12 ที่เที่ยว Florence เดินเมืองเก่า เล่าเรื่องศิลปะ อัปเดต [2026]

รวมที่เที่ยว Florence หรือฟลอเรนซ์ อิตาลี เมืองต้นกำเนิดศิลปะเรอเนซองส์ ตั้งแต่โดมฟลอเรนซ์ หอศิลป์อุฟฟิซี ถึงรูปปั้นเดวิด พร้อมเวลาเปิด-ปิด วิธีเดินทางจากกรุงเทพฯ ช่วงเดือนที่เหมาะ และที่พักทำเลดีใจกลางเมือง
Traveloka TH
ใช้เวลาอ่านประมาณ 8 นาที
ที่เที่ยว Florence หรือฟลอเรนซ์ อิตาลี

ฟลอเรนซ์ (Florence) คือเมืองในที่เที่ยวอิตาลีที่ไม่ว่าคุณจะเดินไปทางไหนก็เจอแต่งานศิลปะระดับโลก สำหรับใครที่กำลังหาพิกัดเสพศิลปะแบบมีคลาส ที่เที่ยว Florence คือคำตอบที่ถูกต้องที่สุด! ฟลอเรนซ์หรือที่คนอิตาลีท้องถิ่นเรียกว่า Firenze เป็นเมืองหลวงของแคว้นทัสคานีและเป็นจุดกำเนิดของยุคเรอเนซองส์ บ้านของไมเคิลแองเจโล บอตติเชลลี และตระกูลเมดิชิที่อุปถัมภ์ศิลปินมาหลายชั่วคน ย่านเมืองเก่าทั้งหมดได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกโดย UNESCO ตั้งแต่ปี 1982

บทความนี้รวมที่เที่ยวฟลอเรนซ์ยอดนิยมที่ควรจัดเข้าแพลน ทั้งพิพิธภัณฑ์ โบสถ์ พระราชวัง และจุดชมวิว พร้อมเวลาเปิด-ปิด วิธีเดินทางจากกรุงเทพฯ ช่วงเดือนที่อากาศดี และที่พักทำเลเดินเที่ยวสะดวก ใครวางแผนเที่ยวอิตาลีด้วยตัวเองรอบแรกแนะนำให้เผื่อเวลาในฟลอเรนซ์อย่างน้อย 3 วันเต็ม เพราะแค่พิพิธภัณฑ์หลักสองแห่งก็กินเวลาไปเกือบวันแล้ว อ่านจบแล้วจองไฟล์ทไปฟลอเรนซ์และจองที่พักในฟลอเรนซ์กับ Traveloka เลย!

จองตั๋วเครื่องบินไปฟลอเรนซ์

Sat, 24 Oct 2026

Etihad

กรุงเทพ (BKK) ไป ฟลอเรนซ์ (FLR)

เริ่มจาก THB 17,721.03

Sat, 24 Oct 2026

Qatar Airways

กรุงเทพ (BKK) ไป ฟลอเรนซ์ (FLR)

เริ่มจาก THB 26,077.58

Sat, 24 Oct 2026

Swiss International Air Lines

กรุงเทพ (BKK) ไป ฟลอเรนซ์ (FLR)

เริ่มจาก THB 29,691.89

Quick Summary

ที่เที่ยว Florence ยอดนิยม: ไฮไลท์อยู่ในย่านเมืองเก่าที่เดินถึงกันได้หมด ตั้งแต่โดมฟลอเรนซ์ หอระฆังจอตโต หอศิลป์อุฟฟิซี รูปปั้นเดวิด ไปจนถึงพระราชวังพิตติ สวนโบโบลี และจุดชมวิวพิอัซซาเลมิเกลันเจโล (พิพิธภัณฑ์ส่วนใหญ่ปิดวันจันทร์)
ที่ตั้งและการเดินทาง: ฟลอเรนซ์อยู่ตอนกลางของอิตาลี จากกรุงเทพฯ ไม่มีบินตรง ต้องต่อเครื่องลงสนามบินฟลอเรนซ์ หรือบินลงโรม มิลาน แล้วต่อรถไฟความเร็วสูง ในเมืองเดินเท้าเป็นหลัก เสริมด้วยรถราง รถบัส และแท็กซี่
จุดเด่นของ Florence: เป็นเมืองที่รวมงานศิลปะและสถาปัตยกรรมเรอเนซองส์หนาแน่นที่สุดแห่งหนึ่งของโลก ขนาดเมืองไม่ใหญ่และใช้เป็นฐานต่อไปเที่ยวเมืองอื่นในทัสคานีได้ง่าย
เที่ยว Florence เดือนไหนดี: ช่วงที่อากาศดีที่สุดคือเมษายน–มิถุนายน และกันยายน–ตุลาคม ส่วนกรกฎาคม–สิงหาคมร้อนและคนแน่น ฤดูหนาวคนน้อยและที่พักถูกลง
แนะนำที่พักใกล้เคียง: มีทั้ง Grand Hotel Minerva ที่มีสระว่ายน้ำบนดาดฟ้า Hotel La Fortezza โรงแรมราคาย่อมเยาในโซนเงียบสงบ และ Grand Hotel Baglioni โรงแรมเก่าแก่ใกล้สถานีรถไฟหลัก
เคล็ดลับการเที่ยว Florence: จองรอบขึ้นโดมและพิพิธภัณฑ์ดังล่วงหน้า แต่งกายสุภาพเมื่อเข้าโบสถ์ ระวังเขต ZTL ถ้าขับรถ และวางแผนให้เลี่ยงวันจันทร์สำหรับพิพิธภัณฑ์

1. มหาวิหารฟลอเรนซ์ (Cattedrale di Santa Maria del Fiore)

Cattedrale di Santa Maria del Fiore

สัญลักษณ์อันดับหนึ่งของฟลอเรนซ์ที่มองเห็นได้จากทุกมุมเมือง มหาวิหารซานตามาเรียเดลฟีโอเร หรือที่คนเรียกสั้น ๆ ว่า Duomo เริ่มสร้างตั้งแต่ปี 1296 ผนังด้านนอกกรุหินอ่อนสีขาว เขียว และชมพูเรียงเป็นลวดลายละเอียด แต่ที่ทำให้คนทั้งโลกรู้จักคือโดมฟลอเรนซ์สีส้มอิฐ ผลงานของฟีลิปโป บรูเนลเลสกี ที่ก่อขึ้นโดยไม่ใช้โครงไม้ค้ำยันทั้งหลัง จนถึงวันนี้ยังเป็นโดมก่ออิฐที่ใหญ่ที่สุดในโลก ตัวโบสถ์เข้าชมฟรี แต่ถ้าอยากขึ้นไปยืนบนโดมต้องซื้อ Brunelleschi Pass ราคา 30 ยูโรและจองรอบเวลาล่วงหน้า มีบันไดถึง 463 ขั้นทั้งแคบและชัน แนะนำให้จองรอบแรกของวัน แสงตอนเช้ายังละมุนและคนยังไม่แน่นมาก

เวลาเปิด-ปิด : 

ตัวมหาวิหาร วันจันทร์–เสาร์ 10:15–15:45 น. (วันอาทิตย์เปิดเฉพาะพิธีทางศาสนา)
ขึ้นโดม จันทร์–ศุกร์ 08:15–18:45 น., เสาร์ 08:15–16:30 น., อาทิตย์และวันหยุดนักขัตฤกษ์ 12:45–16:30 น. 

2. หอระฆังจอตโต (Campanile di Giotto)

Campanile di Giotto

หอระฆังสูงประมาณ 85 เมตรที่ตั้งอยู่ข้างมหาวิหาร ออกแบบโดยจอตโต จิตรกรคนสำคัญแห่งศตวรรษที่ 14 ตัวหอกรุหินอ่อนสามสีแบบเดียวกับตัวโบสถ์ ด้านล่างมีแผ่นภาพนูนต่ำเล่าเรื่องการสร้างโลกและวิชาความรู้ของมนุษย์ ต้องเดินบันได 414 ขั้นโดยไม่มีลิฟต์ แต่มีชั้นพักให้หยุดหายใจและถ่ายรูปผ่านหน้าต่างเป็นช่วง ๆ ส่วนตัวคิดว่าถ้ามีเวลาขึ้นได้แค่ที่เดียวจะเลือกที่นี่เพราะวิวจากด้านบนจะมีโดมใหญ่ตั้งอยู่ตรงหน้า ตั๋วรวมอยู่ใน Giotto Pass ราคา 20 ยูโร หรือ Brunelleschi Pass

เวลาเปิด-ปิด : ทุกวัน 08:15–18:45 น.

3. หอศีลจุ่มซานโจวันนี (Battistero di San Giovanni)

Battistero di San Giovanni

หอศีลจุ่มซานโจวันนีเป็นอาคารทรงแปดเหลี่ยมหน้ามหาวิหารที่หลายคนเดินผ่านโดยไม่ได้แวะชมทั้งที่เป็นหนึ่งในสิ่งก่อสร้างที่เก่าแก่ที่สุดของเมือง และเป็นที่ที่ดันเต กวีเอกของอิตาลี เคยรับศีลจุ่มตอนเด็ก จุดที่คนมาถ่ายรูปกันมากคือประตูด้านตะวันออกที่มีชื่อเล่นว่าประตูสวรรค์ (Gates of Paradise) งานหล่อทองสัมฤทธิ์ของโลเรนโซ กิแบร์ตี ซึ่งไมเคิลแองเจโลเคยชมว่างามพอจะเป็นประตูสู่สวรรค์ ที่ติดอยู่ตอนนี้เป็นงานจำลอง ของจริงนั้นถูกเก็บไว้ในพิพิธภัณฑ์ Opera del Duomo ฝั่งตรงข้าม ตั๋วรวมอยู่ในพาสทุกแบบของกลุ่มมหาวิหาร

เวลาเปิด-ปิด : ทุกวัน 08:30–19:30 น.

4. หอศิลป์อุฟฟิซี (Galleria degli Uffizi)

Galleria degli Uffizi

หอศิลป์อุฟฟิซีคือที่เที่ยวที่คนรักศิลปะห้ามพลาด! ตัวอาคารออกแบบโดยวาซารีในปี 1560 แต่เดิมเป็นสำนักงานราชการของตระกูลเมดิชิ ปัจจุบันเก็บงานศิลปะยุคเรอเนซองส์ไว้มากที่สุดแห่งหนึ่งของโลก ไฮไลท์ที่คนต่อคิวดูเยอะคือ The Birth of Venus และ Primavera ของบอตติเชลลี The Annunciation ของเลโอนาร์โด ดา วินชี และ Doni Tondo งานจิตรกรรมบนแผ่นไม้ไม่กี่ชิ้นของไมเคิลแองเจโล ควรเผื่อเวลาอย่างน้อย 3 ชั่วโมง บัตรราคาปกติ 25 ยูโร ระหว่างเดินชมอย่าลืมมองออกหน้าต่างฝั่งแม่น้ำ จะเห็นสะพานปอนเตเวคคิโอในมุมที่หาจากที่ไหนไม่ได้อีก

เวลาเปิด-ปิด : วันอังคาร–อาทิตย์ 08:15–18:30 น. (เข้าได้ถึง 17:30 น.) ปิดทุกวันจันทร์

5. แกลเลอเรียเดลอัคคาเดเมีย (Galleria dell'Accademia)

Galleria dell'Accademia

ที่นี่คือบ้านของรูปปั้นเดวิด! ผลงานหินอ่อนสูงกว่า 5 เมตรที่ไมเคิลแองเจโลแกะเสร็จตอนอายุไม่ถึง 30 ปี เดิมตั้งอยู่กลางจัตุรัสซินญอเรีย ก่อนถูกย้ายเข้ามาเก็บในอาคารเมื่อปี 1873 เพื่อป้องกันความเสียหาย พิพิธภัณฑ์ไม่ได้ใหญ่มาก ใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมงก็ดูครบ ก่อนถึงรูปปั้นเดวิดทางเดินจะผ่านรูปปั้นกลุ่ม Prisoners ที่ไมเคิลแองเจโลแกะไม่เสร็จอีกด้วย

เวลาเปิด-ปิด : วันอังคาร–อาทิตย์ 08:15–18:50 น. ปิดทุกวันจันทร์

6. จัตุรัสซินญอเรีย (Piazza della Signoria)

Piazza della Signoria

จัตุรัสซินญอเรียด้านหน้าเดินชมฟรีและมีรูปปั้นเดวิดจำลองตั้งในตำแหน่งเดิม น้ำพุเนปจูน และระเบียง Loggia dei Lanzi ที่เป็นเหมือนแกลเลอรีกลางแจ้ง จัดแสดงรูปปั้นเพอร์ซิอุสถือศีรษะเมดูซาของเชลลินี เทคนิคประหยัดเวลาคือแวะที่นี่ช่วงเย็นหลังพิพิธภัณฑ์อื่นปิด สามารถเสพความโลคอลได้บริเวณนี้แบบเต็ม ๆ

เวลาเปิด-ปิด : จัตุรัสเปิดตลอด 24 ชั่วโมง

7. สะพานปอนเตเวคคิโอ (Ponte Vecchio)

Ponte Vecchio

สะพานหินเก่าแก่ที่สุดของฟลอเรนซ์ที่มีร้านค้าเรียงอยู่บนตัวสะพาน สะพานปัจจุบันสร้างใหม่ในปี 1345 หลังน้ำท่วมใหญ่ เดิมร้านบนสะพานเป็นร้านขายเนื้อ จนแกรนด์ดยุกสั่งให้เปลี่ยนเป็นร้านทองและเครื่องประดับเพื่อไม่ให้กลิ่นรบกวนตอนเดินผ่าน ที่นี่ยังเป็นสะพานเดียวบนแม่น้ำอาร์โนที่ไม่ถูกระเบิดทำลายในสงครามโลกครั้งที่สอง ด้านบนแนวร้านค้าคือทางเดิน Vasari Corridor ที่ตระกูลเมดิชิใช้เดินข้ามจากพระราชวังเวคคิโอไปพระราชวังพิตติโดยไม่ต้องลงถนน

เวลาเปิด-ปิด : เปิดตลอด 24 ชั่วโมง (ร้านค้าส่วนใหญ่เปิดประมาณ 10:00–19:00 น.)

8. พระราชวังพิตติ (Palazzo Pitti)

Palazzo Pitti

พระราชวังขนาดใหญ่ฝั่งใต้ของแม่น้ำ เดิมสร้างให้ตระกูลพิตติ นายธนาคารที่หวังจะแข่งบารมีกับตระกูลเมดิชิ แต่สุดท้ายตระกูลเมดิชิกลับซื้อไปใช้เป็นที่ประทับหลักในช่วงกลางศตวรรษที่ 16 และต่อมายังเคยเป็นที่ประทับของราชวงศ์ซาวอยช่วงที่ฟลอเรนซ์เป็นเมืองหลวงของอิตาลี ด้านในแบ่งเป็นพิพิธภัณฑ์หลายส่วน ส่วนที่ขอแนะนำคือ Palatine Gallery ซึ่งเก็บภาพของราฟาเอลและทิเชียนไว้หลายชิ้น โดยจัดแสดงบนผนังห้องที่ตกแต่งหรูแบบเดิม ต่างจากอุฟฟิซีที่ให้ความรู้สึกเป็นพิพิธภัณฑ์มากกว่า นอกจากนั้นยังมีห้องชุดราชวงศ์ หอศิลป์สมัยใหม่ และพิพิธภัณฑ์เครื่องแต่งกาย บัตรเข้าชมราคาประมาณ 16 ยูโร

เวลาเปิด-ปิด : วันอังคาร–อาทิตย์ 08:15–18:30 น. ปิดทุกวันจันทร์

9. สวนโบโบลี (Giardino di Boboli)

Giardino di Boboli

สวนหลังพระราชวังพิตติที่เป็นต้นแบบของสวนสไตล์อิตาเลียนในยุโรป ปูพื้นที่ลาดไหล่เขาเป็นขั้น ๆ มีทั้งลานรูปปั้น น้ำพุ อัฒจันทร์กลางแจ้งที่มีเสาโอเบลิสก์อียิปต์ตั้งอยู่ตรงกลาง และถ้ำ Grotta del Buontalenti ที่ตกแต่งด้วยหินและปูนปั้นจนดูเหมือนถ้ำจริง ๆ พอเดินขึ้นไปถึงจุดสูงสุดจะเห็นวิวเนินเขาทัสคานีกับหลังคาบ้านในเมืองเก่า เป็นมุมพักสายตาหลังจากดูพิพิธภัณฑ์มาทั้งวัน บัตรเข้าสวนแยกจากพระราชวัง ราคาประมาณ 10 ยูโร หรือซื้อบัตรรวมก็ได้ แนะนำให้ใส่รองเท้าที่เดินสบาย ๆ เพราะทางเดินเป็นกรวดและเนินชันเกือบทั้งสวน

เวลาเปิด-ปิด : ทุกวัน 08:15 น. ปิดประมาณ 16:30–19:10 น. ตามฤดูกาล (ปิดวันจันทร์แรกและวันจันทร์สุดท้ายของเดือน)

10. ลานพิอัซซาเลมิเกลันเจโล (Piazzale Michelangelo)

Piazzale Michelangelo

ถ้าอยากเห็นภาพฟลอเรนซ์แบบเดียวกับที่อยู่บนโปสการ์ด ต้องขึ้นมาที่ลานชมวิวแห่งนี้ ลานถูกสร้างในปี 1869 บนเนินเขาฝั่งใต้ของแม่น้ำ ตรงกลางมีรูปปั้นเดวิดจำลองหล่อทองสัมฤทธิ์ มองลงไปจะเห็นโดม หอระฆัง หอคอยปาลาซโซเวคคิโอ และสะพานหลายแห่งเรียงอยู่ในเฟรมเดียว สามารถเดินขึ้นบันไดจากย่านซานนิกโกโล ใช้เวลาประมาณ 20 นาที หรือนั่งรถบัสสาย 12 หรือ 13 ก็ได้ ถ้ามีแรงเหลือให้เดินขึ้นต่ออีก 5 นาทีไปโบสถ์ San Miniato al Monte ที่อยู่สูงกว่า วิวใกล้เคียงกันแต่คนน้อยกว่ามาก

เวลาเปิด-ปิด : เปิดตลอด 24 ชั่วโมง

11. มหาวิหารซานตาโครเช (Basilica di Santa Croce)

Basilica di Santa Croce

โบสถ์คณะฟรานซิสกันที่ใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งของโลก และมักถูกเรียกว่าวิหารแห่งเกียรติยศของอิตาลี เพราะเป็นที่ฝังร่างของคนสำคัญหลายคน ทั้งไมเคิลแองเจโล กาลิเลโอ มาคิอาเวลลี และรอสซินี รวมถึงมีอนุสรณ์ของดันเต แม้ร่างจริงจะอยู่ที่เมืองราเวนนา ในโบสถ์น้อยของตระกูลบาร์ดีและเปรุซซียังมีภาพเฟรสโกของจอตโตที่เป็นต้นทางของจิตรกรรมยุคใหม่ และในลานระเบียงคดมีโบสถ์น้อยปาซซีที่บรูเนลเลสกีออกแบบ เรียบแต่สัดส่วนลงตัวมาก บัตรเข้าชมราคาประมาณ 10 ยูโร ใช้เวลา 1–2 ชั่วโมง ต้องแต่งกายปิดไหล่และเข่า

เวลาเปิด-ปิด : วันจันทร์–เสาร์ 09:30–17:30 น. / วันอาทิตย์และวันหยุดทางศาสนา เปิดช่วงบ่ายประมาณ 12:30–17:30 น.

12. โบสถ์น้อยเมดิชิ (Cappelle Medicee)

Cappelle Medicee

สุสานของตระกูลเมดิชิที่ต่อเชื่อมกับโบสถ์ซานลอเรนโซ แบ่งเป็นสองส่วนที่บรรยากาศต่างกันชัดเจน ส่วนแรกคือ Cappella dei Principi ห้องโดมแปดเหลี่ยมที่ผนังทั้งหมดฝังหินอ่อนและหินมีค่าหลากสี เป็นงานฝีมือที่ใช้เวลาทำนับร้อยปี ส่วนที่สองคือ New Sacristy ซึ่งไมเคิลแองเจโลออกแบบทั้งตัวห้องและรูปปั้นบนหลุมศพ มีประติมากรรม Night, Day, Dawn และ Dusk ที่คนรักงานของเขาถือว่าเป็นงานชั้นครู ห้องนี้ไม่ใหญ่และคนน้อยกว่าอัคคาเดเมียมาก ใครอยากดูงานไมเคิลแองเจโลแบบไม่ต้องเบียดกับผู้คน ที่นี่คือตัวเลือกที่ดีมาก ๆ ตรงถนนรอบ ๆ ยังเป็นย่านตลาดซานลอเรนโซที่ขายเครื่องหนัง สามารถแวะเดินต่อได้ในรอบเดียว

เวลาเปิด-ปิด : ประมาณ 08:15–18:50 น. ปิดวันอังคาร

ที่ตั้งและการเดินทาง

ฟลอเรนซ์ตั้งอยู่ตอนกลางค่อนไปทางเหนือของอิตาลี เป็นเมืองหลวงของแคว้นทัสคานี มีแม่น้ำอาร์โนไหลผ่านกลางเมือง แบ่งเป็นฝั่งเหนือที่มีมหาวิหาร หอศิลป์ และจัตุรัสสำคัญเกือบทั้งหมด กับฝั่งใต้ที่เรียกว่า Oltrarno ซึ่งเป็นที่ตั้งของพระราชวังพิตติ สวนโบโบลี และลานชมวิวบนเนินเขา ตัวเมืองอยู่กึ่งกลางระหว่างโรมกับมิลาน นั่งรถไฟความเร็วสูงจากโรมใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมงครึ่ง จากมิลานไม่ถึง 2 ชั่วโมง ทำให้เป็นจุดแวะยอดนิยมของคนที่เที่ยวอิตาลีหลายเมืองในทริปเดียว รอบเมืองรายล้อมด้วยเนินเขาไร่องุ่นของทัสคานี และอยู่ไม่ไกลจากปิซา เซียนา และแคว้นเคียนติ คนที่เที่ยวฟลอเรนซ์ด้วยตัวเองมักใช้เมืองนี้เป็นที่พัก แล้วนั่งรถไฟหรือรถบัสออกไปเที่ยวแบบไปเช้าเย็นกลับ ส่วนย่านเมืองเก่ามีขนาดกะทัดรัด เดินเท้าได้เกือบทุกจุด

วิธีการเดินทางจากกรุงเทพฯ

บินต่อเครื่องลงสนามบินฟลอเรนซ์ (FLR): ยังไม่มีเที่ยวบินตรงจากกรุงเทพฯ ต้องต่อเครื่อง 1 ครั้งที่โดฮา ดูไบ อิสตันบูล หรือเมืองใหญ่ในยุโรป ใช้เวลารวมประมาณ 16–22 ชั่วโมง ตั๋วไป-กลับชั้นประหยัดเริ่มประมาณ 30,000–50,000 บาท ขึ้นกับฤดูกาล
บินลงโรม แล้วต่อรถไฟ: เป็นเส้นทางที่มีตัวเลือกเที่ยวบินมากที่สุด จากสนามบินฟิวมิชิโนนั่ง Leonardo Express เข้าสถานี Roma Termini แล้วต่อรถไฟความเร็วสูง Frecciarossa หรือ Italo ไปสถานี Firenze Santa Maria Novella ใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง 30 นาที ค่าตั๋วประมาณ 20–55 ยูโร
บินลงมิลาน แล้วต่อรถไฟ: จากสถานี Milano Centrale ถึงฟลอเรนซ์ใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง 55 นาที ค่าตั๋วรถไฟความเร็วสูงประมาณ 25–60 ยูโร จองล่วงหน้าจะถูกลงมาก
บินลงปิซา (PSA): นั่งรถไฟฟ้า PisaMover จากสนามบินไปสถานี Pisa Centrale แล้วต่อรถไฟภูมิภาคเข้าฟลอเรนซ์ ใช้เวลารวมประมาณ 1 ชั่วโมง 30 นาที ค่าใช้จ่ายรวมประมาณ 15 ยูโร
จากสนามบินฟลอเรนซ์เข้าเมือง: นั่งรถราง T2 ไปสถานีหลักใช้เวลาประมาณ 20 นาที ตั๋ว 2 ยูโร หรือแท็กซี่ราคาเหมาในวันธรรมดาประมาณ 28 ยูโร ใช้เวลาประมาณ 15–20 นาที

วิธีเดินทางในตัวเมือง

เดินเท้า: วิธีที่ดีที่สุดในย่านเมืองเก่า จากสถานี Santa Maria Novella เดินถึงมหาวิหารประมาณ 10 นาที และจากมหาวิหารถึงสะพานปอนเตเวคคิโอประมาณ 10–15 นาที ไม่มีค่าใช้จ่าย
รถราง (Tramvia): มีสาย T1 และ T2 วิ่งเชื่อมสนามบิน สถานีรถไฟ และย่านรอบนอก ไม่วิ่งเข้าเขตเมืองเก่า ตั๋วราคา 2 ยูโร ใช้ได้ 90 นาที เปลี่ยนสายได้ไม่จำกัด
รถบัสและมินิบัสไฟฟ้า: รถบัสของ Autolinee Toscane ใช้ตั๋วใบเดียวกับรถราง ราคา 2 ยูโรต่อ 90 นาที สาย C1–C4 เป็นมินิบัสที่วิ่งในย่านเมืองเก่า ส่วนสาย 12 และ 13 ขึ้นไปลานพิอัซซาเลมิเกลันเจโล ใช้เวลาประมาณ 20–30 นาที
แท็กซี่: เรียกผ่านจุดจอดหรือโทรเรียก เค้าไม่ค่อยไม่นิยมโบกข้างทางกัน ค่าโดยสารในเมืองประมาณ 10–20 ยูโรต่อเที่ยว ค่อนข้างแพงเลย
รถยนต์: ไม่แนะนำให้ขับเข้าเมืองเก่า เพราะเป็นเขต ZTL ที่มีกล้องจับและค่าปรับสูง ถ้าเช่ารถควรจอดที่ลานจอดรอบนอกแล้วต่อรถราง

จุดเด่นของ Florence

สิ่งที่ทำให้ฟลอเรนซ์ต่างจากเมืองท่องเที่ยวอื่นในยุโรปคือความหนาแน่นของงานศิลปะในพื้นที่ในรัศมีที่ใช้เวลาเดินไม่ถึงครึ่งชั่วโมง มีทั้งโดมที่เปลี่ยนวิธีคิดเรื่องสถาปัตยกรรม ภาพวาดที่อยู่ในหนังสือเรียนศิลปะทั่วโลก และรูปปั้นสุดโด่งดัง ทั้งหมดเป็นผลจากช่วงศตวรรษที่ 15–16 ที่ตระกูลเมดิชิใช้ความมั่งคั่งจากธุรกิจธนาคารอุปถัมภ์ศิลปิน นักวิทยาศาสตร์ และนักปรัชญาจำนวนมาก จนเมืองนี้กลายเป็นศูนย์กลางของยุคเรอเนซองส์ ย่านฝั่ง Oltrarno ยังมีโรงงานช่างฝีมือทำเครื่องหนัง ทองคำเปลว และกระดาษลายหินอ่อน ส่วนเรื่องอาหาร สเต๊กฟลอเรนซ์ Bistecca alla Fiorentina กับไวน์เคียนติจากเนินเขารอบเมืองเป็นของที่ต้องลองอย่างน้อยสักมื้อ

เที่ยว Florence เดือนไหนดี?

เมษายน–มิถุนายน: อากาศอุ่นกำลังสบาย อุณหภูมิประมาณ 15–28 องศา ดอกไม้ในสวนโบโบลีบานเต็มที่ ช่วงอีสเตอร์มีพิธี Scoppio del Carro หน้ามหาวิหาร และวันที่ 24 มิถุนายนเป็นวันนักบุญประจำเมือง ข้อเสียคือเริ่มเป็นไฮซีซัน ที่พักแพงม้ากก
กรกฎาคม–สิงหาคม: ร้อนที่สุดของปี กลางวันอาจสูงถึง 35 องศา คนแน่นทุกจุด คิวพิพิธภัณฑ์ยาว และช่วงกลางเดือนสิงหาคมร้านท้องถิ่นบางส่วนปิดไปพักร้อน เหมาะกับคนที่มีวันลาช่วงนี้เท่านั้น
กันยายน–ตุลาคม: ช่วงที่ส่วนตัวคิดว่าดีที่สุด อากาศเย็นลงเหลือประมาณ 15–27 องศา คนเริ่มน้อยลง และเป็นฤดูเก็บเกี่ยวองุ่นในแคว้นเคียนติ ต่อทริปไปไร่ไวน์ได้พอดี
พฤศจิกายน–กุมภาพันธ์: อากาศหนาว ประมาณ 3–13 องศา ฝนตกบ่อยในช่วงต้นฤดู แต่คนน้อยที่สุด ที่พักถูกลงชัดเจน และปลายปีมีตลาดคริสต์มาสที่ลานซานตาโครเช
มีนาคม: อากาศเริ่มอุ่น คนยังไม่มาก เหมาะกับคนที่อยากเลี่ยงไฮซีซันแต่ไม่อยากเจออากาศหนาวจัด

แนะนำที่พักใกล้เคียง

Grand Hotel Minerva

Grand Hotel Minerva
Grand Hotel Minerva
Grand Hotel Minerva
Grand Hotel Minerva

+2

Grand Hotel Minerva

เหมาะกับ : คู่รัก / ครอบครัว / คนที่อยากได้ทำเลใกล้สถานีรถไฟ

Grand Hotel Minerva เป็นโรงแรม 4 ดาวที่ตั้งอยู่ติดจัตุรัสซานตามาเรียโนเวลลา เดินจากสถานีรถไฟหลักประมาณ 5 นาที และเดินถึงมหาวิหารได้ในราว 10 นาที ถือเป็นทำเลที่สะดวกมากสำหรับคนที่มาถึงด้วยรถไฟหรือรถราง T2 จากสนามบิน จุดเด่นที่ทำให้ที่นี่ต่างจากที่พักฟลอเรนซ์ส่วนใหญ่คือสระว่ายน้ำบนดาดฟ้า ที่มองเห็นโดมและหลังคาเมืองเก่าได้ชัด เปิดให้ใช้ช่วงอากาศอุ่น เหมาะกับการกลับมาพักหลังเดินเที่ยวทั้งวันในหน้าร้อน ห้องพักตกแต่งเรียบ สะอาด มีห้องหลายขนาดให้เลือก ทั้งห้องสำหรับคู่รักและครอบครัว หน้าโรงแรมเป็นลานกว้างที่มีร้านอาหารและคาเฟ่รายล้อม ตอนเย็นเดินออกไปหาอะไรกินได้สะดวก

Italy

โรงแรมแกรนด์ มิแนร์วา

9.5/10

•

ฟลอเรนซ์

THB 12,090.70

Hotel La Fortezza

Hotel La Fortezza
Hotel La Fortezza
Hotel La Fortezza
Hotel La Fortezza

+2

Hotel La Fortezza

เหมาะกับ : คนที่ขับรถเที่ยวทัสคานี / สายคอนเทนต์ /  คู่รัก

Hotel La Fortezza เป็นโรงแรม 3 ดาวบนถนน Viale Giovanni Milton ใกล้ป้อมปราการ Fortezza da Basso ห่างจากแหล่งท่องเที่ยวหลักในเมืองเก่าประมาณ 15–20 นาทีด้วยการเดิน แลกกับบรรยากาศที่เงียบกว่าโรงแรมในย่านกลางเมือง ใกล้กันมีป้ายรถรางที่นั่งไปสถานีรถไฟหลักและสนามบินได้สะดวก ห้องพักเพิ่งปรับปรุงใหม่ สะอาด มีแผนกต้อนรับตลอด 24 ชั่วโมง รับฝากกระเป๋าก่อนเช็กอินและหลังเช็กเอาต์ อาหารเช้าบุฟเฟ่ต์ได้รับคำชมเรื่องความหลากหลาย อีกข้อได้เปรียบคือมีที่จอดรถในบริเวณโรงแรม คิดค่าบริการประมาณ 20 ยูโรต่อคืน ซึ่งหาได้ยากในฟลอเรนซ์

Italy

โรงแรมลาฟอร์เตซซา

8.8/10

•

ฟลอเรนซ์

THB 5,000.51

Grand Hotel Baglioni

Grand Hotel Baglioni
Grand Hotel Baglioni
Grand Hotel Baglioni
Grand Hotel Baglioni

+2

Grand Hotel Baglioni

เหมาะกับ : คู่รัก / คนอยากได้ห้องสวย ๆ สไตล์ยุโรป / สายติดแกลม

Grand Hotel Baglioni เป็นโรงแรม 4 ดาวในอาคารเก่าแก่บนจัตุรัส Piazza dell'Unità Italiana เดินจากสถานีซานตามาเรียโนเวลลาเพียงไม่กี่นาที และเดินถึงมหาวิหารประมาณ 10 นาที ตัวอาคารตกแต่งแบบคลาสสิกอิตาเลียน ทั้งพื้นไม้ เพดานสูง และเฟอร์นิเจอร์โทนอบอุ่น ให้บรรยากาศโรงแรมเก่าของยุโรปที่หลายคนตามหา จุดเด่นคือร้านอาหารและบาร์บนดาดฟ้าที่มองเห็นโดมกับหอระฆังแบบเต็มตา เหมาะกับการนั่งดื่มช่วงเย็นหลังเที่ยวทั้งวัน แม้ไม่ได้พักที่นี่ก็แวะขึ้นไปได้ ห้องพักมีหลายระดับ บางห้องหันออกวิวเมือง ถ้าต้องการวิวควรระบุตอนจอง ทำเลนี้ยังเหมาะกับคนที่วางแผนนั่งรถไฟออกไปเที่ยวเมืองอื่น เพราะลากกระเป๋าไปสถานีได้ง่าย

Italy

โรงแรมแกรนด์ บาลโยนี

9.0/10

•

ฟลอเรนซ์

THB 7,009.63

เคล็ดลับการเที่ยว Florence

จองรอบขึ้นโดมฟลอเรนซ์ หอศิลป์อุฟฟิซี และอัคคาเดเมียล่วงหน้าผ่านเว็บไซต์ทางการ โดยเฉพาะช่วงเมษายน–ตุลาคม รอบขึ้นโดมเปลี่ยนหรือยกเลิกไม่ได้ และต้องใช้ชื่อตรงกับพาสปอร์ต
วางแผนให้พิพิธภัณฑ์หลักตกอยู่วันอังคาร–อาทิตย์ เพราะอุฟฟิซี อัคคาเดเมีย และพระราชวังพิตติปิดทุกวันจันทร์ วันจันทร์เหมาะกับการเดินชมจัตุรัส สะพาน และขึ้นลานชมวิว
พิพิธภัณฑ์ของรัฐหลายแห่งเข้าชมฟรีทุกวันอาทิตย์แรกของเดือน แต่คิวยาวมาก ถ้าเวลาไม่พอ ซื้อบัตรเข้าวันอื่นจะคุ้มกว่า
แต่งกายสุภาพเมื่อเข้าโบสถ์ ต้องปิดไหล่และเข่า ห้ามใส่รองเท้าแตะแบบหนีบ พกผ้าคลุมไหล่ติดกระเป๋าไว้จะสะดวกมาก
ถ้ามีกระเป๋าใหญ่ ต้องฝากก่อนเข้าชมกลุ่มมหาวิหาร ตั้งแต่เป้ขนาดกลางขึ้นไปมักถูกขอให้ฝาก
ถ้าเช่ารถ ห้ามขับเข้าเขต ZTL ในเมืองเก่าโดยไม่มีใบอนุญาต กล้องจะถ่ายป้ายทะเบียนและค่าปรับจะตามมาถึงบริษัทรถเช่า
ที่พักทุกแห่งเก็บภาษีเมืองต่อคนต่อคืน จ่ายหน้างานแยกจากค่าห้อง อัตราขึ้นกับระดับดาวของโรงแรม
ในเมืองมีก๊อกน้ำดื่มสาธารณะหลายจุด พกขวดน้ำเปล่าไปเติมได้ ประหยัดและสามารถลดขยะได้อีกด้วย
ระวังการล้วงกระเป๋าตามที่เที่ยว บริเวณสถานีรถไฟ หน้ามหาวิหาร และบนสะพานปอนเตเวคคิโอ ซึ่งเป็นจุดที่คนแน่นที่สุด
ร้านอาหารส่วนใหญ่คิดค่า coperto หรือค่าบริการโต๊ะต่อคน ไม่ต้องตกใจเมื่อเห็นในบิล และไม่จำเป็นต้องให้ทิปเพิ่มเหมือนอเมริกาจ้า (แล้วแต่สะดวกเลย)

FAQ

ฟลอเรนซ์ควรเที่ยวกี่วัน?

อย่างน้อย 3 วันเต็มสำหรับเมืองเดียว เพื่อให้มีเวลาดูกลุ่มมหาวิหาร อุฟฟิซี อัคคาเดเมีย และฝั่ง Oltrarno แบบชิล ๆ ถ้าอยากต่อทริปไปปิซา เซียนา หรือไร่ไวน์เคียนติ ควรเพิ่มเป็น 4–5 วัน

ที่เที่ยว Florence ที่ห้ามพลาดมีอะไรบ้าง?

ถ้ามีเวลาจำกัด ให้เลือกมหาวิหารฟลอเรนซ์พร้อมขึ้นโดมหรือหอระฆัง หอศิลป์อุฟฟิซี รูปปั้นเดวิดที่อัคคาเดเมีย สะพานปอนเตเวคคิโอ และลานพิอัซซาเลมิเกลันเจโลช่วงพระอาทิตย์ตก ทั้งหมดนี้เดินถึงกันได้และครอบคลุมไฮไลต์หลักของเมือง

เข้ามหาวิหารฟลอเรนซ์ต้องเสียเงินไหม?

ตัวมหาวิหารเข้าชมฟรี แต่ต้องต่อคิวและแต่งกายสุภาพ ส่วนการขึ้นโดม หอระฆัง หอศีลจุ่ม และพิพิธภัณฑ์ ต้องซื้อพาสแบบรวม ราคาเริ่มต้น 15 ยูโร และสูงสุด 30 ยูโรสำหรับพาสที่รวมการขึ้นโดม

รูปปั้นเดวิดตัวจริงอยู่ที่ไหน?

รูปปั้นเดวิดตัวจริงของไมเคิลแองเจโลอยู่ในแกลเลอเรียเดลอัคคาเดเมีย ส่วนที่ตั้งอยู่ที่จัตุรัสซินญอเรียและลานพิอัซซาเลมิเกลันเจโลเป็นงานจำลองทั้งคู่

คนไทยไปฟลอเรนซ์ต้องใช้วีซ่าไหม?

ต้องใช้วีซ่าเชงเก้น เพราะอิตาลีเป็นประเทศในกลุ่มเชงเก้น ยื่นผ่านศูนย์รับยื่นวีซ่าอิตาลีในกรุงเทพฯ ควรยื่นล่วงหน้าอย่างน้อย 1 เดือนก่อนเดินทาง

จากสนามบินฟลอเรนซ์เข้าเมืองยังไง?

ง่ายและถูกที่สุดคือรถราง T2 จากหน้าสนามบินไปสถานีซานตามาเรียโนเวลลา ใช้เวลาประมาณ 20 นาที ตั๋ว 2 ยูโร ถ้ามีกระเป๋าหลายใบ แท็กซี่ราคาเหมาประมาณ 28 ยูโรในวันธรรมดาจะสะดวกกว่า

Firenze Card คุ้มไหม?

คุ้มสำหรับคนที่ตั้งใจเข้าพิพิธภัณฑ์หลายแห่งภายใน 3 วัน เพราะรวมค่าเข้าชมและได้ช่องทางเข้าแยก แต่ถ้าเน้นเดินชมเมืองและเข้าแค่ 2–3 ที่ ซื้อบัตรแยกรายที่จะประหยัดกว่า

เที่ยวฟลอเรนซ์ใช้เงินประมาณเท่าไหร่?

ไม่รวมตั๋วเครื่องบิน งบต่อวันสำหรับที่พักระดับกลาง อาหาร และค่าเข้าชมพิพิธภัณฑ์อยู่ที่ประมาณ 150–250 ยูโรต่อคน ถ้าพักโรงแรมหรูหรือเข้าพิพิธภัณฑ์หลายแห่งในวันเดียว งบจะสูงขึ้นตามแพลน

ถ้าพร้อมจะออกไปเที่ยวแล้ว อย่าลืมจองไฟล์ทไปฟลอเรนซ์และจองที่พักในฟลอเรนซ์กับ Traveloka ที่เดียวครบจบทั้งเที่ยวบิน ที่พัก และกิจกรรมสนุก ๆ ด้วยราคาน่ารักสบายกระเป๋า แถมมีโปรโมชั่นเด็ด ๆ มาแจกเป็นประจำ!

สำรวจสิ่งที่ดีที่สุดของ ฟลอเรนซ์

ฟลอเรนซ์

Italy
จองโรงแรม
จองตั๋วเครื่องบิน
สิ่งที่ต้องทำ
รับทราบข้อมูลใหม่ ๆ ตลอดเวลา
สมัครรับจดหมายข่าวของเรา เพื่อคำแนะนำการท่องเที่ยวและรูปแบบการใช้ชีวิตที่มากขึ้น พร้อมด้วยข้อเสนอที่น่าตื่นเต้น
สมัคร