[รีวิว] แกรนด์แคนยอน (Grand Canyon) พร้อมจุดไฮไลท์และกิจกรรมแนะนำ

สำรวจแกรนด์แคนยอนแบบละเอียด ทั้งจุดชมวิว Mather Point, Hopi Point วิธีเดินทางจากกรุงเทพฯ ที่พักแนะนำ และช่วงเวลาเที่ยวที่ดีที่สุด ครบทุกข้อมูลในบทความเดียว
Traveloka TH
ใช้เวลาอ่านประมาณ 5 นาที

แกรนด์แคนยอนเป็นหุบเขาที่ถูกกัดเซาะโดยแม่น้ำโคโลราโดเป็นเวลาหลายล้านปี จนกลายเป็นร่องหินขนาดมหึมา ลึกกว่า 1.6 กิโลเมตร กว้างสุดถึง 29 กิโลเมตร และ มีระยะทางยาวกว่า 450 กิโลเมตร! นับว่าเป็นสิ่งมหัศจรรย์ทางธรรมชาติที่ยิ่งใหญ่และสวยงามที่สุดแห่งหนึ่ง ถ้าได้ไปยืนอยู่ตรงขอบผาครั้งแรกแล้วคุณจะเข้าใจทันทีเลยว่าทำไมที่เที่ยวอเมริกาแห่งนี้ถึงได้กลายเป็นหนึ่งใน 7 สิ่งมหัศจรรย์ทางธรรมชาติของโลก 

บทความนี้จะพาไปรู้จักแกรนด์แคนยอนแบบละเอียด ตั้งแต่จุดชมวิวที่ห้ามพลาด กิจกรรมที่เหมาะกับนักเดินทางแต่ละสไตล์ วิธีเดินทาง ไปจนถึงที่พักใกล้เคียงที่เลือกมาให้แล้วว่าคุ้มค่าที่สุด ถ้าพร้อมแล้วเราไปลุยกันโลด!

Quick Summary

จุดไฮไลท์: Mather Point, Hopi Point, Yavapai Geology Museum และ Desert View Watchtower คือ 4 จุดชมวิวที่ครอบคลุมมุมมองของแกรนด์แคนยอนได้ครบที่สุด
กิจกรรมแนะนำ: เดิน Rim Trail แบบชิล ๆ, เดินป่าลงหุบเขาแบบท้าทาย, ปั่นจักรยานเลียบขอบผา หรือนั่งเฮลิคอปเตอร์ชมวิวมุมสูง
ที่ตั้ง: อยู่ทางตอนเหนือของรัฐแอริโซนา สหรัฐอเมริกา ฝั่งที่นิยมไปคือ South Rim
การเดินทาง: จากกรุงเทพฯ ต้องบินต่อเครื่องอย่างน้อย 1-2 ครั้ง ใช้เวลารวมประมาณ 20-26 ชั่วโมง
ช่วงเวลาแนะนำ: เดือนเมษายน-พฤษภาคม และกันยายน-ตุลาคม อากาศเย็นสบาย คนไม่แน่นเกินไป
ที่พัก: มีตัวเลือกทั้งในอุทยานอย่าง Yavapai Lodge และ El Tovar - Inside the Park หรือใกล้ North Rim อย่าง Grand Canyon Lodge

ไฮไลท์และกิจกรรมแนะนำของแกรนด์แคนยอน

1. Mather Point: จุดชมวิวแรกที่ห้ามพลาด

แกรนด์แคนยอน Mather Point

Mather Point คือจุดชมวิวที่อยู่ใกล้ศูนย์บริการนักท่องเที่ยวมากที่สุดและเป็นจุดที่นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่จะเจอเป็นมุมมองแรกของแกรนด์แคนยอน เพราะเดินจากลานจอดรถแค่ไม่กี่นาทีก็ถึงแล้ว ตัวจุดชมวิวยื่นออกไปเหนือหุบเขา มองเห็นชั้นหินสีส้ม-แดงที่ซ้อนกันเป็นชั้น ๆ สวยปังไม่ไหว แนะนำให้ไปช่วงเช้าตรู่ก่อนแดดจัด เพราะแสงจะตกกระทบหน้าผาสวยที่สุด แถมคนยังไม่เยอะ ต่างจากช่วงสาย ๆ ที่ทัวร์บัสมาลงกันเยอะ จุดนี้เหมาะกับทุกคนรวมถึงคนที่พาเด็กเล็กหรือผู้สูงอายุมาด้วย เพราะทางเดินราบเรียบ ไม่ต้องปีนป่ายอะไรมาก ถือเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีที่สุดก่อนไปสำรวจจุดอื่น ๆ ต่อ

2. Hopi Point: จุดชมวิวยอดนิยมสำหรับชมพระอาทิตย์ตกดิน

Hopi Point

ถ้าอยากเห็นแกรนด์แคนยอนในช่วงเวลาที่สวยที่สุดของวัน Hopi Point คือคำตอบ จุดนี้ยื่นออกไปจากขอบผามากกว่าจุดอื่น ทำให้มองเห็นแม่น้ำโคโลราโดที่ไหลอยู่ก้นหุบเขาได้ชัดเจน และเมื่อพระอาทิตย์เริ่มลับขอบฟ้า สีของหน้าผาจะเปลี่ยนจากส้มเป็นแดงเข้มแล้วค่อย ๆ กลายเป็นสีม่วง เป็นภาพที่อลังการณ์สุด ๆ ควรไปถึงก่อนพระอาทิตย์ตกอย่างน้อย 45 นาที เพราะที่จอดรถมีจำกัดและคนแน่นมากในช่วงโกลเด้นอาวร์ ช่วง South Rim จะปิดถนนส่วนตัวรถส่วนตัวบางช่วง ต้องใช้รถชัตเทิลฟรีของอุทยานเพื่อไปยังจุดนี้ ต้องเผื่อเวลาเดินทางด้วยรถชัตเทิลไว้ล่วงหน้าด้วยนะ

3. Yavapai Geology Museum: พิพิธภัณฑ์ริมหน้าผา

จุดนี้ต่างจากที่อื่นตรงที่ไม่ได้มีแค่วิวสวย ๆ แต่ยังให้ความรู้ไปพร้อมกันอีกด้วย ตัวอาคารพิพิธภัณฑ์สร้างติดขอบผาให้มองเห็นวิวได้เต็มตาผ่านหน้าต่างกระจกบานใหญ่ ข้างในมีนิทรรศการอธิบายว่าแกรนด์แคนยอนก่อตัวขึ้นมาได้อย่างไร อายุของแต่ละชั้นหิน เหมาะกับคนที่อยากเข้าใจที่มาที่ไปของสถานที่แห่ง แนะนำให้แวะจุดนี้ก่อนไปจุดชมวิวอื่น เพราะพอเข้าใจธรณีวิทยาคร่าว ๆ แล้ว การมองเห็นชั้นหินสีต่าง ๆ ที่จุดอื่นจะสนุกขึ้น ด้านนอกอาคารก็เป็นจุดชมวิวในตัวเอง ไม่ต้องเสียค่าเข้าเพิ่ม และเปิดให้เข้าชมทุกวันตลอดปี

4. Desert View Watchtower: หอคอยหินโบราณสไตล์อินเดียนแดง

Desert View Watchtower

หอคอยหินสูง 21 เมตรแห่งนี้สร้างขึ้นในปี 1932 โดยได้แรงบันดาลใจจากสถาปัตยกรรมของชนพื้นเมืองอเมริกัน ตั้งอยู่ทางฝั่งตะวันออกของ South Rim ห่างจากศูนย์บริการนักท่องเที่ยวหลักประมาณ 40 กิโลเมตร ด้านในมีภาพจิตรกรรมฝาผนังฝีมือศิลปินชนเผ่าโฮปิ และสามารถเดินขึ้นบันไดวนไปจนถึงชั้นบนสุดเพื่อมองวิวแกรนด์แคนยอนแบบ 360 องศาได้! เหมาะกับคนที่มีเวลาเที่ยวมากกว่า 1 วัน หรือกำลังขับรถมุ่งหน้าไปทาง Desert View Drive อยู่แล้ว เพราะเป็นจุดที่อยู่ไกลจากจุดอื่นพอสมควร ต้องวางแผนเวลาเดินทางเผื่อไว้ด้วยนะ

กิจกรรมแนะนำสำหรับนักท่องเที่ยวทุกสไตล์

เดินเขาชมธรรมชาติชมวิวจากเฮลิคอปเตอร์
เดินชมวิวบน Rim Trail (สายชิล - เน้นเดินง่าย): เส้นทางนี้เลียบไปตามขอบผา South Rim ระยะทางรวมกว่า 21 กิโลเมตร สามารถเลือกเดินเฉพาะช่วงที่สนใจได้ พื้นทางเดินราบเรียบ ไม่มีทางลาดชัน เหมาะกับทุกเพศทุกวัยรวมถึงคนที่มาเที่ยวกับครอบครัว ระหว่างทางจะผ่านจุดชมวิวหลายจุดต่อเนื่องกัน มีรถชัตเทิลฟรีวิ่งขนานไปด้วยตลอดเส้นทาง หากเดินเหนื่อยก็ขึ้นรถต่อได้ทันที ไม่ต้องกังวลเรื่องพลาดจุดชมวิวสวย ๆ
เดินป่าลงสู่ก้นหุบเขา (สายลุย - ชอบความท้าทาย): เส้นทางยอดนิยมอย่าง Bright Angel Trail หรือ South Kaibab Trail พาลงไปสัมผัสแกรนด์แคนยอนจากด้านล่าง ได้เห็นมุมมองที่คนส่วนใหญ่ไม่เคยเห็น แต่ต้องเตรียมตัวให้ดี เพราะขาลงง่ายแต่ขาขึ้นเหนื่อยสุด ๆ
ปั่นจักรยานเลียบขอบผา (Biking): South Rim มีเส้นทางจักรยานแยกจากถนนรถยนต์ ปลอดภัยและวิวสวยไม่แพ้การเดิน ใช้เวลาน้อยกว่าเดินแต่ไปได้ไกลกว่า เหมาะกับคนที่อยากเก็บหลายจุดชมวิวในวันเดียว มีจุดให้เช่าจักรยานอยู่ใกล้ศูนย์บริการนักท่องเที่ยว ราคาเช่าคิดเป็นรายชั่วโมงหรือเหมาเป็นวัน ข้อดีคือปั่นไปจอดพักถ่ายรูปตรงจุดชมวิวไหนก็ได้ตามใจ ไม่ต้องรอรถชัตเทิล
นั่งเฮลิคอปเตอร์ชมวิวจากมุมสูง: สำหรับคนที่อยากเห็นความยิ่งใหญ่ของแกรนด์แคนยอนแบบภาพรวมทั้งหุบเขา การนั่งเฮลิคอปเตอร์คือประสบการณ์ที่คุ้มค่าเงินที่สุด ส่วนใหญ่ทัวร์จะออกจากลาสเวกัสหรือจากฝั่ง South Rim โดยตรง ใช้เวลาบินประมาณ 25-45 นาทีแล้วแต่แพ็กเกจ มองเห็นความกว้างของหุบเขาที่ไม่มีทางเห็นได้จากพื้นดิน บางแพ็กเกจมีจุดให้ลงจอดชมวิวก้นหุบเขาด้วย ราคาค่อนข้างสูงแต่บอกเลยว่าคุ้มมาก ควรจองล่วงหน้าเพราะรอบบินมีจำกัดต่อวัน

ที่ตั้งและการเดินทาง

แกรนด์แคนยอนตั้งอยู่ทางตอนเหนือของรัฐแอริโซนา สหรัฐอเมริกา เป็นส่วนหนึ่งของอุทยานแห่งชาติแกรนด์แคนยอน (Grand Canyon National Park) แบ่งเป็น 2 ฝั่งหลักคือ South Rim ซึ่งเป็นฝั่งที่นักท่องเที่ยวนิยมไปมากที่สุดเพราะเดินทางสะดวกและเปิดตลอดทั้งปี กับ North Rim ที่อยู่ห่างออกไปและเปิดให้เข้าชมเฉพาะบางช่วงของปี สำหรับคนที่วางแผนมาครั้งแรก แนะนำให้เลือก South Rim เป็นหลักเพราะมีสิ่งอำนวยความสะดวก ที่พัก และจุดชมวิวครบที่สุด

วิธีการเดินทางจากกรุงเทพฯ

เที่ยวบินตรงจากกรุงเทพฯ ไม่มี ต้องต่อเครื่องอย่างน้อย 1-2 ครั้ง ผ่านเมืองอย่างลอสแอนเจลิส ซานฟรานซิสโก หรือโตเกียว/โซล ก่อนเข้าสหรัฐฯ เวลาบินรวมทั้งหมดประมาณ 20-26 ชั่วโมง ขึ้นอยู่กับจุดต่อเครื่อง ราคาตั๋วเครื่องบินไป-กลับอยู่ที่ประมาณ 35,000-55,000 บาทต่อคน ช่วงโลว์ซีซัน
สนามบินปลายทางที่นิยมใช้คือ Phoenix Sky Harbor (PHX) หรือ Las Vegas Harry Reid (LAS) เพราะมีเที่ยวบินเยอะและราคาถูกกว่าบินตรงเข้า Flagstaff

วิธีเดินทางในตัวเมือง

จาก Phoenix (PHX) ไป South Rim: ขับรถเช่าประมาณ 3.5-4 ชั่วโมง ระยะทาง 370 กิโลเมตร ค่าเช่ารถเริ่มต้นประมาณ 1,500-2,500 บาทต่อวัน
จาก Las Vegas (LAS) ไป South Rim: ขับรถประมาณ 4.5-5 ชั่วโมง ระยะทาง 440 กิโลเมตร เหมาะกับคนที่อยากเที่ยวลาสเวกัสต่อด้วย
จาก Flagstaff (FLG) ไป South Rim: ใกล้ที่สุดเพียง 1.5 ชั่วโมง แต่ตั๋วเครื่องบินมักแพงกว่าและรอบบินน้อย มีรถชัตเทิลจากในเมืองเข้าอุทยานด้วย ราคาประมาณ 700-1,000 บาทต่อเที่ยว

จุดเด่นของแกรนด์แคนยอน

สิ่งที่ทำให้แกรนด์แคนยอนต่างจากหุบเขาอื่น ๆ ทั่วโลกคือขนาดที่ใหญ่เกินจินตนาการ ความลึกกว่า 1.6 กิโลเมตรทำให้มองจากขอบผาแล้วแทบไม่เห็นก้นหุบเขา ชั้นหินที่ปรากฏให้เห็นบนหน้าผามีอายุตั้งแต่ 250 ล้านปีไปจนถึงเกือบ 2,000 ล้านปี! เรียกได้ว่าเป็นเหมือนหนังสือประวัติศาสตร์โลกที่เปิดให้เห็นชั้นแล้วชั้นเล่า อีกจุดที่ทำให้ที่นี่พิเศษคือแสงและสีที่เปลี่ยนไปตลอดทั้งวัน ตอนเช้าหน้าผาจะออกโทนส้มอ่อน พอบ่ายแก่ ๆ จะเข้มขึ้นเรื่อย ๆ จนถึงสีแดงเลือดหมูตอนพระอาทิตย์ตก ทำให้ถ่ายรูปเวลาไหนก็ได้บรรยากาศไม่ซ้ำกัน นอกจากนี้ยังเป็นถิ่นอาศัยของสัตว์ป่าหลายชนิด เช่น กระรอกดิน อีลก์ และนกอินทรีหัวล้าน ที่มีโอกาสเจอได้ระหว่างเดินเล่นตามเส้นทางต่าง ๆ

เที่ยวแกรนด์แคนยอนเดือนไหนดี

เมษายน-พฤษภาคม: อากาศเริ่มอุ่นขึ้น อุณหภูมิเฉลี่ย 15-24°C เดินป่าได้สบาย คนยังไม่แน่นมาก
กันยายน-ตุลาคม: ช่วงที่หลายคนบอกว่าดีที่สุด อากาศเย็นสบาย ฝนน้อย แสงตอนเย็นสวยเป็นพิเศษ
มิถุนายน-สิงหาคม: ฤดูท่องเที่ยวหลัก คนเยอะที่สุด อากาศบนขอบผาร้อนได้ถึง 30°C ส่วนก้นหุบเขาร้อนจัดเกิน 40°C ไม่เหมาะกับการเดินป่าลงล่าง
ธันวาคม-กุมภาพันธ์: หนาวจัด มีหิมะตก แต่คนน้อยที่สุดและราคาที่พักถูกลงมาก เหมาะกับคนชอบบรรยากาศเงียบสงบ

แนะนำที่พักใกล้เคียง

Yavapai Lodge

Yavapai Lodge
Yavapai Lodge
Yavapai Lodge
Yavapai Lodge

+2

Yavapai Lodge

เหมาะกับ: สายประหยัด / คนที่อยากพักในอุทยาน / สายรักธรรมชาติ

Yavapai Lodge เป็นที่พักที่อยู่ในเขตอุทยานฝั่ง South Rim ห่างจากจุดชมวิวหลักไม่ไกล เดินหรือใช้รถชัตเทิลฟรีของอุทยานไปถึงได้สะดวก ห้องพักเน้นความเรียบง่ายสไตล์ลอดจ์ ไม่หรูหราแต่สะอาดและครบครัน มีร้านอาหารในตัว ไม่ต้องขับรถออกไปหาที่กินไกล ราคาย่อมเยากว่าที่พักในอุทยานแห่งอื่น เหมาะกับคนที่เน้นเข้าถึงจุดชมวิวได้ง่ายและงบไม่บานปลาย

El Tovar - Inside the Park

El Tovar - Inside the Park
El Tovar - Inside the Park
El Tovar - Inside the Park
El Tovar - Inside the Park

+2

El Tovar - Inside the Park

เหมาะกับ: ครอบครัว / สายถ่ายรูป / สายหรู

El Tovar - Inside the Park เป็นโรงแรมประวัติศาสตร์ที่เปิดมาตั้งแต่ปี 1905 ตั้งอยู่ห่างจากขอบผาแค่ไม่กี่ก้าว ถือเป็นที่พักที่ใกล้จุดชมวิวที่สุดในบรรดาโรงแรมทั้งหมดของอุทยาน ตัวอาคารสร้างด้วยไม้ซุงสไตล์ล็อดจ์เก่าแก่ บรรยากาศคลาสสิกมีเสน่ห์ ห้องพักบางห้องมองเห็นวิวแกรนด์แคนยอนได้จากหน้าต่าง ราคาสูงกว่าที่พักอื่นในละแวกนี้พอสมควร แต่ด้วยทำเลและบรรยากาศที่หาไม่ได้จากที่ไหน หลายคนยอมจ่ายเพิ่มเพื่อพักที่นี่

Grand Canyon Lodge

Grand Canyon Lodge
Grand Canyon Lodge
Grand Canyon Lodge
Grand Canyon Lodge

+2

Grand Canyon Lodge

เหมาะกับ: ครอบครัว / คนที่อยากสัมผัสแกรนด์แคนยอนแบบเงียบสงบ / สายชิล

Grand Canyon Lodge เป็นที่พักเพียงแห่งเดียวที่ตั้งอยู่ในเขตอุทยานฝั่ง North Rim เหมาะกับคนที่อยากเห็นแกรนด์แคนยอนจากมุมที่คนน้อยกว่า เพราะฝั่งนี้เปิดให้บริการเฉพาะบางช่วงของปีเท่านั้น ตัวลอดจ์มีระเบียงชมวิวที่มองเห็นหุบเขาได้กว้างมาก บรรยากาศเงียบสงบกว่าฝั่ง South Rim มาก เหมาะกับคนที่เคยไปฝั่ง South Rim มาแล้วและอยากลองมุมมองใหม่ ๆ

เคล็ดลับการเที่ยว

จองที่พักในอุทยานล่วงหน้าอย่างน้อย 6 เดือน โดยเฉพาะช่วงหน้าร้อน เพราะห้องพักในอุทยานมีจำกัดและเต็มเร็วมาก
พกน้ำดื่มติดตัวเสมอ อากาศแห้งมากทำให้ร่างกายขาดน้ำได้เร็วกว่าที่คิด แม้จะเดินแค่ระยะสั้น ๆ บนขอบผา
ใช้รถชัตเทิลฟรีของอุทยานแทนการขับรถส่วนตัว เพราะที่จอดรถตามจุดชมวิวหลักมีจำกัดมาก โดยเฉพาะช่วงพระอาทิตย์ตก
เผื่อเวลาอย่างน้อย 2 วันเต็มถ้าอยากเก็บทั้งจุดชมวิวและลองเดินป่าลงหุบเขาด้วย เพราะแค่ขับรถระหว่างจุดต่าง ๆ ก็กินเวลาพอสมควร
เตรียมเสื้อกันหนาวติดกระเป๋าไว้แม้จะไปหน้าร้อน เพราะช่วงเช้าตรู่และหลังพระอาทิตย์ตกบนขอบผาอากาศจะเย็นกว่าที่คิด

FAQ

แกรนด์แคนยอนใหญ่แค่ไหน? ตัวหุบเขามีความยาวประมาณ 446 กิโลเมตร ลึกที่สุดกว่า 1.6 กิโลเมตร และกว้างสุดถึง 29 กิโลเมตร ถือเป็นหนึ่งในหุบเขาที่ใหญ่ที่สุดในโลก
ควรไปฝั่ง South Rim หรือ North Rim ดี? สำหรับคนที่ไปครั้งแรกแนะนำ South Rim เพราะเปิดตลอดปี มีสิ่งอำนวยความสะดวกและจุดชมวิวเยอะกว่า ส่วน North Rim เหมาะกับคนที่เคยไปแล้วและอยากสัมผัสบรรยากาศที่เงียบกว่า
ใช้เวลาเที่ยวแกรนด์แคนยอนกี่วันถึงจะพอ? อย่างน้อย 1-2 วันเต็มสำหรับชมจุดชมวิวหลักและลองกิจกรรมเบา ๆ แต่ถ้าอยากเดินป่าลงหุบเขาด้วย ควรเผื่อเวลา 3 วันขึ้นไป
ต้องซื้อบัตรเข้าอุทยานล่วงหน้าไหม? สามารถซื้อหน้างานได้ แต่แนะนำให้ซื้อผ่านเว็บไซต์ทางการของอุทยานล่วงหน้าเพื่อความสะดวก บัตรใช้ได้ 7 วันและครอบคลุมทั้งฝั่ง South Rim และ North Rim

ถ้าพร้อมจะออกไปเที่ยวแล้ว อย่าลืมจองไฟล์ทไปลอสแอนเจลิสและจองที่พักใกล้แกรนด์แคนยอนกับ Traveloka ที่เดียวครบจบทั้งเที่ยวบิน ที่พัก และกิจกรรมสนุก ๆ ด้วยราคาน่ารักสบายกระเป๋า แถมมีโปรโมชั่นเด็ด ๆ มาแจกเป็นประจำ!

จองโรงแรม
จองตั๋วเครื่องบิน
สิ่งที่ต้องทำ
รับทราบข้อมูลใหม่ ๆ ตลอดเวลา
สมัครรับจดหมายข่าวของเรา เพื่อคำแนะนำการท่องเที่ยวและรูปแบบการใช้ชีวิตที่มากขึ้น พร้อมด้วยข้อเสนอที่น่าตื่นเต้น
สมัคร