิสลาม และคริสต์ได้อย่างงดงามลงตัวเลยละ ที่นี่เป็นวัดซึ่งสร้างขึ้นมาเพื่อบูชา Ramakrishna รวมถึงยังเป็นสำนักงานใหญ่ของ Ramakrishna Math and Mission อีกด้วยจ้า ใครชอบศิลปกรรมสวยๆ แวะมาเดินเล่นกันดูน้า วัดนี้อยู่ไม่ไกลจาก Dakshineswar Kali Temple ด้วยละ เป็นอีกหนึ่งพิกัดในโกลกาตาที่น่าลงลิสต์ที่เที่ยวไว้เลย

เวลาเปิด–ปิด:

ช่วงหน้าร้อน: 06:00 – 11:30 น. และ 16:00 – 19:00 น.
ช่วงหน้าหนาว: 06:30 – 11:30 น. และ 15:30 – 18:00 น.

ค่าเข้าชม: ฟรี

11. New Market

มาถึงโกลกาตากันทั้งที หนึ่งกิจกรรมที่พลาดไม่ได้ก็ต้องเป็นการไปเดินช้อปปิ้งนี่ละ และนี่คือหนึ่งในตลาดที่เก่าแก่ที่สุดของโกลกาตา ซึ่งอยู่คู่กับเมืองนี้มากว่า 135 ปี หลายคนขนานนามที่นี่ว่าเป็นจตุจักรแห่งโกลกาตาเลยนะ เพราะนี่คือตลาดในร่มซึ่งมีร้านรวงกว่า 2,000 ร้าน มีขายกันตั้งแต่เสื้อผ้า ของใช้ เครื่องประดับหลากหลายราคา ไปจนถึงผลไม้และอาหารทะเลเลยละ ที่นี่เปิดทุกวันยกเว้นวันอาทิตย์น้า ส่วนวันเสาร์เค้าเปิดแค่ครึ่งวันเช้าเท่านั้นจ้ะ ใครอยากได้ของติดไม้ติดมือจากโกลกาตา อินเดียกลับไปฝากคนทางบ้านห้ามพลาดตลาดนี้เลยนะ รับรองว่าได้ช้อปกันสะใจแน่นอน

เวลาเปิด–ปิด: จันทร์ – ศุกร์ 10:00 – 20:00 น., เสาร์ 10:00 – 14:30 น. (ปิดวันอาทิตย์)

ค่าเข้าชม: ฟรี

12. General Post Office

ที่ทำการไปรษณีย์กลางของเมืองโกลกาตา คืออีกพิกัดที่ไม่น่าพลาดเลยละ โดยเฉพาะสำหรับคนที่อยากได้โลเกชั่นเก๋ๆ ไว้ถ่ายรูปกันนะ เชื่อว่าต้องถูกใจกันแน่นอน อาคารนี้สร้างขึ้นในช่วงราวปี ค.ศ.1864 โดยใช้เวลาสร้าง 4 ปีจ้า ไฮไลท์ที่เห็นกันมาแต่ไกลก็ต้องยกให้กับโดมสีขาวสะอาดซึ่งสูงกว่า 220 ฟุต และเสาสูงแนวยุโรปอีก 28 ต้นที่อยู่ด้านใน บอกเลยว่าถ่ายรูปออกมาสวยได้ใจสุดๆ ไปเลยละ แถมที่นี่ยังเป็นที่ตั้งของพิพิธภัณฑ์ไปรษณีย์อีกด้วยนะ มาถ่ายรูปแล้วเดินชิลล์ดูคอลเลกชั่นแสตมป์สวยๆ กันได้เพลินๆ เลยจ้า เป็นอีกที่เที่ยวในโกลกาตาที่น่าแวะมาเดินเล่นกัน

เวลาเปิด–ปิด: จันทร์ – เสาร์ 09:00 – 18:00 น. (พิพิธภัณฑ์แสตมป์ด้านในเปิด 11:00 – 16:00 น., ปิดวันอาทิตย์)

ค่าเข้าชม: ตัวอาคารเปิดให้ชมฟรี (เข้าพิพิธภัณฑ์ตราโปสณียากร 10 รูปี)

13. South Park Street Cemetery

ว่ากันว่า นี่อาจจะเป็นสุสานแบบคริสเตียนที่ใหญ่ที่สุดซึ่งตั้งอยู่นอกเหนือยุโรปและอเมริกาในช่วงศตวรรษที่ 19 เลยนะ ด้านในของที่นี่เต็มไปด้วยรูปแบบสถาปัตยกรรมแปลกตาที่ผสมผสานกันระหว่างสไตล์กอธิกและอินเดีย ด้านในสุสานนี้เป็นที่ฝังร่างผู้มีชื่อเสียงในด้านต่างๆ ของประเทศหลายคนเลยจ้า ทุกวันนี้ที่นี่ได้รับการดูแลในฐานะโบราณสถานแห่งหนึ่งของเมืองโกลกาตา ใครชอบเดินดูสถาปัตยกรรมแปลกตาและมั่นใจว่าจิตแข็งซักหน่อยนะ อยากชวนให้ลองปักหมุดมาชมกัน

เวลาเปิด–ปิด: เปิดทุกวัน 10:00 – 17:00 น.

ค่าเข้าชม: ชาวต่างชาติประมาณ 50–100 รูปี (มีค่ากล้องถ่ายรูปเพิ่มเติมประมาณ 50 รูปี)

14. Nakhoda Masjid

โกลกาตา นับเป็นอีกเมืองที่มีความหลากหลายในด้านศาสนาค่อนข้างสูงเลยละ นอกจากโบสถ์คริสต์และวัดในสไตล์ฮินดูแล้ว ที่นี่ก็ยังมีมัสยิดสวยซึ่งสร้างขึ้นโดยได้แรงบันดาลใจมาจากสุสานของจักรพรรดิโมกุลอัคบาร์ในเมืองอัคราให้เราได้ชมกันด้วยละ ว่ากันว่าที่นี่สร้างขึ้นมาตั้งแต่ประมาณก่อนปี ค.ศ.1854 เลยจ้า ด้านในจุคนได้นับหมื่นคนเลยนะ แค่แวะไปเดินชมดีเทลในมุมต่างๆ ก็เพลินแล้วละ แถมดูเสร็จก็ยังออกมาเดินช้อปปิ้งที่ร้านรวงรอบๆ ได้ด้วยน้า เป็นอีกพิกัดในโกลกาตา อินเดีย ที่น่าแวะมาเช็คอินกัน

เวลาเปิด–ปิด: เปิดทุกวัน 06:00 – 20:00 น. (ช่วงเวลาละหมาดไม่อนุญาตให้นักท่องเที่ยวทั่วไปเข้าถ่ายภาพ)

ค่าเข้าชม: ฟรี

15. Tram

หนึ่งอย่างที่น่าลองเป็นประสบการณ์เมื่อเดินทางมาถึงโกลกาตา นั่นก็คือการมาลองนั่งรถรางของเมืองนี้นี่ละ เพราะนี่คือระบบรถรางเพียงแห่งเดียวของอินเดียในตอนนี้เลยน้า แถมยังได้ชื่อว่าเป็นระบบรถรางไฟฟ้าที่เก่าแก่ที่สุดในเอเชียอีกด้วยละ โดยให้บริการกันมาตั้งแต่ปี ค.ศ.1902 โน่นเลยจ้ะ แถมเส้นทางรถรางนั้นยังผ่านที่เที่ยวเด็ดๆ หลายแห่งในโกลกาตาอีกด้วยนะ หรือจะเลือกนั่งรถรางชมวิวชิลล์ๆ ในตัวเมืองกันก็ยังได้ เป็นอีกหนึ่งกิจกรรมน่าสนใจที่ไปถึงโกลกาตาแล้วต้องลอง!

Google Maps (จุดขึ้นรถหลักย่าน Esplanade): https://maps.app.goo.gl/cSxTCsKCyfxYZm8z7

เวลาให้บริการ: เปิดให้บริการทุกวัน 06:30 – 20:00 น.

ค่าโดยสาร: ประมาณ 7 – 10 รูปี ต่อเที่ยว

ที่พักยอดนิยมในโกลกาตา

ตะลุยที่เที่ยวโกลกาตา กันมาทั้งวัน ก็ต้องมีที่พักดี ๆ ไว้กลับมาชาร์จพลังกันหน่อย สำหรับที่พักโกลกาตา มีให้เลือกตั้งแต่โรงแรมเก่าแก่บรรยากาศคลาสสิก โรงแรมหรูใจกลางเมือง ไปจนถึงที่พักราคาสบายกระเป๋า ใครมาเที่ยวโกลกาตาครั้งแรก ลองเลือกที่พักในโซนใจกลางเมืองหรือโลเคชันที่เดินทางได้ง่าย ๆ จะช่วยให้แพลนเที่ยวแต่ละวันคล่องตัวขึ้นเยอะ!

The LaLiT Great Eastern Kolkata

The LaLiT Great Eastern Kolkata
The LaLiT Great Eastern Kolkata
The LaLiT Great Eastern Kolkata
The LaLiT Great Eastern Kolkata
The LaLiT Great Eastern Kolkata

ถ้าอยากได้ที่พักที่เข้ากับบรรยากาศของโกลกาตา แบบสุด ๆ ลองปักหมุด The LaLiT Great Eastern Kolkata ไว้เลย โรงแรมเก่าแก่ใจกลางเมืองแห่งนี้มีเสน่ห์จากการผสมกลิ่นอายคลาสสิกเข้ากับความสะดวกสบายแบบโรงแรมสมัยใหม่ ตัวโรงแรมอยู่ในย่านใจกลางเมือง เดินทางต่อไปยัง New Market, Indian Museum รวมถึง Howrah Bridge และพิกัดสำคัญอื่น ๆ ได้สะดวก ภายในมีทั้งห้องพักกว้าง ๆ สระว่ายน้ำ ฟิตเนส ร้านอาหาร และสิ่งอำนวยความสะดวกครบ ใครอยากพักสบาย ๆ พร้อมสัมผัสเสน่ห์ของโกลกาตาไปด้วย ที่นี่น่าสนใจเลย

India

The LaLiT Great Eastern Kolkata

8.6/10

•

โกลกาตา

THB 3,674.29

The Oberoi Grand, Kolkata

The Oberoi Grand, Kolkata
The Oberoi Grand, Kolkata
The Oberoi Grand, Kolkata
The Oberoi Grand, Kolkata

+2

The Oberoi Grand, Kolkata

ขยับความหรูขึ้นมาอีกระดับกับ The Oberoi Grand, Kolkata โรงแรมคลาสสิกใจกลางเมืองที่แค่เห็นตัวอาคารก็ได้ฟีลย้อนยุคเข้ากับทริปโกลกาตาแล้ว โลเคชั่นอยู่ใกล้ New Market และย่านช้อปปิ้งสำคัญ ทำให้เดินทางไป สถานที่ท่องเที่ยวโกลกาตา อย่าง Indian Museum, Park Street หรือ Victoria Memorial ได้ไม่ยาก ด้านในให้บรรยากาศหรูแต่ยังดูอบอุ่น มีทั้งสระว่ายน้ำ ร้านอาหาร และพื้นที่พักผ่อนครบ เหมาะกับคนที่อยากให้ทริป โกลกาตา อินเดีย ครั้งนี้พิเศษขึ้นอีกหน่อย

Hotel Trimoorti

Hotel Trimoorti
Hotel Trimoorti
Hotel Trimoorti
Hotel Trimoorti

+3

Hotel Trimoorti

ส่วนใครอยากคุมงบค่าที่พักแล้วเก็บเงินไว้ตะลุยกินและเที่ยว Hotel Trimoorti เป็นอีกตัวเลือกที่น่าสนใจ โรงแรมอยู่ในโซน Bhawanipur ซึ่งเดินทางต่อไปยังย่านใจกลางเมืองและที่เที่ยวในโกลกาตาหลายแห่งได้ไม่ยาก ห้องพักมาในสไตล์เรียบง่าย เน้นความสะดวกสำหรับการเข้าพัก และมีสิ่งอำนวยความสะดวกพื้นฐานให้พร้อม เหมาะกับสายเที่ยวที่ส่วนใหญ่ใช้เวลาออกไปข้างนอกทั้งวัน แล้วอยากได้ที่พักสบาย ๆ ไว้กลับมาพักก่อนออกลุยต่อในวันรุ่งขึ้น

India

โรงแรม ทรีมูร์ติ

โกลกาตา

THB 530.11

วิธีการเดินทางไปโกลกาตา

สำหรับคนไทยที่อยากมาเที่ยวโกลกาตาด้วยตัวเอง วิธีที่สะดวกที่สุดคือบินมาลงที่ Netaji Subhas Chandra Bose International Airport (CCU) หรือสนามบินโกลกาตา ซึ่งอยู่ทางตะวันออกเฉียงเหนือของตัวเมือง จากสนามบินสามารถเดินทางต่อเข้าโซนใจกลาง Kolkata ได้หลายวิธี เลือกตามงบและความสะดวกได้เลย

เครื่องบินจากกรุงเทพฯ: เริ่มต้นทริปได้จากสนามบินสุวรรณภูมิ (BKK) โดยเช็กเที่ยวบินไปลงที่ Netaji Subhas Chandra Bose International Airport (CCU) ซึ่งมีทั้งเที่ยวบินตรงในบางช่วงและเที่ยวบินต่อเครื่อง เมื่อถึงสนามบินแล้ว ถ้าพักแถว Park Street, New Market หรือ Esplanade สามารถต่อ Metro หรือเรียกแท็กซี่เข้าเมืองได้เลย เหมาะกับคนที่อยากเริ่มเที่ยวโกลกาตาแบบไม่ต้องต่อการเดินทางหลายเมือง
Metro จากสนามบินเข้าเมือง: จากสนามบินให้ขึ้นที่สถานี Jai Hind Bimanbandar ซึ่งอยู่บน Yellow Line แล้วนั่งไปลง Noapara จากนั้นเปลี่ยนไป Blue Line เพื่อเดินทางต่อเข้าใจกลางเมือง โดยสายนี้ผ่านสถานีสำคัญอย่าง Esplanade, Park Street, Maidan และ Rabindra Sadan ใครพักโซนกลางเมืองหรือมีแพลนเที่ยว Victoria Memorial, Park Street และ New Market วิธีนี้ค่อนข้างสะดวก แถมไม่ต้องลุ้นเรื่องรถติดบนถนน
แท็กซี่หรือรถเรียกผ่านแอปจากสนามบิน: ถ้ามีกระเป๋าเยอะ เดินทางหลายคน หรือเพิ่งมาถึง โกลกาตา อินเดียครั้งแรกแล้วไม่อยากลากกระเป๋าเปลี่ยนรถ การนั่งรถจากสนามบินตรงไปโรงแรมเป็นวิธีที่ง่ายสุด โดยเส้นทางเข้าเมืองมักเชื่อมผ่านถนนสายหลักฝั่งตะวันออกของเมืองก่อนเข้าสู่ย่านใจกลาง ระยะเวลาเดินทางขึ้นอยู่กับโลเคชั่นโรงแรมและสภาพการจราจร โดยเฉพาะช่วงเช้าและเย็นควรเผื่อเวลาไว้หน่อย
รถไฟจากเมืองอื่นในอินเดีย: ถ้าแพลนเที่ยวโกลกาตา ต่อมาจากเมืองอื่น เช่น เดลี พาราณสี หรือเมืองต่าง ๆ ใน West Bengal สามารถนั่งรถไฟมาลงที่สถานีหลักอย่าง Howrah Junction หรือ Sealdah Railway Station ได้ จาก Howrah สามารถต่อ Green Line ที่สถานี Howrah Metro ไป Esplanade ได้ ส่วนจาก Sealdah ก็ขึ้น Green Line จากสถานี Sealdah เข้า Esplanade ได้เช่นกัน จึงต่อเข้าโซนใจกลางเมืองได้ค่อนข้างง่าย

จองตั๋วเครื่องบินไปโกลกาตา

Sun, 8 Nov 2026

ไทย เวียตเจ็ท

กรุงเทพ (BKK) ไป โกลกาตา (CCU)

เริ่มจาก THB 3,195.95

Fri, 16 Oct 2026

ไทยแอร์เอเชีย

กรุงเทพ (DMK) ไป โกลกาตา (CCU)

เริ่มจาก THB 4,639.28

Sun, 8 Nov 2026

IndiGo

คยา (GAY) ไป โกลกาตา (CCU)

เริ่มจาก THB 1,498.15

วิธีการเดินทางในโกลกาตา

พอเข้ามาถึงตัวเมืองแล้ว เรื่องการเดินทางในโกลกาตา ถือว่าสะดวกกว่าที่คิด เพราะมีทั้ง รถไฟใต้ดิน (Metro) รถบัส แท็กซี่ สามล้อ และเรือข้ามแม่น้ำให้เลือกใช้ ใครกำลัง เที่ยวโกลกาตาครั้งแรก แนะนำให้ใช้ Metro เป็นหลัก แล้วค่อยต่อรถหรือเดินไปยังสถานที่ที่อยู่ห่างจากสถานี จะช่วยประหยัดเวลาได้เยอะ

Metro: เป็นวิธีที่ใช้เที่ยวที่เที่ยวในโกลกาตาได้สะดวกมาก โดยเฉพาะ Blue Line ที่วิ่งแนวเหนือ–ใต้ ผ่านสถานีสำคัญอย่าง Dakshineswar, Esplanade, Park Street, Maidan, Rabindra Sadan และ Kalighat ขณะที่ Green Line เชื่อม Howrah Maidan–Howrah–Esplanade–Sealdah–Salt Lake Sector V เหมาะกับการเดินทางข้ามแม่น้ำ Hooghly หรือไปฝั่ง Salt Lake โดยไม่ต้องนั่งรถอ้อมบนถนน
แท็กซี่และรถเรียกผ่านแอป: เหมาะกับพิกัดที่อยู่ห่างจาก Metro หรือวันที่วางแพลนเที่ยวโกลกาตา ไว้หลายแห่งแล้วไม่อยากเสียเวลาเดินต่อรถหลายรอบ สามารถเรียกรถจากโรงแรมไปถึงหน้าสถานที่ได้เลย โดยถนนสายสำคัญในโซนท่องเที่ยวมีทั้ง Jawaharlal Nehru Road, Park Street และ AJC Bose Road วิธีนี้สะดวกเป็นพิเศษถ้าเดินทาง 2–4 คนแล้วแชร์ค่าโดยสารกัน
รถบัส: เป็นตัวเลือกประหยัดสำหรับคนที่อยากสัมผัสบรรยากาศเมืองแบบคนท้องถิ่น มีเส้นทางวิ่งผ่านถนนสายหลักและย่านสำคัญทั่ว Kolkata รวมถึง Esplanade, Park Street, Howrah และพื้นที่รอบเมือง แต่หมายเลขสายและเส้นทางมีค่อนข้างเยอะ ถ้ามาเที่ยวครั้งแรกแนะนำเช็กเส้นทางและป้ายที่จะลงจากแผนที่ก่อนขึ้น จะได้ไม่ต้องนั่งเลยไปเที่ยวอีกฝั่งของเมืองแบบไม่ตั้งใจ
สามล้อ (Auto-rickshaw): รถสามล้อคันเล็กสีสันสดใสที่เห็นได้ตามย่านต่าง ๆ เหมาะกับการเดินทางระยะสั้นหรือใช้เป็นตัวช่วยต่อจากสถานี Metro ไปยังจุดหมายที่เดินไกลเกินไป โดยมักวิ่งตามเส้นทางประจำมากกว่าจะเป็นการเหมารถไปได้ทุกที่ ก่อนขึ้นจึงควรถามคนขับให้ชัดว่าผ่านจุดที่เราจะไปหรือไม่
เรือข้ามแม่น้ำ Hooghly: ถ้าอยากเปลี่ยนบรรยากาศจากการนั่งรถ ลองใช้เรือ Ferry ข้าม Hooghly River ระหว่างฝั่ง Kolkata กับ Howrah ได้ นอกจากช่วยเดินทางข้ามฝั่งแล้ว ระหว่างทางยังได้ชมวิว Howrah Bridge และบรรยากาศริมแม่น้ำจากอีกมุมด้วย เหมาะมากถ้าจัด Mallick Ghat Flower Market, Howrah Bridge และพื้นที่ริมแม่น้ำไว้ในวันเดียวกัน โดยท่าเรือมีหลายจุด เช่น ฝั่ง Howrah และท่าเรือบริเวณใจกลาง Kolkata จึงควรเช็กเส้นทางเรือของวันที่เดินทางก่อนขึ้น
เดินเที่ยว: หลายสถานที่ท่องเที่ยวโกลกาตา อยู่ใกล้กันจนไม่จำเป็นต้องขึ้นรถทุกครั้ง เช่น Victoria Memorial, St. Paul's Cathedral และย่าน Park Street สามารถจัดไว้ในเส้นทางเดียวแล้วเดินเที่ยวต่อกันได้ หรือถ้ามาแถว Howrah Bridge ก็เดินต่อไป Mallick Ghat Flower Market ได้ไม่ไกล แถมยังทำให้ได้เห็นอาคารเก่า ร้านเล็ก ๆ และชีวิตประจำวันของคนในเมืองแบบใกล้ชิดขึ้นด้วย แค่เลือกรองเท้าสบาย ๆ และพกน้ำติดตัวไว้ก็พร้อมลุย
รถราง (Tram): อยากลองเดินทางแบบคลาสสิกสไตล์โกลกาตา ต้องหาโอกาสนั่งรถรางดูสักครั้ง เพราะนี่คือหนึ่งในเอกลักษณ์ของเมืองที่เปิดให้บริการมายาวนานกว่า 150 ปี ปัจจุบันรถรางยังวิ่งอยู่ในเส้นทาง Shyambazar–Esplanade และ Gariahat–Esplanade แต่จำนวนเที่ยวค่อนข้างจำกัดและเวลาให้บริการอาจไม่แน่นอน จึงเหมาะกับการนั่งเก็บประสบการณ์และชมบรรยากาศเมืองมากกว่าใช้เป็นการเดินทางหลัก ใครอยากลองแนะนำเช็กสถานะการเดินรถล่าสุดก่อนออกไป จะได้ไม่เสียเที่ยว

เที่ยวโกลกาตา เดือนไหนดี?

ถ้าถามว่า เที่ยวโกลกาตา เดือนไหนดี? ช่วงที่น่าเที่ยวที่สุดคือประมาณเดือนพฤศจิกายน–กุมภาพันธ์ เพราะเป็นช่วงที่อากาศค่อนข้างเย็นสบาย ฝนน้อย เหมาะกับการเดินเที่ยว ชมวัด และเก็บแลนด์มาร์กกลางแจ้งแบบไม่ต้องเจอกับอากาศร้อนจัด ส่วนใครอยากสัมผัสบรรยากาศเทศกาลสุดคึกคัก ลองเล็งช่วง Durga Puja ราวเดือนกันยายน–ตุลาคม ก็จะได้เห็น โกลกาตา ในอีกมุมที่เต็มไปด้วยสีสัน

ฤดูหนาว (พฤศจิกายน–กุมภาพันธ์): ช่วงนี้ถือเป็นช่วงพีคของการเที่ยวโกลกาตาเลยก็ว่าได้ อากาศโดยทั่วไปอยู่ราว 12–27°C เย็นสบายกว่าช่วงอื่นของปี เหมาะกับการเดินเล่นรอบ Victoria Memorial ชมวิวริม Hooghly River หรือตะลุยตลาดและย่านเก่าได้ทั้งวันโดยไม่เหนื่อยกับอากาศร้อนมากนัก ถ้ามาเที่ยวโกลกาตาครั้งแรก เลือกช่วงนี้เที่ยวได้ง่ายสุด
ฤดูร้อน (มีนาคม–พฤษภาคม): อากาศจะค่อย ๆ ร้อนขึ้น โดยเฉพาะเดือนเมษายน–พฤษภาคมที่บางวันอุณหภูมิอาจแตะประมาณ 35–40°C และช่วงนี้จะมีความชื้นสูง ทำให้รู้สึกร้อนอบอ้าวค่อนข้างมาก แต่ข้อดีคือตั๋วเครื่องบินและที่พักโกลกาตา จะมีราคาถูกลง ใครมาเที่ยวช่วงนี้แนะนำออกไปเก็บที่เที่ยวโกลกาตากลางแจ้งตั้งแต่ช่วงเช้า แล้วหลบแดดไปเดิน Indian Museum หรือสถานที่ในร่มช่วงบ่าย ก่อนค่อยออกมาเที่ยวต่อช่วงเย็น จะเที่ยวได้สบายกว่า
ฤดูมรสุม (มิถุนายน–กันยายน): ช่วงนี้โกลกาตาจะเจอฝนมากขึ้นจากอิทธิพลของมรสุม อุณหภูมิอยู่ประมาณ 25–33°C บรรยากาศรอบเมืองดูเขียวและชุ่มฉ่ำขึ้น แต่ฝนอาจทำให้การเดินทางช้ากว่าปกติ ถ้าเลือกมาเที่ยวโกลกาตาช่วงนี้ ควรพกร่มหรือเสื้อกันฝน และเผื่อเวลาสำหรับที่เที่ยวในแพลนไว้บ้าง เผื่อเจอฝนระหว่างวัน
ช่วงหลังมรสุมและเทศกาล (ตุลาคม–ต้นพฤศจิกายน): อากาศเริ่มสบายขึ้น ฝนค่อย ๆ ลดลง และยังเป็นช่วงที่เมืองมีสีสันมาก โดยเฉพาะเทศกาล Durga Puja ซึ่งมักจัดในช่วงเดือนกันยายนหรือตุลาคมทั่วเมืองจะเต็มไปด้วยแสงไฟ งานประดับ และบรรยากาศเฉลิมฉลอง ใครอยากเห็นวัฒนธรรมของ เบงกอลตะวันตกแบบเต็ม ๆ ช่วงนี้น่าเที่ยวมาก แต่ควรจองตั๋วและที่พักโกลกาตา ล่วงหน้า เพราะหลายพื้นที่จะคึกคักเป็นพิเศษ

ช่วงเวลาฤดูกาลอุณหภูมิโดยประมาณบรรยากาศการเที่ยว
พ.ย.–ก.พ.ฤดูหนาว12–27°C แนะนำที่สุด อากาศสบาย เดินเที่ยวได้ทั้งวัน
มี.ค.–พ.ค.ฤดูร้อน25–40°Cอากาศค่อนข้างร้อน เน้นเที่ยวเช้า–เย็น
มิ.ย.–ก.ย.ฤดูมรสุม25–33°Cฝนบ่อย เมืองเขียวชุ่มฉ่ำ ควรเผื่อเวลาเดินทาง
ต.ค.–ต้น พ.ย.หลังมรสุม20–32°Cอากาศเริ่มดี มีโอกาสได้สัมผัสบรรยากาศเทศกาล

เคล็ดลับการเที่ยวโกลกาตา

ก่อนออกไปตะลุยที่เที่ยวโกลกาตา ลองเตรียมตัวเพิ่มอีกนิด เพราะเมืองนี้ทั้งใหญ่ คึกคัก และมีวัฒนธรรมที่แตกต่างจากไทยพอสมควร ยิ่งถ้ามาเที่ยวโกลกาตาครั้งแรก ทิปเล็ก ๆ เหล่านี้จะช่วยให้เที่ยวได้คล่องตัวและสนุกขึ้นเยอะ

จัดที่เที่ยวเป็นโซน จะได้ไม่เสียเวลานั่งรถ: โกลกาตาเป็นเมืองใหญ่ ถ้าจัดแพลนเที่ยวดี ๆ จะช่วยประหยัดเวลาได้มาก เช่น จับ Victoria Memorial, St. Paul's Cathedral และ Park Street ไว้วันเดียวกัน ส่วน Howrah Bridge กับ Mallick Ghat Flower Market ก็เที่ยวต่อกันได้ จะได้ไม่ต้องนั่งรถวนไปวนมาหลายรอบ
ไปตลาดและวัดช่วงเช้า ได้บรรยากาศกว่า: ถ้าอยากเห็นวิถีชีวิตของเมืองแบบคึกคัก ลองออกเที่ยวตั้งแต่เช้า โดยเฉพาะ Mallick Ghat Flower Market ที่จะเต็มไปด้วยดอกไม้และผู้คน ส่วนวัดหลายแห่งก็เหมาะกับการไปช่วงเช้า เพราะอากาศยังไม่ร้อนและได้เห็นบรรยากาศการสักการะของคนท้องถิ่นด้วย
เข้าศาสนสถาน แต่งตัวสุภาพไว้ก่อน: โกลกาตามีทั้งวัดฮินดู มัสยิด และโบสถ์สำคัญหลายแห่ง เวลาเข้าไปเที่ยวควรแต่งตัวสุภาพ และสังเกตกฎของแต่ละสถานที่ให้ดี บางแห่งอาจต้องถอดรองเท้าหรือไม่อนุญาตให้ถ่ายรูปในบางพื้นที่ ถ้าไม่แน่ใจถามเจ้าหน้าที่ก่อนจะดีที่สุด
พกเงินสดย่อยติดกระเป๋าไว้บ้าง: ถึงในเมืองจะมีร้านค้าและโรงแรมที่รองรับการจ่ายเงินหลายรูปแบบ แต่เวลาเดินตลาด ซื้อของกินร้านเล็ก ๆ หรือใช้บริการบางอย่าง เงินสดยังช่วยให้สะดวกกว่า โดยเฉพาะถ้าตั้งใจออกไปสำรวจย่านท้องถิ่น
เผื่อท้องไว้ลองอาหารเบงกอล: มาเที่ยวโกลกาตา แล้วอย่าโฟกัสแต่แลนด์มาร์กจนลืมเรื่องของกิน เพราะเมืองนี้ขึ้นชื่อเรื่องอาหารไม่แพ้เรื่องวัฒนธรรมเลย ลองชิม Kathi Roll อาหารเบงกอล หรือของหวานอย่าง Roshogolla แล้วจะรู้ว่าการกินก็เป็นอีกหนึ่งกิจกรรมสนุก ๆ ของทริปนี้เหมือนกัน
ขออนุญาตก่อนถ่ายรูปคนท้องถิ่น: โกลกาตามีมุมสวย ๆ เยอะมาก โดยเฉพาะตลาด ย่านเก่า และริมแม่น้ำ แต่ถ้าต้องการถ่ายภาพบุคคลแบบเห็นหน้าชัด ๆ ลองขออนุญาตก่อนสักนิด นอกจากสุภาพแล้ว บางทียังได้รอยยิ้มและภาพที่เป็นธรรมชาติกว่าการแอบถ่ายอีกด้วย
อย่าอัดแพลนแน่นจนเกินไป: ถ้าสงสัยว่าเที่ยวโกลกาตา กี่วันดี ประมาณ 3–4 วันถือว่ากำลังเที่ยวสบาย ๆ ได้ แต่ไม่จำเป็นต้องยัดทุกสถานที่ลงไปในแต่ละวัน ลองเหลือเวลาไว้เดินตลาด แวะร้านอาหาร หรือเดินเล่นตามย่านเก่าบ้าง เพราะเสน่ห์ของที่นี่ หลายครั้งก็อยู่ในบรรยากาศระหว่างทางนี่แหละ

อ่านต่อบทความท่องเที่ยวอินเดียอื่น ๆ:

FAQ: คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการเที่ยวโกลกาตา

Q: คนไทยไปเที่ยวโกลกาตา ต้องทำวีซ่าไหม?

A: จำเป็นต้องทำวีซ่า โดยนักท่องเที่ยวไทยสามารถขอ e-Visa (Electronic Tourist Visa) ออนไลน์ได้อย่างสะดวกทางเว็บไซต์ทางการของอินเดียล่วงหน้าก่อนเดินทาง

Q: ไปเที่ยวสถานที่ท่องเที่ยวและวัดในโกลกาตา ต้องแต่งตัวอย่างไร? 

A: เน้นแต่งกายสุภาพเรียบร้อย สวมเสื้อคลุมไหล่ กางเกงหรือกระโปรงยาวเลยเข่า โดยเฉพาะการเข้าชมศาสนสถานอย่าง Kalighat Kali Temple หรือ Nakhoda Masjid และต้องเตรียมถอดรองเท้าก่อนเข้าชม

Q: ไปเที่ยวโกลกาตา ต้องเตรียมงบค่าใช้จ่ายประมาณเท่าไหร่? 

A: งบประมาณเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 8,000 – 15,000 บาท/คน (ไม่รวมตั๋วเครื่องบิน) สำหรับทริป 3–4 วัน เนื่องจากค่าครองชีพ ที่พักโกลกาตา ค่าอาหาร และค่าเดินทางในเมืองค่อนข้างสบายกระเป๋า

Q: จากสนามบินโกลกาตา เข้าใจกลางเมืองเดินทางยังไงสะดวกที่สุด? 

A: สะดวกที่สุดคือเรียกรถแท็กซี่หากมีสัมภาระเยอะ หรือเลือกนั่ง Metro สายสีเหลือง (Yellow Line) จากสถานีสนามบินไปต่อสายสีน้ำเงิน (Blue Line) เข้าสู่ย่านใจกลางเมืองอย่าง Park Street ได้โดยตรง

Q: เที่ยวโกลกาตา ใช้เวลากี่วันถึงจะกำลังดี? 

A: ระยะเวลาที่เหมาะสมคือ 3 วัน 2 คืน ถึง 4 วัน 3 คืน ก็สามารถเก็บสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญ โซนสถาปัตยกรรม ตลาดท้องถิ่น และไหว้พระขอพรได้อย่างครบถ้วนเต็มอิ่มแล้ว

สำรวจสิ่งที่ดีที่สุดของ โกลกาตา

โกลกาตา

India
จองโรงแรม
จองตั๋วเครื่องบิน
สิ่งที่ต้องทำ
รับทราบข้อมูลใหม่ ๆ ตลอดเวลา
สมัครรับจดหมายข่าวของเรา เพื่อคำแนะนำการท่องเที่ยวและรูปแบบการใช้ชีวิตที่มากขึ้น พร้อมด้วยข้อเสนอที่น่าตื่นเต้น
สมัคร