
เวนิส เป็นที่เที่ยวอิตาลีที่ใช้น้ำแทนถนนทั้งเมืองและสัญลักษณ์สุดไอคอนิคที่คนส่วนใหญ่นึกถึงเวนิสก็ต้องเป็นคลองเวนิสที่มีเรือกอนโดล่าสีดำล่องผ่านหน้าบ้านสไตล์อิตาลีดั้งเดิมทำให้พาเลทสีของเมืองนี้สวยสุด ๆ บ้านเรือนและอาคารต่าง ๆ สร้างขึ้นบนเกาะเล็กเกาะน้อยกว่าร้อยเกาะกลางลากูนซึ่งเชื่อมกันด้วยคลองมากกว่า 150 สายและสะพานอีกประมาณ 400 แห่ง ที่นี่ไม่มีรถยนต์วิ่งแม้แต่คันเดียว การเที่ยวเวนิสจึงเป็นประสบการณ์สุดว้าวที่หาจากเมืองอื่นในยุโรปไม่ได้อีกแล้ว
เสน่ห์ของเวนิสไม่ได้อยู่แค่แลนด์มาร์กดังอย่างสะพานริอัลโตหรือจัตุรัสซานมาร์โค แต่แค่เดินหลงเข้าไปในตรอกแคบ ๆ แล้วเจอคลองบรรยากาศชิล ๆ เงียบ ๆ ก็ได้ฟีลโลคอลสุด ๆ แล้ว บทความนี้รวมทั้งจุดไฮไลท์ กิจกรรมที่ควรลอง วิธีเดินทางไปเวนิสจากกรุงเทพฯ ช่วงเวลาที่เหมาะ และที่พักเวนิสทำเลดี ไว้ให้ครบในที่เดียว ใครกำลังวางแผนเที่ยวอิตาลีอยู่ อ่านจบแล้วจองไฟล์ทไปเวนิสและจองที่พักในเวนิสกับ Traveloka เลย!
Wed, 18 Nov 2026

China Eastern Airlines
กรุงเทพ (BKK) ไป เวนิส (VCE)
เริ่มจาก THB 11,837.51
Wed, 18 Nov 2026

Etihad
กรุงเทพ (BKK) ไป เวนิส (VCE)
เริ่มจาก THB 17,584.69
Wed, 18 Nov 2026

Etihad
กรุงเทพ (BKK) ไป เวนิส (VCE)
เริ่มจาก THB 17,866.13
สะพานริอัลโตเป็นสะพานหินที่เก่าแก่ที่สุดในบรรดาสะพานที่ข้ามแกรนด์คาแนล สร้างเสร็จในปี 1591 จากแบบของ Antonio da Ponte ตัวสะพานโค้งสูงพอให้เรือลอดได้ และบนสะพานยังมีร้านค้าเรียงสองฝั่ง จุดที่คนมาเยอะที่สุดคือราวสะพานกลางโค้ง เพราะมองเห็นแกรนด์คาแนลได้แบบเต็มตา เทคนิคประหยัดเวลาคือมาให้ถึงก่อน 8 โมงเช้า ตอนนั้นทัวร์ยังไม่ลง และแสงเช้าจะส่องตึกริมคลองสวยมาก ๆ ส่วนใครอยากได้รูปที่เห็นตัวสะพานเต็ม ๆ ให้ลงไปยืนที่ทางเดินริมคลองฝั่ง Riva del Vin แล้วหันกลับมาถ่าย ปังแน่นอนจ้า
จัตุรัสซานมาร์โคเป็นลานกว้างที่สุดของเวนิส และเป็นที่เดียวในเมืองที่ได้ใช้ชื่อว่า Piazza ฝั่งหนึ่งคือมหาวิหารซานมาร์โคที่ผสมศิลปะไบแซนไทน์เข้ากับกอทิก ด้านในเพดานโค้งเต็มไปด้วยโมเสกสีทอง เข้าไปแล้วต้องหยุดมองอยู่นาน ข้าง ๆ กันคือหอระฆังสูงเกือบร้อยเมตร และพระราชวังดอจ (Palazzo Ducale) ที่เคยเป็นศูนย์กลางอำนาจของสาธารณรัฐเวนิส แนะนำให้จองตั๋วเข้ามหาวิหารล่วงหน้า เพราะแถวหน้างานยาวมากในวันที่คนเยอะ และต้องแต่งตัวคลุมไหล่กับเข่าด้วย
โบสถ์โดมสีขาวที่ตั้งตระหง่านอยู่ปากแกรนด์คาแนล คือภาพที่เห็นบ่อยที่สุดในโปสการ์ดเวนิส ชาวเมืองสร้างโบสถ์นี้ขึ้นเพื่อขอบคุณพระแม่มารีหลังโรคระบาดปี 1630 ออกแบบโดย Baldassare Longhena และใช้เวลาสร้างกว่าครึ่งศตวรรษ ตัวอาคารเป็นทรงแปดเหลี่ยม ด้านในโปร่ง เงียบ และคนน้อยกว่าซานมาร์โคมาก ในห้องเก็บเครื่องบูชายังมีภาพเขียนของ Titian และ Tintoretto ให้ชม แนะนำให้มาช่วงบ่ายแก่ ๆ แล้วเดินต่อไปที่ Punta della Dogana ปลายแหลมด้านหลัง นั่งมองเรือวิ่งผ่านจนพระอาทิตย์ตก ถ้าอยากได้รูปโบสถ์คู่กับแกรนด์คาแนลปัง ๆ แนะนำให้ขึ้นไปถ่ายจากสะพานอัคคาเดเมีย
เวนิสตั้งอยู่ในแคว้นเวเนโต (Veneto) ทางตะวันออกเฉียงเหนือของอิตาลี ตัวเมืองเก่าอยู่กลางลากูนริมทะเลเอเดรียติก เชื่อมกับแผ่นดินใหญ่ด้วยสะพาน Ponte della Libertà ยาวราว 4 กิโลเมตร ซึ่งมีทั้งทางรถไฟและถนนวิ่งมาสิ้นสุดที่ Piazzale Roma กับสถานีรถไฟ Venezia Santa Lucia จากตรงนั้นเป็นต้นไปรถยนต์เข้าไม่ได้แล้ว คลองสายหลักคือแกรนด์คาแนลที่ยาวประมาณ 3.8 กิโลเมตร ไหลเป็นรูปตัว S ผ่ากลางเมือง แบ่งเวนิสออกเป็น 6 เขต ได้แก่ Cannaregio, Castello, San Marco, San Polo, Santa Croce และ Dorsoduro ส่วนเกาะรอบนอกอย่างมูราโน บูราโน และลีโด ต้องนั่งเรือต่อออกไป ใครเดินทางไปเวนิสครั้งแรก แนะนำให้ปักหมุดที่พักใกล้ท่าเรือวาโปเรตโต จะช่วยให้ลากกระเป๋าน้อยลงเยอะ
สิ่งที่ทำให้คลองเวนิสและเวนิสไม่เหมือนที่ไหนคือทั้งเมืองยังใช้ชีวิตกับน้ำจริง ๆ เรือส่งของ เรือขยะ เรือพยาบาล ไปจนถึงเรือตำรวจ ล้วนวิ่งอยู่ในคลองเดียวกับกอนโดล่า ตึกริมน้ำที่เห็นส่วนใหญ่อายุหลายร้อยปี และตั้งอยู่บนเสาไม้นับล้านต้นที่ตอกลงไปในโคลนใต้ลากูน เวนิสและลากูนโดยรอบได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกโดย UNESCO ตั้งแต่ปี 1987 ช่วงที่เวนิสสวยที่สุดไม่ใช่ตอนกลางวันที่คนแน่นจัตุรัส แต่เป็นช่วงเช้าตรู่กับหลังสามทุ่ม ตอนที่กรุ๊ปทัวร์กลับหมดแล้ว เหลือแค่เสียงน้ำกระทบขั้นบันไดหน้าบ้าน กับไฟส้ม ๆ ที่สะท้อนอยู่ในคลอง ใครมีเวลาค้างคืน ห้ามพลาดช่วงนี้เลยน้า
เหมาะกับ: คู่รัก / สายคอนเทนต์ / สายติดแกลม
Hotel Palazzina Sardi เป็นโรงแรมบูทีค 4 ดาวในเขต Castello ตั้งอยู่ในอาคารสไตล์นีโอกอทิกที่ออกแบบโดยสถาปนิก Giovanni Sardi และเพิ่งรีโนเวตใหม่ในปี 2024 ตัวโรงแรมหันหน้าออกคลองเล็กที่มีกอนโดล่าพายผ่านตลอดวัน การตกแต่งเป็นดีไซน์เวนิสร่วมสมัย โทนสะอาดตา จุดที่ชอบคือคอร์ตยาร์ดด้านในที่เงียบมาก กับดาดฟ้าที่มองเห็นหอระฆังซานมาร์โค เหมาะกับการนั่งจิบเครื่องดื่มตอนเย็น ทำเลอยู่ใกล้ท่าเรือ San Zaccaria เดินไปจัตุรัสซานมาร์โคได้ในประมาณ 10 นาที ที่นี่โรงแรมขนาดเล็ก ห้องมีจำกัด ช่วงไฮซีซันควรจองล่วงหน้า
เหมาะกับ: สายคอนเทนต์ / คู่ฮันนีมูน / คนที่ได้วิวแกรนด์คาแนล
Hotel Canal Grande เป็นโรงแรมบูทีค 4 ดาวที่อยู่ใน Ca' Polacco วังเล็กสมัยศตวรรษที่ 18 ริมแกรนด์คาแนล ตรง Campo San Simeon Grande ในเขต Santa Croce ทำเลนี้เด่นมากสำหรับคนที่มาด้วยรถไฟหรือรถบัส เพราะเดินจากสถานี Santa Lucia และ Piazzale Roma ได้ในประมาณ 5 นาที ไม่ต้องลากกระเป๋าข้ามสะพาน ภายในตกแต่งแบบรอกโคโคเวนิส มีโคมแก้วมูราโน และแต่ละห้องได้แรงบันดาลใจจากบุคคลดังของเวนิสยุคศตวรรษที่ 18 อย่าง Casanova, Canaletto และ Vivaldi บางห้องมองเห็นแกรนด์คาแนล ห้องอาหารเช้าก็หันหน้าออกคลอง และโรงแรมมีท่าเทียบเรือแท็กซี่ส่วนตัวด้วย จากที่พักนั่งเรือวาโปเรตโตสาย 1 ไปริอัลโตหรือซานมาร์โคได้ง่าย
เหมาะกับ: คนที่มาเที่ยวเวนิสครั้งแรก / สายเดินเที่ยว / คนที่เน้นทำเลใกล้ซานมาร์โค
Hotel Le Isole เป็นโรงแรม 3 ดาวขนาดเล็กในอาคารศตวรรษที่ 16 ตรง Campo San Provolo เขต Castello จุดแข็งคือทำเล เพราะห่างจากมหาวิหารซานมาร์โคและพระราชวังดอจแค่ไม่กี่ร้อยเมตร และเดินไปท่าเรือ San Zaccaria ได้ในประมาณ 2 นาที ขึ้นเรือไปสถานีรถไฟหรือเกาะลีโดได้สะดวก การตกแต่งผสมสไตล์เวนิสคลาสสิกกับดีไซน์ร่วมสมัย บรรยากาศเป็นกันเอง มีคอร์ตยาร์ดด้านในให้นั่งพัก ห้องแบบคลาสสิกค่อนข้างกะทัดรัด เหมาะกับคนที่ใช้ห้องแค่นอนแล้วออกไปเที่ยวทั้งวัน
คลองเวนิสมีมากกว่า 150 สาย เชื่อมเกาะเล็ก ๆ กว่าร้อยเกาะเข้าด้วยกัน คลองที่ใหญ่และยาวที่สุดคือแกรนด์คาแนล ยาวประมาณ 3.8 กิโลเมตร
ราคาทางการปี 2026 คือ 90 ยูโรสำหรับ 30 นาทีช่วงกลางวัน และ 110 ยูโรช่วงเย็น คิดต่อลำ นั่งได้สูงสุด 5 คน
ต้องจ่ายเฉพาะคนที่ไปแบบไม่ค้างคืนในวันที่เทศบาลกำหนด ปี 2026 อยู่ที่ 5–10 ยูโร ส่วนคนที่พักในเวนิสไม่ต้องจ่าย แต่ต้องลงทะเบียนออนไลน์
2–3 วันกำลังดี วันแรกเที่ยวย่านซานมาร์โคกับริอัลโต วันที่สองไปเกาะมูราโนและบูราโน ถ้ามีวันที่สามค่อยเดินย่านที่คนน้อยอย่างคันนาเรจิโอและดอร์โซดูโร
ไม่ได้ การว่ายน้ำในคลองเวนิสผิดกฎของเมืองและมีค่าปรับ อีกทั้งน้ำยังมีเรือสัญจรตลอดเวลา จึงไม่ปลอดภัย
ยังไม่มีเที่ยวบินตรง ต้องต่อเครื่องที่ตะวันออกกลางหรือยุโรปแล้วลงสนามบินมาร์โคโปโล หรือบินลงมิลานแล้วนั่งรถไฟต่อประมาณ 2.5 ชั่วโมง
ต้องใช้วีซ่าเชงเก้น ยื่นผ่านสถานทูตอิตาลีหรือศูนย์รับยื่นวีซ่าที่ได้รับมอบหมาย ควรยื่นล่วงหน้าอย่างน้อยหนึ่งเดือน
ถ้าพร้อมจะออกไปเที่ยวแล้ว อย่าลืมจองไฟล์ทไปเวนิสและจองที่พักในเวนิสกับ Traveloka ที่เดียวครบจบทั้งเที่ยวบิน ที่พัก และกิจกรรมสนุก ๆ ด้วยราคาน่ารักสบายกระเป๋า แถมมีโปรโมชั่นเด็ด ๆ มาแจกเป็นประจำ!



















