[รีวิว] บันไดสเปน (Spanish Steps) พร้อมจุดไฮไลท์และกิจกรรมแนะนำ

รีวิว บันไดสเปน (Spanish Steps) ที่เที่ยวโรมสุดคลาสสิกกลาง Piazza di Spagna รวมไฮไลท์ กิจกรรมแนะนำ วิธีเดินทางจากกรุงเทพฯ เดือนที่ควรไป และที่พักใกล้บันไดสเปน สำหรับคนวางแผนเที่ยวโรมและเที่ยวอิตาลี
Traveloka TH
ใช้เวลาอ่านประมาณ 5 นาที

ถ้าถามว่าที่เที่ยวโรมที่ไหนที่คนมาครั้งแรกแทบทุกคนจะต้องแวะ บันไดสเปน หรือ Spanish Steps ต้องเป็นหนึ่งในนั้นแน่นอนล้านเปอร์เซ็น ที่นี่เป็นบันไดหินอ่อนประมาณ 135 ขั้นนี้ทอดตัวจาก Piazza di Spagna ขึ้นไปจนถึงโบสถ์ Trinità dei Monti บนเนินด้านบน สร้างเสร็จช่วงปี 1723-1726 ฝีมือสถาปนิก Francesco de Sanctis ส่วนชื่อ "สเปน" มาจากสถานทูตสเปนที่ตั้งอยู่ตรงจัตุรัสสเปนด้านล่างมาตั้งแต่ศตวรรษที่ 17 ทั้งที่เงินทุนสร้างจริงๆ มาจากฝั่งฝรั่งเศส

จากที่ไปมาบันไดสเปน โรม ไม่ได้เป็นแค่จุดเช็กอินแล้วก็ไปนะ รอบๆ มีทั้งน้ำพุยุคบาโรก บ้านของกวีชื่อดัง ถนนแบรนด์เนมระดับโลกอย่าง Via Condotti แล้วแถมยังมีวิวพระอาทิตย์ตกที่สวยที่สุดจุดหนึ่งของเมือง บทความนี้รวบรวมไฮไลท์ กิจกรรม วิธีเดินทาง ช่วงเวลาที่ควรเที่ยว และที่พักใกล้บันไดสเปนไว้ให้ครบ ใครกำลังวางแผนเที่ยวโรมหรือเที่ยวอิตาลีอยู่เซฟไว้เลยจ้า!

Quick Summary

ไฮไลท์ของบันไดสเปน: มีน้ำพุเรือโบราณ Fontana della Barcaccia ด้านล่าง โบสถ์ Trinità dei Monti ด้านบน พิพิธภัณฑ์ Keats-Shelley Memorial House ข้างบันได และช่วงปลายเมษายนถึงต้นพฤษภาคมมีดอกอาซาเลียบานเต็มขั้นบันได
กิจกรรมแนะนำ: ขึ้นไปดูพระอาทิตย์ตกจากด้านบนบันได ช้อปแบรนด์เนมที่ Via Condotti และเดินตามรอยหนัง Roman Holiday
ที่ตั้งและการเดินทาง: อยู่ที่ Piazza di Spagna ใจกลางย่านเมืองเก่าของโรม จากกรุงเทพฯ บินต่อเครื่องไปสนามบิน Fiumicino แล้วนั่งรถไฟเข้าเมือง จากนั้นใช้รถไฟใต้ดินสาย A ลงสถานี Spagna
จุดเด่น: เข้าชมฟรีตลอด 24 ชั่วโมง เป็นงานสถาปัตยกรรมบาโรกตอนปลายที่สวยระดับต้นของยุโรป และเดินต่อไปที่เที่ยวสำคัญอย่างน้ำพุเทรวีได้ในไม่กี่นาที
ช่วงเวลาที่เหมาะ: เมษายนถึงพฤษภาคม และกันยายนถึงตุลาคม อากาศดีที่สุด ส่วนธันวาคมได้บรรยากาศคริสต์มาส
ที่พักใกล้เคียง: Stylish Spanish Steps Retreat อพาร์ตเมนต์มีครัวใกล้ Piazza Barberini, Spagna Historical by Spanish Steps อพาร์ตเมนต์ในตึกเก่าใกล้ Via Condotti และ Fendi Private Suites ที่พักหรูติดแฟลกชิปสโตร์ Fendi
เคล็ดลับ: ห้ามนั่งและกินอาหารบนบันได มาก่อน 8 โมงเช้าถ้าอยากได้คอนเทนต์ที่มีคนน้อย ๆ หลังจากนั้นคนเยอะมากกกกก ทั้งวันเลย และระวังพ่อค้าที่ยัดเยียดดอกกุหลาบหรือสร้อยข้อมือให้ด้วยจ้า

ไฮไลท์และกิจกรรมแนะนำของบันไดสเปน

1.Fontana della Barcaccia (น้ำพุเรือโบราณ)

น้ำพุรูปเรือกึ่งจมที่ตีนบันไดสเปน เป็นผลงานของ Pietro Bernini โดยมี Gian Lorenzo Bernini ลูกชายช่วยออกแบบ สร้างเสร็จประมาณปี 1629 เรื่องเล่าที่คนท้องถิ่นชอบพูดถึงคือแรงบันดาลใจมาจากเรือที่ลอยมาค้างอยู่ตรงนี้หลังน้ำในแม่น้ำไทเบอร์ท่วมเมืองเมื่อปี 1598 อีกจุดที่น่าสนใจคือเหตุผลที่ตัวน้ำพุต่ำกว่าระดับถนน เพราะท่อส่งน้ำโบราณ Acqua Vergine ที่ป้อนน้ำมาที่นี่มีแรงดันต่ำสุด ๆ คนออกแบบเลยแก้ปัญหาด้วยการทำเรือให้จมลงไปแทนที่จะพ่นน้ำสูง ๆ ถ้าอยากได้คอนเทนต์จึ้ง ๆ ให้ถ่ายรูปจากข้างหน้าน้ำพุ แล้วใช้บันไดสเปนกับโบสถ์เป็นฉากหลัง เช็กอินได้ครบหมดทุกดีเทลในเฟรมเดียว

2.Trinità dei Monti (โบสถ์ตรินิตา เด มอนตี)

โบสถ์หอคอยคู่ที่ตั้งอยู่บนสุดของบันไดสเปน เริ่มสร้างปี 1502 ตามดำริของกษัตริย์ฝรั่งเศส และทำพิธีเสกในปี 1585 จนถึงตอนนี้ก็ยังอยู่ในความดูแลของฝรั่งเศส ด้านหน้ามีเสาโอเบลิสก์ Obelisco Sallustiano ที่จารึกอักษรภาพแบบอียิปต์ ข้างในเงียบสงบต่างจากความคึกคักและวุ่นวายของนักท่องเที่ยวด้านล่างแบบคนละโลก งานที่ไม่ควรพลาดคือภาพเฟรสโก Deposition from the Cross ของ Daniele da Volterra ลูกศิษย์ของ Michelangelo! เข้าชมฟรี แต่ควรแต่งกายสุภาพ คลุมไหล่และเข่า ส่วนตัวมองว่าไหน ๆ ก็มาแล้ว ให้เดินแวะขึ้นมาดูด้วยก็ดีจ้า เพราะได้ทั้งเที่ยวโบสถ์และได้เห็นวิวจัตุรัสสเปนจากมุมสูงแบบปัง ๆ ด้วยนะ

3.Keats-Shelley Memorial House

อาคารสีชมพูอ่อนด้านขวามือของบันได (ถ้ายืนหันหน้าเข้าหาบันได) คือบ้านที่ John Keats กวีโรแมนติกชาวอังกฤษใช้ชีวิตช่วงสุดท้ายและเสียชีวิตที่นี่เมื่อปี 1821 ด้วยวัยเพียง 25 ปี ปัจจุบันเปิดเป็นพิพิธภัณฑ์ที่รวบรวมต้นฉบับ จดหมาย และข้าวของของ Keats, Percy Bysshe Shelley และ Lord Byron ไฮไลท์คือห้องนอนเล็ก ๆ ที่ Keats เสียชีวิต ซึ่งมีหน้าต่างมองออกไปเห็นบันไดสเปนพอดี เปิดวันจันทร์ถึงเสาร์ ช่วง 10:00-13:00 น. และ 14:00-18:00 น. ค่าเข้าผู้ใหญ่ 7 ยูโร ใช้เวลาประมาณ 45 นาทีถึง 1 ชั่วโมง เหมาะกับคนชอบวรรณกรรม ถ้าไม่ได้อินเรื่องกวีก็ข้ามได้จ้า

4.เทศกาลดอกอาซาเลียในฤดูใบไม้ผลิ

ช่วงเดียวในรอบปีที่บันไดสเปนเปลี่ยนจากหินอ่อนสีครีมเป็นสีชมพูทั้งแนว ทางเมืองจะนำกระถางดอกอาซาเลียหลายร้อยกระถางมาวางเรียงตามขั้นบันได โดยมักเริ่มประมาณวันที่ 21 เมษายน ซึ่งตรงกับวันเกิดของกรุงโรม และตั้งโชว์อยู่ถึง 2-3 สัปดาห์จนถึงต้นเดือนพฤษภาคม ช่วงนี้คนจะเยอะกว่าปกติ แต่ได้ภาพที่คุ้มค่ากับการเบียดแน่นอน จากที่ไปมา แนะนำให้มาช่วงเช้าก่อนแดดแรง แสงสวยฉ่ำและสีดอกไม้ออกมาสดกว่าตอนเที่ยง ช่วงเทศกาลของแต่ละปีอาจจะขยับเล็กน้อย ควรเช็กข่าวก่อนจองตั๋ว

กิจกรรมแนะนำ

ชมวิวพระอาทิตย์ตกสุดโรแมนติก: จุดที่ดีที่สุดคือลานด้านบนหน้าโบสถ์ Trinità dei Monti เพราะมองตรงลงไปตามแนว Via Condotti และเห็นยอดโดมของมหาวิหารเซนต์ปีเตอร์อยู่ไกล ๆ ตอนแสงสีทองลงพาดหลังคาเมืองเก่า แนะนำให้ขึ้นไปก่อนพระอาทิตย์ตกประมาณ 30-40 นาทีเพื่อหาที่ยืนดีๆ ข้อควรรู้คือตอนนี้ห้ามนั่งบนขั้นบันไดแล้ว ต้องยืนชมหรือพิงราวด้านบนแทน ไม่งั้นโดนตำรวจไล่ ถ้าอยากได้มุมกว้างกว่านี้ เดินต่อไปทางขวาอีกประมาณ 10 นาทีจะถึง Terrazza del Pincio ซึ่งเห็นวิว Piazza del Popolo และหลังคาเมืองได้กว้างกว่า ส่วนตัวชอบดูที่บันไดก่อนแล้วค่อยเดินต่อไปปิดท้ายที่ Pincio
ช้อปปิ้งสินค้าแบรนด์เนมที่ Via Condotti: ถนนที่พุ่งตรงออกมาจาก Piazza di Spagna คือถนนช้อปปิ้งหรูที่สุดของโรม เรียงรายไปด้วยร้านของแบรนด์อย่าง Bulgari, Gucci, Prada, Louis Vuitton และปลายถนนยังมี Palazzo Fendi แฟลกชิปสโตร์ของ Fendi ถ้างบไม่ได้สูงขนาดนั้น ก็มีถนนคู่ขนานอย่าง Via del Corso มีแบรนด์ระดับกลางและฟาสต์แฟชั่นให้เลือกเยอะ ส่วน Via del Babuino มีร้านของแต่งบ้านและแกลเลอรีเก๋ ๆ เทคนิคประหยัดเงินคือขอ Tax Free ตอนจ่ายเงินทุกครั้ง นักท่องเที่ยวนอกยุโรปขอคืนภาษี VAT ได้เมื่อยอดซื้อถึงขั้นต่ำต่อใบเสร็จ แล้วไปเคลมที่สนามบินก่อนเช็กอินได้เลยจ้า
ตามรอยภาพยนตร์คลาสสิก Roman Holiday: หนังปี 1953 ที่ Audrey Hepburn และ Gregory Peck ทำให้บันไดสเปนดังไปทั่วโลก ฉากที่คนจำได้มากที่สุดคือเจ้าหญิงแอนกินเจลาโต้บนบันได (ปัจจุบันกินอาหารบนบันไดไม่ได้แล้ว ถ่ายรูปถือไอศกรีมจากร้านแถวนั้นเฉย ๆ ตรงตีนบันไดแทนได้) จากบันไดเดินเข้าซอย Via Margutta ประมาณ 5 นาที จะเจอตึกเลขที่ 51 ซึ่งเป็นอพาร์ตเมนต์ของตัวละคร Joe Bradley ในเรื่อง จากนั้นเดินต่อไปน้ำพุเทรวีที่อยู่ไม่ไกล และถ้ามีเวลาเหลือ นั่งรถต่อไปที่ Bocca della Verità ซึ่งเป็นอีกฉากดังของหนัง เดินได้สบาย ๆ ในครึ่งวัน

ที่ตั้งและการเดินทาง

บันไดสเปนตั้งอยู่ที่ Piazza di Spagna ในย่าน Campo Marzio ใจกลางเขตเมืองเก่าของโรม ด้านบนบันไดเชื่อมกับเนิน Pincio และสวน Villa Borghese ส่วนด้านล่างเป็นจัตุรัสสเปนที่เป็นจุดเริ่มต้นของถนนช้อปปิ้งหลายสาย ตำแหน่งนี้ทำให้ที่นี่เป็นจุดศูนย์กลางของการเที่ยวโรมแบบเดินเท้า เพราะจากบันไดเดินไปน้ำพุเทรวีใช้เวลาประมาณ 10 นาที ไปวิหารแพนธีออนประมาณ 15-20 นาที และไป Piazza del Popolo ประมาณ 10 นาทีผ่าน Via del Babuino ส่วนสถานีรถไฟหลัก Roma Termini อยู่ห่างออกไปราว 2 กิโลเมตร นั่งรถไฟใต้ดินไม่กี่สถานีก็ถึง ใครพักแถวนี้แทบไม่ต้องใช้รถเลยตลอดทริป

วิธีการเดินทางจากกรุงเทพฯ

เครื่องบิน: บินจากสุวรรณภูมิไปสนามบิน Rome Fiumicino (FCO) ส่วนใหญ่ต่อเครื่อง 1 ครั้ง เช่น ผ่านโดฮา ดูไบ อาบูดาบี หรืออิสตันบูล ใช้เวลารวมประมาณ 14-18 ชั่วโมง ตั๋วไป-กลับชั้นประหยัดประมาณ 25,000-45,000 บาท ขึ้นอยู่กับฤดูกาลและสายการบิน
รถไฟ Leonardo Express: จากสนามบิน Fiumicino เข้าสถานี Roma Termini แบบไม่จอดระหว่างทาง ใช้เวลาประมาณ 32 นาที ค่าโดยสารประมาณ 14 ยูโร
แท็กซี่จากสนามบิน: แท็กซี่สีขาวที่มีใบอนุญาตของโรมคิดราคาเหมาจากสนามบินเข้าเขตเมืองเก่าภายในกำแพง Aurelian ประมาณ 55 ยูโร ใช้เวลาราว 45-60 นาทีตามสภาพจราจร เหมาะกับคนมีกระเป๋าเยอะหรือมากันหลายคน
ต่อรถไฟใต้ดินไปบันไดสเปน: จาก Roma Termini นั่ง Metro สาย A (สายสีส้ม) ทิศ Battistini 3 สถานี ลงที่สถานี Spagna ใช้เวลาประมาณ 5-10 นาที ค่าตั๋ว 1.50 ยูโร ทางออกสถานีอยู่ห่างจากบันไดแค่ไม่กี่นาที

วิธีเดินทางในตัวเมือง

รถไฟใต้ดิน Metro สาย A: ลงสถานี Spagna สะดวกที่สุด ตั๋ว BIT ราคา 1.50 ยูโร ใช้ได้ 100 นาที หรือแตะบัตรเครดิตแบบ contactless ที่ประตูได้เลย ถ้าเที่ยวทั้งวันมีตั๋ว 24 ชั่วโมงประมาณ 9 ยูโร
เดินเท้า: วิธีที่คนท้องถิ่นแนะนำมากที่สุด จากน้ำพุเทรวีเดินประมาณ 10 นาที จากแพนธีออนประมาณ 15-20 นาที และจาก Piazza del Popolo ประมาณ 10 นาที ไม่มีค่าใช้จ่าย
รถบัส: มีหลายสายที่จอดแถว Via del Tritone หรือ Piazza San Silvestro แล้วเดินต่ออีกประมาณ 5-10 นาที ค่าตั๋ว 1.50 ยูโรเท่ากับรถไฟใต้ดิน ใช้ตั๋วใบเดียวกันได้
แท็กซี่: เรียกผ่านแอปหรือขึ้นที่จุดจอดแท็กซี่ ระยะสั้นในเขตเมืองเก่าประมาณ 10-15 ยูโร ใช้เวลา 10-20 นาทีตามสภาพจราจร แต่ช่วงเย็นรถติดค่อนข้างหนัก

จุดเด่นของบันไดสเปน

จุดเด่นแรกของบันไดสเปนคือตัวงานสถาปัตยกรรม บันไดหินอ่อนทรเวอร์ทีนที่ออกแบบให้โค้งเว้าเป็นช่วง ๆ สลับกับลานพัก ทำให้มองจากด้านล่างแล้วดูมีจังหวะ ไม่แข็งทื่อเหมือนบันไดทั่วไป และขึ้นชื่อว่าเป็นหนึ่งในบันไดกลางแจ้งที่กว้างที่สุดในยุโรป ปี 2016 บันไดเพิ่งผ่านการบูรณะครั้งใหญ่ด้วยงบประมาณ 1.5 ล้านยูโรที่ Bulgari เป็นผู้สนับสนุน หินอ่อนจึงกลับมาสะอาดสว่างอีกครั้ง จุดเด่นที่สองคือเข้าชมฟรีตลอด 24 ชั่วโมง จะมาตอนเช้าตรู่ กลางวัน หรือกลางคืนก็จะได้บรรยากาศต่างกัน ส่วนตัวชอบช่วงหลังสามทุ่ม เพราะคนบางลงและได้วิวไฟสีส้มส่องหินอ่อนได้สวยมาก จุดเด่นสุดท้ายคือทำเลเลยล่ะ บันไดสเปนอยู่กลางเส้นทางที่เที่ยวโรมสำคัญ ๆ หลายแห่ง เที่ยววันเดียวก็เดินได้ครบทั้งน้ำพุเทรวี แพนธีออน และ Villa Borghese

เที่ยวบันไดสเปนเดือนไหนดี?

เมษายน - พฤษภาคม: ช่วงที่แนะนำที่สุด อากาศประมาณ 15-24 องศา เดินสบาย และมีโอกาสได้เห็นดอกอาซาเลียบนบันได
มิถุนายน: อากาศเริ่มร้อนแต่ยังไม่หนัก กลางวันยาว เหมาะกับคนอยากเก็บที่เที่ยวให้ได้เยอะในวันเดียว
กรกฎาคม - สิงหาคม: ร้อนจัด บางวันเกิน 35 องศา คนแน่นที่สุดของปี ถ้าจำเป็นต้องไปช่วงนี้ ให้มาเช้าตรู่หรือหลังพระอาทิตย์ตก
กันยายน - ตุลาคม: อากาศกลับมาเย็นสบาย คนเริ่มน้อยลง แสงช่วงเย็นสวย ถ่ายรูปได้ดีมาก
พฤศจิกายน - มีนาคม: อากาศเย็นและมีฝนบ้าง แต่ค่าที่พักถูกลง ช่วงธันวาคมย่านจัตุรัสสเปนประดับไฟคริสต์มาส และวันที่ 8 ธันวาคมมีพิธีวันพระนางมารีย์ปฏิสนธินิรมลที่เสาพระแม่มารีย์ใกล้ๆ บันได

แนะนำที่พักใกล้เคียง

Stylish Spanish Steps Retreat

Stylish Spanish Steps Retreat
Stylish Spanish Steps Retreat
Stylish Spanish Steps Retreat
Stylish Spanish Steps Retreat

+2

Stylish Spanish Steps Retreat

เหมาะกับ : กลุ่มเพื่อน / คนที่เที่ยวหลายวัน / คนอยากได้ครัว

Stylish Spanish Steps Retreat เป็นอพาร์ตเมนต์ 1 ห้องนอนขนาดประมาณ 45 ตารางเมตร อยู่ในอาคารเก่าบนถนน Via della Purificazione ใกล้ Piazza Barberini เดินไปบันไดสเปนประมาณ 10 นาที ข้อดีที่เห็นชัดคือมีครัวส่วนตัวและเครื่องซักผ้า เหมาะกับคนอยู่โรมหลายคืนที่อยากประหยัดค่าอาหารบางมื้อหรือซักเสื้อผ้าระหว่างทริป ในห้องมีแอร์และ Wi-Fi ฟรี ตัวอาคารมีลิฟต์ จากที่ไปมา ทำเลแถว Barberini สะดวกมาก เพราะมีสถานีรถไฟใต้ดินสาย A อยู่ใกล้ เดินไปน้ำพุเทรวีและ Via Veneto ได้สบาย ข้อควรรู้คือเป็นอพาร์ตเมนต์ ไม่มีอาหารเช้า และเช็กอินช่วง 15:00-20:00 น. ควรแจ้งเวลาถึงล่วงหน้า

Spagna Historical by Spanish Steps

Spagna Historical by Spanish Steps
Spagna Historical by Spanish Steps
Spagna Historical by Spanish Steps
Spagna Historical by Spanish Steps

+2

Spagna Historical by Spanish Steps

เหมาะกับ : คู่รัก / ครอบครัว / สายช้อปปิ้ง

Spagna Historical by Spanish Steps เป็นอพาร์ตเมนต์ที่ปรับปรุงใหม่ในอาคารยุคกลาง ตกแต่งสไตล์อิตาเลียนคลาสสิก มีห้องนอนเตียงคู่ที่เชื่อมกับห้องนั่งเล่นด้วยประตูบานเลื่อน 2 บาน ทำเลอยู่ในย่านหรูใจกลางเมือง เดินผ่าน Via Condotti ไปบันไดสเปนได้ในไม่กี่นาที เหมาะกับคนอยากตื่นมาแล้วเดินเที่ยวเมืองเก่าได้ทันทีโดยไม่ต้องพึ่งรถ ส่วนตัวมองว่าเหมาะกับสายช้อปเป็นพิเศษ เพราะออกจากที่พักก็เจอร้านแบรนด์เนมเรียงเต็มถนน ข้อควรรู้คือห้องอยู่ชั้น 1 ของอาคารที่ไม่มีลิฟต์ ต้องเดินขึ้นบันไดประมาณ 15 ขั้น ใครมีกระเป๋าใบใหญ่หรือมีปัญหาเรื่องการเดินควรพิจารณาก่อนจอง

Fendi Private Suites

Fendi Private Suites
Fendi Private Suites
Fendi Private Suites
Fendi Private Suites

+2

Fendi Private Suites

เหมาะกับ : สายติดแกลม / ทริปฮันนีมูน / สายช้อป

Fendi Private Suites คือโรงแรมแห่งแรกของแบรนด์ Fendi ตั้งอยู่ชั้นบนของ Palazzo Fendi พระราชวังเก่าศตวรรษที่ 17 ซึ่งเป็นแฟลกชิปสโตร์ของแบรนด์ตรงปลายถนน Via Condotti เดินไปบันไดสเปนประมาณ 5 นาที มีห้องพักเพียง 7 สวีท ขนาดประมาณ 35-60 ตารางเมตร ตกแต่งด้วยเฟอร์นิเจอร์ Fendi Casa และภาพถ่ายเมืองโรมของ Karl Lagerfeld ห้องพักรวมอาหารเช้า แขกที่พักได้สิทธิ์จองร้านอาหารญี่ปุ่น Zuma บนดาดฟ้าของอาคารเดียวกัน ซึ่งเป็นจุดจิบค็อกเทลชมพระอาทิตย์ตกที่คนนิยม ราคาสูงแน่นอน แต่ถ้ากำลังมองหาที่พักฉลองโอกาสพิเศษในโรม ที่นี่ให้ความเป็นส่วนตัวสูงมาก

เคล็ดลับการเที่ยวบันไดสเปน

ห้ามนั่งและห้ามกินบนบันได: กฎของเมืองโรมห้ามนั่งบนบันไดสเปน ฝ่าฝืนมีโทษปรับประมาณ 250 ยูโร และถ้าทำให้บันไดสกปรกหรือเสียหายปรับได้สูงถึง 400 ยูโร มีเจ้าหน้าที่เป่านกหวีดเตือนอยู่ตลอด
มาก่อน 8 โมงเช้า: ช่วงสายถึงเย็นคนแน่นมาก ถ้าอยากได้รูปบันไดโล่ง ๆ ต้องมาเช้า แถมแสงเช้ายังส่องหน้าโบสถ์ด้านบนสวยด้วย
ระวังพ่อค้าหัวใส: แถวจัตุรัสมักมีคนยื่นดอกกุหลาบหรือผูกสร้อยข้อมือให้แล้วขอเงิน ปฏิเสธสั้น ๆ แล้วเดินต่อ อย่ารับของจากมือ และเก็บกระเป๋าไว้ด้านหน้าเพราะเป็นจุดที่มีนักล้วงกระเป๋าเยอะ
อย่าลากกระเป๋าล้อลากลงบันได: นอกจากจะลำบากแล้ว ยังผิดกฎเรื่องการทำให้โบราณสถานเสียหาย ถ้าเพิ่งมาถึงพร้อมกระเป๋า ให้ใช้ลิฟต์ในสถานี Spagna ขึ้นไปฝั่งบนแทน
เตรียมวีซ่าเชงเก้นล่วงหน้า: คนไทยต้องขอวีซ่าเชงเก้นก่อนเที่ยวอิตาลี ควรยื่นล่วงหน้าอย่างน้อย 1-2 เดือน โดยเฉพาะช่วงไฮซีซัน

FAQ

บันไดสเปนเสียค่าเข้าชมไหม?

ไม่เสียค่าเข้าชม บันไดสเปนเป็นพื้นที่สาธารณะที่เข้าได้ฟรีตลอด 24 ชั่วโมง ส่วนโบสถ์ Trinità dei Monti ด้านบนก็เข้าฟรี มีเพียง Keats-Shelley Memorial House ที่เก็บค่าเข้าชม

นั่งบนบันไดสเปนได้ไหม?

ไม่ได้จ้า! ตั้งแต่ปี 2019 เมืองโรมห้ามนั่งบนบันไดสเปน ฝ่าฝืนมีโทษปรับประมาณ 250 ยูโร ยืนถ่ายรูปและเดินขึ้นลงได้ตามปกติ

บันไดสเปนมีกี่ขั้น?

บันไดสเปนมีประมาณ 135 ขั้น แบ่งเป็นหลายช่วงสลับกับลานพัก เดินจากล่างขึ้นบนใช้เวลาเพียงไม่กี่นาที

ทำไมถึงเรียกว่าบันไดสเปน?

เพราะจัตุรัสด้านล่างเป็นที่ตั้งของสถานทูตสเปนประจำสันตะสำนักมาตั้งแต่ศตวรรษที่ 17 จัตุรัสจึงชื่อ Piazza di Spagna และบันไดก็ถูกเรียกตาม ส่วนชื่อทางการในภาษาอิตาลีคือ Scalinata di Trinità dei Monti

ควรใช้เวลาเที่ยวบันไดสเปนนานแค่ไหน?

ถ้าดูแค่บันไดและน้ำพุใช้เวลาประมาณ 30-45 นาที แต่ถ้ารวมโบสถ์ พิพิธภัณฑ์ Keats-Shelley และเดินช้อปที่ Via Condotti ควรเผื่อไว้ครึ่งวัน

จากบันไดสเปนไปน้ำพุเทรวีไกลไหม?

ไม่ไกล ระยะทางประมาณ 700-800 เมตร เดินประมาณ 10 นาที จึงนิยมเที่ยวสองที่นี้ต่อกันในวันเดียว

เที่ยวบันไดสเปนตอนกลางคืนปลอดภัยไหม?

โดยทั่วไปค่อนข้างปลอดภัย เพราะเป็นย่านท่องเที่ยวที่มีคนและเจ้าหน้าที่ตลอด เพียงแต่ต้องระวังกระเป๋าและของมีค่าเหมือนจุดท่องเที่ยวที่คนพลุกพล่านทั่วไป

ถ้าพร้อมจะออกไปเที่ยวแล้ว อย่าลืมจองไฟล์ทไปโรมและที่พักใกล้บันไดสเปนกับ Traveloka ที่เดียวครบจบทั้งเที่ยวบิน ที่พัก และกิจกรรมสนุก ๆ ด้วยราคาน่ารักสบายกระเป๋า แถมมีโปรโมชั่นเด็ด ๆ มาแจกเป็นประจำ!

จองโรงแรม
จองตั๋วเครื่องบิน
สิ่งที่ต้องทำ
รับทราบข้อมูลใหม่ ๆ ตลอดเวลา
สมัครรับจดหมายข่าวของเรา เพื่อคำแนะนำการท่องเที่ยวและรูปแบบการใช้ชีวิตที่มากขึ้น พร้อมด้วยข้อเสนอที่น่าตื่นเต้น
สมัคร