สิ่งที่คุณควรรู้เกี่ยวกับสถานะการจองและนโยบายของสายการบินเกี่ยวกับการแพร่ระบาดของไวรัสโคโรน่า

โปรโมชั่น ลงทะเบียนเป็นคู่ค้ากับเรารายการที่บันทึกการจองของฉัน
THB

เข้าสู่บัญชีของคุณ

ยังไม่มีบัญชี?
ลงทะเบียน
หรือล็อกอินด้วย:

กรุณายืนยันตัวตน

เราตรวจพบว่าคุณไม่ได้ใช้อุปกรณ์สื่อสารเครื่องเดิมในการเข้าสูู่ระบบ กรุณายืนยันบัญชีของคุณ โดยเลือกช่องทางที่ต้องการให้เราส่งรหัสยืนยันให้:

1
2

ตั๋วเครื่องบินไป Ubon Ratchathani (UBP)

จองตั๋วเครื่องบิน
เที่ยวบิน + โรงแรม
บริการรับส่งสนามบิน
ข้อมูลทั่วไปจังหวัดอุบลราชธานี

อุบลราชธานี (Ubon Ratchathani) เป็นจังหวัดที่ตั้งอยู่ทางตะวันออกสุดของภาคตะวันออกเฉียงเหนือของไทย ทั้งยังเป็นตำบลที่ตั้งของเส้นเวลาหลักของประเทศ ที่เส้นแวง 105 องศาตะวันออก โดยเป็นจังหวัดแรกที่ได้เห็นดวงอาทิตย์ก่อนพื้นที่อื่นๆ ทั่วประเทศ อยู่ห่างจากกรุงเทพฯ เป็นระยะทาง 629 กิโลเมตร อยู่สูงจากระดับน้ำทะเลปานกลาง 123 เมตร มีเนื้อที่ทั้งสิ้นประมาณ 16,113 ตารางกิโลเมตร เป็นจังหวัดที่มีขนาดใหญ่เป็นอันดับที่ 5 ของประเทศ มีอาณาเขตทิศเหนือติดต่อกับจังหวัดอำนาจเจริญ  จังหวัดยโสธร และประเทศลาว ทิศใต้ติดต่อกับจังหวัดศรีสะเกษ  กัมพูชา และลาว ทิศตะวันออกติดประเทศลาว ทิศตะวันตกติดต่อกับจังหวัดศรีสะเกษและจังหวัดยโสธร  อุบลราชธานีตั้งอยู่ในบริเวณแอ่งโคราช ลักษณะพื้นที่โดยทั่วไปเป็นที่ราบสูงลาดเอียงไปทางตะวันออก  มีแม่น้ำมูลไหลผ่านกลางจังหวัด จากทิศตะวันตกมายังทิศตะวันออก มาบรรจบกับแม่น้ำชี แล้วไหลลงสู่แม่น้ำโขงที่อำเภอโขงเจียม มีภูเขาสลับซับซ้อนทางตอนใต้ มีเทือกเขาบรรทัดและเทือกเขาพนมดงรัก เป็นแนวกั้นเขตแดนระหว่างอุบลราชธานี ลาว และกัมพูชา อยากลองไปเที่ยวอุบลราชธานีก็ไม่ยากสักเท่าไหร่ แนะนำจองตั๋วเครื่องบินไปอุบลราชธานีกันได้เลย

อุบลราชธานี เป็นเมืองใหญ่ริมฝั่งแม่น้ำมูลที่มีประวัติศาสตร์ที่ยาวนานมากว่า 200 ปี ในอดีตเคยอยู่ภายใต้การปกครองของอาณาจักรขอม จนถึงสมัยกรุงศรีอยุธยา ได้ตกอยู่ใต้การปกครองของสมเด็จพระรามาธิบดี แต่ก็เกิดการแตกแยกอยู่หลายสิบปี จนกระทั่งสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราชได้ทรงรวบรวมดินแดนแถบนี้เป็นอาณาจักรได้สำเร็จอีกครั้ง และได้สถาปนาอาณาจักรกรุงธนบุรีขึ้น ตรงกับที่ท้าวคำผงแห่งเมืองเวียงจันทน์ ได้อพยพจากหนองบัวลำภูมาตั้งเมืองขึ้นใหม่ที่บริเวณดงอู่ผึ้งริมฝั่งแม่น้ำมูล บริเวณอำเภอดอนมดแดงในปัจจุบัน และต่อมาได้เกิดอุทกภัยขึ้น จึงได้ย้ายชุมชนมาตั้งอยู่ที่บริเวณตัวจังหวัดในปัจจุบัน สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราชโปรดเกล้าฯ พระราชทานนามเมืองใหม่นี้ว่า “อุบลราชธานี” และให้ท้าวคำผงเป็นเจ้าเมืองคนแรก โดยพระราชทานบรรดาศักดิ์ให้เป็น “พระปทุมวงศา” ต่อมาในปี พ.ศ. 2335 ได้เปลี่ยนชื่อเมืองเป็น “มณฑลอุบลราชธานี” เป็นศูนย์กลางการบริหารของมณฑลอีสาน และในปี พ.ศ. 2468 มณฑลอุบลราชธานีก็ได้ถูกยุบโอนมาขึ้นกับมณฑลนครราชสีมา จนถึงปี พ.ศ. 2476 ได้มีการยกเลิกระบบมณฑล เมืองอุบลราชธานีแยกตัวออกมาตั้งเป็น “จังหวัดอุบลราชธานี” เป็นจังหวัดที่ใหญ่ที่สุดของประเทศไทย  

อุบลราชธานี เจ้าของคำขวัญ "เมืองดอกบัวงาม แม่น้ำสองสี มีปลาแซบหลาย หาดทรายแก่งหิน ถิ่นไทยนักปราชญ์ ทวยราษฎร์ใฝ่ธรรม งามล้ำเทียนพรรษา ผาแต้มก่อนประวัติศาสตร์” อุบลราชธานียังอุดมไปด้วยทรัพยากรธรรมชาติมากมาย ทั้งป่าไม้ สัตว์ป่า พืชพรรณนานาชนิด แหล่งน้ำขนาดใหญ่น้อยหลายแห่ง และภูมิทัศน์ที่งดงามแปลกตาโดดเด่น มีทั้งแก่งหิน หน้าผา มีสมญา “มินิแกรนด์แคนยอน” มีแม้กระทั่งหาดทรายจนได้ฉายา “ทะเลทรายเมืองไทย” เป็นจังหวัดแรกที่ได้เห็นดวงอาทิตย์ก่อนจังหวัดอื่นๆ ในประเทศไทย สามารถชมปรากฏการณ์ตะวันอ้อมโขงในช่วงฤดูหนาวช่วงก่อนสิ้นปีและปีใหม่ นอกจากนี้ยังมีสถานที่ท่องเที่ยวทางศาสนาและขนบประเพณีที่เป็นเอกลักษณ์สืบทอดมายาวนาน ทั้งวัดวาอาราม ประเพณีแห่เทียนพรรษา ประเพณีไหลเรือไฟ และประเพณีบุญบั้งไฟ ล้วนเป็นเสน่ห์ที่ทำให้เมืองริมโขงแห่งนี้เป็นจุดหมายปลายทางที่นักท่องเที่ยวไม่ควรพลาดจองตั๋วเครื่องบินไปอุบลราชธานี  

 

สกุลเงินที่ใช้

ไทยบาท (Thai Baht หรือ THB)

 

ฤดูกาลของอุบลราชธานี  

ลักษณะภูมิอากาศของจังหวัดอุบลราชธานี ขึ้นอยู่กับอิทธิพลของมรสุมที่พัดประจำฤดูกาล 2 ชนิด คือ มรสุมตะวันออกเฉียงเหนือ ซึ่งพัดพามวลอากาศเย็นและแห้งจากประเทศจีนเข้าปกคลุมประเทศไทย ส่งผลให้มีอากาศหนาวเย็นและแห้งทั่วไปในช่วงกลางเดือนตุลาคมถึงกุมภาพันธ์ ส่วนลมมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดพามวลอากาศชื้นจากทะเลเข้าปกคลุมประเทศไทย ทำให้มีฝนตกชุกทั่วในช่วงกลางเดือนพฤษภาคมถึงประมาณกลางเดือนตุลาคม เนื่องจากลักษณะภูมิประเทศของอุบลราชธานีส่วนใหญ่เป็นที่ราบสูงและมีเทือกเขาสลับซับซ้อน ทำให้อากาศค่อนข้างร้อนอบอ้าวในช่วงฤดูร้อน และหนาวเย็นมากในช่วงฤดูหนาว โดยอุณหภูมิเฉลี่ยตลอดทั้งปี 27.2 องศาเซลเซียส อุณหภูมิต่ำสุดเฉลี่ย 22.1 องศาเซลเซียส และอุณหภูมิสูงสุดเฉลี่ย 33.0 องศาเซลเซียส เดือนเมษายนเป็นเดือนที่มีอากาศร้อนอบอ้าวมากที่สุดในรอบปี ซึ่งอุณหภูมิสูงสุดที่วัดได้ 42.6 องศาเซลเซียส  และมีอากาศหนาวที่สุดในเดือนมกราคม  อุณหภูมิต่ำสุดที่วัดได้ 6.7 องศาเซลเซียส ทั้งนี้ควรตรวจสอบสภาพอากาศอีกครั้งก่อนจองตั๋วเครื่องบินไปอุบลราชธานี

อุบลราชธานีมี 3 ฤดู ดังนี้ 

  • ฤดูร้อน เริ่มต้นประมาณกลางเดือนกุมภาพันธ์ถึงกลางเดือนพฤษภาคม อากาศร้อนอบอ้าวและอาจจะมีฝนตกอยู่บ้างในปลายเดือนเมษายน  ซึ่งเป็นเดือนที่มีอากาศร้อนอบอ้าวที่สุดของปี 
  • ฤดูฝน เริ่มต้นประมาณเดือนพฤษภาคมถึงปลายเดือนตุลาคม อากาศเริ่มชุ่มชื้นและมีฝนตกชุกตั้งแต่ประมาณกลางเดือนพฤษภาคมเป็นต้นไป และมักจะมีฝนทิ้งช่วงในเดือนมิถุนายนถึงเดือนกรกฎาคม เดือนสิงหาคมเป็นเดือนที่มีฝนตกชุกที่สุดในรอบปี
  • ฤดูหนาว เริ่มต้นประมาณกลางเดือนตุลาคมถึงประมาณกลางเดือนกุมภาพันธ์ เนื่องจากเป็นจังหวัดที่ตั้งอยู่ทางทิศตะวันออกสุดของประเทศ ทำให้ได้รับอิทธิพลลมมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือก่อนภูมิภาคอื่น อุณหภูมิจะเริ่มลดต่ำลงตั้งแต่เดือนตุลาคมและจะสิ้นสุดปลายเดือนมกราคม เดือนที่มีอากาศหนาวมากที่สุดจะอยู่ในช่วงเดือนธันวาคมถึงมกราคม

  

สายการบินที่มาลงอุบลราชธานี 

  • เส้นทางบินระหว่างกรุงเทพฯ – อุบลราชธานี มีบริการ 19 เที่ยวบินต่อวัน 127 เที่ยวบินต่อสัปดาห์ จากสนามบินสุวรรณภูมิและสนามบินดอนเมือง  ใช้เวลาเดินทางประมาณ 1 ชั่วโมง ระยะทาง 479 กิโลเมตร
  • สายการบินที่ให้บริการบินตรงจากสนามบินสุวรรณภูมิ ไปยังสนามบินอุบลราชธานี คือ ไทยสมายล์ (Thai Smile)
  • สายการบินที่ให้บริการบินตรงจากสนามบินดอนเมือง  ไปยังสนามบินอุบลราชธานี ได้แก่ แอร์เอเชีย (AirAsia) ไทยไลอ้อนแอร์ (Thai Lion Air) และนกแอร์ (Nok Air) 
  • สายการบินอื่นที่ให้บริการเส้นทางบินกรุงเทพฯ – อุบลราชธานี คือ การบินไทย (Thai Airways)

 

วิธีการเดินทางในอุบลราชธานี

  • รถสองแถว มีหลายเส้นทางให้เลือกใช้บริการ มีทั้งหมด 12 เส้นทาง ได้แก่ 

สายที่ 1 บ้านธาตุ - สามแยกเข้าหมู่บ้านหนองแก

สายที่ 2 สถานีรถไฟ - โรงเรียนศรีปทุมพิทยาการ

สายที่ 3 บ้านก่อ - โรงเรียนเทคโนโลยีและเกษตรกรรมอุบลฯ

สายที่ 4 เรือนจำกลางอุบลราชธานี - โรงเรียนบ้านกุดลาด

สายที่ 6 ค่ายสรรพสิทธิประสงค์ - ประปา

สายที่ 7 ศาลปู่เจ้าคำจันทร์ - วัดพุทธนิคมกิติยาราม

สายที่ 8 บ้านปลาดุก - สถานีโทรคมนาคมอุบลฯ

สายที่ 9 ตลาดสดวารินชำราบ - บ้านโนนหงษ์ทอง

สายที่ 10 ศาลาบ้านดู่ - ศูนย์อพยพ

สายที่ 11 บ้านบุ่งกาแซว - บ้านด้ามพร้า

สายที่ 12 สถาบันพัฒนาฝีมือแรงงานภาคตะวันออกเฉียงเหนือฯ - บ้านดง

  1. รถสามล้อเครื่อง ให้บริการรับส่งภายในตัวเมือง คิดราคาตามระยะทางและความสามารถในการต่อราคา โดยให้บริการตามถนนสายต่างๆและสถานที่สำคัญ เช่น หน้าโรงพยาบาลสรรพสิทธิประสงค์ หน้าศาลากลางจังหวัด หน้าตลาดสดเทศบาล 3 เป็นต้น
  2. สามล้อถีบ การนั่งสามล้อถีบชมเมือง เป็นกิจกรรมสุดคลาสสิกและห้ามพลาดของเมืองอุบลราชธานี
  3. รถแท็กซี่ บริการรถรับส่งระหว่างสนามบินและตัวเมือง รวมทั้งสถานที่ต่างๆ คิดราคาตามมิเตอร์ หรือคิดเหมาจ่ายตามตกลง
  4. รถมอเตอร์ไซค์รับจ้าง เป็นอีกทางเลือกหนึ่งในการเดินทางภายในตัวเมืองสะดวกรวดเร็ว อัตราค่าโดยสารขึ้นอยู่กับระยะทาง และการต่อรอง
  5. รถเช่า ในตัวเมืองอุบลราชธานีมีรถให้เช่า ทั้งรถยนต์ จักรยานยนต์ และรถจักรยาน สามารถติดต่อสอบถามเพิ่มเติมได้จากโรงแรมที่พัก

  

ที่เที่ยวสำคัญในอุบลราชธานี

  1. 1. วัดสิรินธรวรารามภูพร้าว (Wat Sirindhornwararam)  ชาวบ้านเรียก วัดภูพร้าว ตั้งอยู่ที่ตำบลช่องเม็ก อำเภอสิรินธร อยู่ห่างจากตัวเมืองอุบลราชธานีราว 70 กิโลเมตร เป็นวัดที่ตั้งอยู่บนเนินเขาสูง โดยจำลองสภาพแวดล้อมของวัดป่าหิมพานต์หรือเขาไกรลาส โดดเด่นเป็นสง่าด้วยอุโบสถศิลปะล้านช้างที่งดงาม ตัวอุโบสถมีต้นแบบมาจาก วัดเชียงทอง ประเทศลาว เสาแต่ละต้นลงลวดลายด้วยมือ โดยรอบนอกเป็นลายดอกบัวและสัตว์ทั้งหลายตามคติบัว 4 เหล่า ทางเข้าเป็นต้นสาละ เขยิบเข้ามาเป็นต้นมะขามป้อม ต้นสมอ และด้านในสุดเป็นต้นโพธิ์และมีโฮไลท์ที่กลายเป็น Unseen Thailand อยู่ที่ต้นกัลปพฤกษ์ ที่เป็นจิตกรรมฝาผนังที่ด้านหลังของอุโบสถที่สามารถเรืองแสงได้เมื่อท้องฟ้าเริ่มมืดลง จนผู้คนขนานนามวัดแห่งนี้ว่า “วัดเรืองแสง” เป็นฝีมือการออกแบบของช่างคุณากร ปริญญาปุณโณ ผู้ลงมือติดโมเสกแต่ละชิ้นด้วยตัวเอง โดยมีแรงบันดาลใจมาจากต้นไม้แห่งชีวิต ในภาพยนตร์เรื่องอวตาร โดยใช้สารเรืองแสงที่เรียกว่า “ฟอสเฟอร์” ซึ่งภาพเรืองแสงนี้หากมองด้วยตาเปล่าจะเห็นเพียงเล็กน้อย ไม่เห็นเป็นสีเขียวชัดเจนเท่ากับภาพที่ถ่ายด้วยกล้องถ่ายรูป ช่วงเวลาที่ดีที่สุดสำหรับการชมและถ่ายภาพคือ ตั้งแต่เวลา เวลา 18.00-20.00 น. ส่วนพระประธานมีผู้นำมาถวายวัด ดั้งเดิมนั้นเป็นองค์พระพุทธชินราช แต่ช่างคุณากรได้ออกแบบใหม่โดยถอดรัศมีและพระเกตุมาลาออก แล้วแกะสลักไม้เป็นต้นโพธิ์ไปวางอยู่ด้านหลังพระประธาน กลายเป็นพระประธานที่สวยงามยิ่งนัก บริเวณด้านหลังพระอุโบสถเป็นจุดชมวิวลำน้ำโขง ทิวทัศน์ของฝั่งลาว ด่านช่องเม็ก และอ่างเก็บน้ำบริเวณเชิงเขาที่มีลักษณะคล้ายทะเลสาบ อีกทั้งยังเป็นจุดชมพระอาทิตย์ตกดินที่สวยงามด้วย เป็นสถานที่เหมาะสำหรับการดูดาว ซึ่งหากโชคดีอาจได้พบฝูงช้างเผือกเชือกใหญ่เปล่งประกายบนท้องฟ้า ท่ามกลางบรรยากาศเงียบสงบร่มรื่น 
  2. 2. สามพันโบก (Sam Phan Bok) แลนด์มาร์กชื่อดังเมืองอุบลฯ ตั้งอยู่ที่บ้านโป่งเป้า ตำบลเหล่างาม อำเภอโพธิ์ไทร แก่งหินทรายขนาดใหญ่ที่ถูกกระแสน้ำธรรมชาติกัดเซาะผ่านกาลเวลามานานหลายพันปี จนกลายเป็นแอ่งหลุมรูปร่างแปลกตา กระจายกินพื้นที่เลียบริมแม่น้ำโขง ทั้งฝั่งไทยและลาวเป็นระยะทางกว่า 5 กิโลเมตร รวมเป็นพื้นที่กว่า 30 ตารางกิโลเมตร คำว่า “โบก” ของชาวลาวแปลเป็นไทยได้ว่า “แอ่ง” ชื่อ “สามพันโบก” จึงหมายถึง ร่องหินหรือสภาพของหินที่เป็นหลุมหรือแอ่งจำนวนสามพันหลุมนั่นเอง ในช่วงหน้าแล้ง สามพันโบกจะโผล่พ้นน้ำให้เห็นเป็นเนินแก่งหินขนาดใหญ่กลางลำน้ำโขง ความสวยงามตระการตาของหินที่ถูกน้ำเซาะมองเห็นเป็นภาพศิลปะสารพัดรูปร่างขึ้นอยู่กับจิตนาการ ไฮไลท์สำคัญๆ ประกอบด้วย ผาหินรูปสะพานโค้ง จุดถ่ายรูปสุดฮิตห้ามพลาด  หินหัวสุนัขตรงจุดที่เป็นทางเข้าแกรนด์แคนยอนแม่น้ำโขง  สระมรกตหรือที่ชาวบ้านเรียกกันติดปากว่า “บุ่งน้ำใส” สระน้ำกลางโบกที่มีน้ำใสตลอดทั้งปีและระดับน้ำคงที่เสมอ นอกจากนี้ยังมีโบกรูปดาว โบกรูปหัวใจ  และ และโบกรูปมิกกี้เม้าส์ ไว้ให้ถ่ายรูปสุดเก๋ไก๋ แก่งหินสามพันโบกจะจมอยู่ใต้ลำน้ำโขงตลอดช่วงฤดูน้ำหลาก คือประมาณเดือนกรกฎาคมถึงตุลาคมของทุกปี และจะโผล่พ้นน้ำมาอวดโฉมในช่วงน้ำแห้ง รอการมาเยือนของนักท่องเที่ยวที่จองตั๋วเครื่องบินไปอุบลราชธานี ประมาณเดือนพฤศจิกายนถึงมิถุนายนเท่านั้น ก่อนจองตั๋วเครื่องบินไปอุบลราชธานีต้องกะช่วงเวลากันให้ดีๆ เพื่อป้องกันความผิดหวัง และควรเที่ยวช่วงเวลาประมาณ 06.00-09.00 น. และ 15.00-17.30 น. ซึ่งเป็นช่วงแดดร่มลมตก
  3. 3. เขมราฐ (Khemarat) เขมราฐหรือเขมราษฎร์ธานี อำเภอเล็กๆ บรรยากาศสุดชิคริมฝั่งโขง ห่างจากตัวเมืองประมาณ 100 กิโลเมตร เสน่ห์ที่ดึงดูดนักท่องเที่ยวจากทั่วสารทิศให้จองตั๋วเครื่องบินไปอุบลราชธานี คือบ้านไม้เก่าแก่อายุกว่า 200 ปี ในเขตเมืองเก่าเขมราฐ ท่ามกลางบรรยากาศแสนสงบเรียบง่าย เหมาะสำหรับชาร์ตพลังให้กระชุ่มกระชวยเป็นที่สุด มีหาดทรายและเกาะแก่งน้อยใหญ่ซึ่งมีลักษณะงดงามแปลกตาริมแม่น้ำโขง ตลอดระยะทางร่วม 40 กิโลเมตร จุดถ่ายรูปสุดฮิตมี 3 จุด คือ โรงแรมสุขสงวน บ้านขุนภูรีประศาสน์ และศูนย์ศิลปวัฒนธรรมเมืองเขมราษฎร์ธานี ปัจจุบันกลายเป็นพิพิธภัณฑ์จัดแสดงข้าวของเครื่องใช้เก่าแก่ไว้มากมาย  อำเภอแสนอบอุ่นแห่งนี้ยังมีสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญๆ ได้แก่ วัดโพธิ์ นมัสการพระเจ้าใหญ่องค์แสน พระพุทธรูปเก่าแก่คู่บ้านคู่เมืองเขมราฐ เป็นที่เคารพศรัทธาของผู้คนสองฝั่งโขง ขึ้นชื่อในเรื่องความศักดิ์สิทธิ์และอภินิหาร หาดทรายสูง บ้านนาแวง หรือทะเลทรายเมืองไทย  ความมหัศจรรย์ทางธรรมชาติที่เกิดจากกระแสน้ำในแม่น้ำโขงพัดพาตะกอนทรายมาสะสมไว้ในฤดูน้ำหลาก เมื่อระดับน้ำลดลงในฤดูแล้ง กลายเป็นหาดทรายกว้างใหญ่สูงหลายสิบเมตร ชมภาพแกะสลักโบราณอายุนับพันปีที่แก่งคันแยง แก่งหินขนาดใหญ่ที่อยู่ติดกับหาดทรายสูง ความงามไม่แพ้สามพันโบกเลยทีเดียว ไม่พลาดชมพระอาทิตย์ขึ้นริมฝั่งโขง ท่ามกลางภาพวิถีชีวิตของชาวเขมราฐที่ออกหาปลาและปลูกผักขิมโขงในยามเช้า เยี่ยมชมอารยธรรมพันปีที่แหล่งโบราณคดีดอนไร่ บ้านนาหนองเชือก นมัสการพระพุทธรูปปางมารวิชัยสีขาวจำนวนมากที่ตั้งอยู่บนลานภายในวัดบุ่งขี้เหล็ก ขึ้นบันได 80 ขั้นสู่พระบรมธาตุเจดีย์ภูเขาเงิน ที่วัดภูเขาเงิน เดินเล่นชมบรรยากาศชุมชนเก่าแก่ที่ถนนคนเดินเขมราษฏร์ธานี 200 ปี ที่เต็มไปด้วยร้านจำหน่ายของที่ระลึกและอาหารท้องถิ่นหลากเมนูให้นักท่องเที่ยวที่จองตั๋วเครื่องบินไปอุบลราชธานีได้เลือกชิม
  4. 5. อุทยานแห่งชาติผาแต้ม (Pha Taem National Park) เป็นอุทยานที่ตั้งอยู่ทางตะวันออกสุดของประเทศไทย จึงเป็นจุดชมพระอาทิตย์ก่อนใครในสยามที่ผาชะนะได และเป็นอุทยานแห่งชาติแห่งแรกในประเทศไทยที่มีแม่น้ำโขง เป็นแนวอุทยานแห่งชาติที่ยาวที่สุด ทำให้สามารถมองเห็นทิวทัศน์ทางฝั่งลาวได้เต็มที่ มีเนื้อที่ครอบคลุมอยู่ในท้องที่อำเภอโขงเจียม  อำเภอศรีเมืองใหม่ และอำเภอโพธิ์ไทร จังหวัดอุบลราชธานี ผาแต้มเพิงผาที่ทอดยาวเคียงคู่แม่น้ำโขงมาตั้งแต่บรรพกาล มีจุดเด่นที่สวยงามตามธรรมชาติมากมาย เช่น ผาชัน น้ำตกสร้อยสวรรค์ เสาเฉลียง ถ้ำปาฏิหาริย์ ภูนาทาม ไฮไลท์สำคัญที่ทำให้อุทยานผาแต้มเป็นจุดหมายยอดนิยม ที่ทำให้นักท่องเที่ยวจองตั๋วเครื่องบินไปอุบลราชธานีก็คือ ภาพเขียนสีโบราณสมัยก่อนประวัติศาสตร์ อายุราว 3,000-4,000 ปี เล่าขานกันว่า เป็นเพิงผาถิ่นอาศัยเก่าแก่ของมนุษย์ก่อนประวัติศาสตร์ จึงมีภาพเขียนฝาผนังโบราณที่ยาวที่สุดในโลกซ่อนอยู่ แบ่งเป็น 4 จุดใหญ่ คือ ผาขาม ผาแต้ม ผาหมอน และผาหมอนน้อย แต่โดดเด่นที่สุดคือ ผาแต้ม มีภาพคน สัตว์ และสิ่งของ กว่า 300 ภาพ กระจายอยู่บนพื้นที่เพิงผายาวกว่า 180 เมตร ช่วงเวลาที่เหมาะสำหรับการจองตั๋วเครื่องบินไปอุบลราชธานีเพื่อไปเยือนอุทยานผาแต้ม คือช่วงปลายฝนต้นหนาว ระหว่างเดือนกันยายนถึงตุลาคม ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่ดอกไม้ดอกเล็กๆ บานเหลืองอร่ามบนลานหินทราย ซึ่งสมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวง ทรงพระราชทานนามว่า สร้อยสุวรรณา อีกช่วงที่น่าเที่ยวคือปลายเดือนตุลาคมถึงพฤศจิกายน ซึ่งเป็นช่วงที่น้ำตกสร้อยสวรรค์มีน้ำมาก เหมาะกับการเล่นน้ำ แต่ที่พลาดไม่ได้คือช่วงเทศกาลปีใหม่ ที่นักท่องเที่ยวนิยมจองตั๋วเครื่องบินไปอุบลราชธานี เพื่อชมแสงแรกแห่งปีที่อุทยานแห่งนี้  
  5.  6. หาดชมดาว (Hat Chom Dao) หาดชมดาว หรือ แก่งชมดาว อยู่ในบริเวณหมู่บ้านโนนตาล อำเภอนาตาล อยู่ห่างจากสามพันโบกประมาณ 20 กิโลเมตร เป็นแก่งหินอันกว้างใหญ่ประมาณ 200 ไร่ มีระยะทางประมาณ 2 กิโลเมตร  เป็นจุดที่สามารถชมพระอาทิตย์ขึ้นและตกดินได้อย่างสวยงาม และที่สำคัญยังเป็นจุดที่สามารถชมดาวยามค่ำคืนได้อย่างอลังการอีกด้วย หาดชมดาวเป็นบริเวณที่มีหินรูปทรงสวยงามประหลาด มากมายโผล่ขึ้นในลำน้ำโขงในช่วงฤดูน้ำลด ลักษณะเดียวกับสามพันโบก แต่ที่หาดชมดาวจะมีโบกมากกว่าและใหญ่กว่า หรือที่เรียกว่า บิ๊กโบก มีริ้วลายหินและรูปทรงแปลกตาให้ชมมากกว่า บางแห่งขนาดใหญ่ราวสระว่ายน้ำ บางแอ่งขนาดเล็ก รูปร่างแตกต่างกันไป เช่น รูปหัวกระโหลก รูปหัวใจ และมีบ่อน้ำมรกตจำนวนกว่า 10 บ่อ จุดไฮไลท์ที่สวยที่สุดของหาดชมดาว มีลักษณะเป็นผาหินสูงใหญ่ และเว้าแหว่งยาวคล้ายช่องแคบมีสายน้ำไหลผ่าน และมีก้อนหินเล็กกลางน้ำให้ลงไปโพสต์ท่าถ่ายรูป อีกจุดที่น่าสนใจไม่แพ้กัน คือช่องแคบสองฝั่งโขง ในฤดูน้ำลดจะเห็นช่องแคบนี้ได้อย่างชัดเจน เป็นจุดที่มีน้ำเชี่ยวกราก ในช่วงน้ำขึ้นอาจเจอน้ำวน ช่วงเวลาที่ควรเที่ยวคือช่วงเช้าก่อน 9 โมง และบ่าย 4 โมงเย็น ที่อากาศกำลังดี ช่วงเวลาที่ดีที่สุดในการจองตั๋วเครื่องบินไปอุบลราชธานี เพื่อชมประติมากรรมธรรมชาติที่หาดชมดาว อยู่ระหว่างเดือนพฤศจิกายนถึงพฤษภาคม ซึ่งเป็นช่วงหน้าร้อนน้ำลดโบกผุด การพักกางเต็นท์ในบริเวณลาดหินในหาดชมดาว ต้องได้รับอนุญาตจากเจ้าหน้าที่เสียก่อน และต้องกางเต็นท์ในจุดที่ใกล้เคียงกับที่พักชั่วคราวของเจ้าหน้าที่เท่านั้น     

 

เทศกาลที่สำคัญในอุบลราชธานี

  1. 1. ประเพณีบุญบังไฟ (Bun Bang fai Festival) เป็นประเพณีบุญเดือนหกใน "ประเพณีฮีตสิบสอง”ของชาวอีสาน มรดกทางวัฒนธรรมที่สืบทอดกันมาอย่างยาวนาน ถูกจัดขึ้นเพื่อบูชาอารักษ์ มเหศักดิ์หลักเมือง และขอฝนจากพระยาแถน ซึ่งเป็นเทพที่ดูแลให้ฝนตกต้องตามฤดูกาล ทั้งยังเป็นเครื่องหมายของความสามัคคีและมิตรภาพ “บั้งไฟ” หมายถึง กระบอกไม้ไผ่ที่นำมาบรรจุดินประสิว ผสมกับถ่านไฟ บดให้ละเอียดแล้วอัดลงในกระบอกไม้ไผ่ บั้งไฟมี 3 ขนาด คือ บั้งไฟน้อย บั้งไฟหมื่น บั้งไฟแสนการแห่บั้งไฟ มักจะจัดเป็น ขบวนฟอนรำหรือเซิ้ง มีลีลาที่งดงามอ่อนช้อย ตามประเพณีของหมู่บ้านนั้นๆ มีการประกวดประชันความสวยความงามหลายรูปแบบ นับเป็นเทศกาลที่สนุกสนาน แฝงไว้ด้วยความเชื่อถือศรัทธาที่มีมาอย่างยาวนาน เป็นการถ่ายทอดภูมิปัญญาที่สั่งสมกัน แต่เนื่องจากปัจจุบันแต่ละหมู่บ้านแต่ละชุมชนจะจัดงานประเพณีบุญบั้งไฟในช่วงเวลาที่แตกต่างกัน ทางจังหวัดอุบลราชธานีจึงอนุญาตให้มีการจุดบั้งไฟในช่วงขึ้น 1 ค่ำ ของเดือน 6 จนถึงแรม 15 ค่ำเดือน 6 นักท่องเที่ยวสามารถจองตั๋วเครื่องบินไปอุบลราชธานีได้เป็นเวลา 1 เดือนเต็ม
  2. 2. ประเพณีแห่เทียนพรรษา (Candle Festival) เป็นงานบุญที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของจังหวัดอุบลราชธานี จัดให้มีขึ้นในวันอาสาฬหบูชา ซึ่งตรงกับวันเพ็ญ เดือน 8 และวันเข้าพรรษา  หรือประมาณเดือนกต้นเทียนพรรษาจากคุ้มวัดต่างๆ กว่า 30 ต้น จะถูกเคลื่อนย้ายมาตั้งไว้ ณ บริเวณถนนรอบๆ ทุ่งศรีเมือง เพื่อเตรียมการเข้าร่วมขบวนแห่ในเช้าวันรุ่งขึ้น นับเป็นช่วงเวลาที่ดีที่สุดในการชื่นชมศิลปะการตกแต่งเทียนอย่างประณีตงดงาม ทั้งนี้การประกวดต้นเทียนมี 2 ประเภท คือ ประเภทติดพิมพ์ และประเภทแกะสลัก ในเช้าวันรุ่งขึ้นซึ่งเป็นวันเข้าพรรษา ขบวนแห่จากคุ้มวัดต่างๆ พร้อมนางฟ้าประจำต้นเทียน จะเคลื่อนขบวนจากหน้าวัดศรีอุบลรัตนารามไปตามถนนอุปราช ผ่านหน้าศาลากลาง มาสิ้นสุดขบวนที่ทุ่งศรีเมือง  รูปแบบของการจัดขบวนประกอบด้วย ขบวนเทียนหลวงพระราชทาน ขบวนต้นเทียนของคุ้มวัดต่าง ๆ ซึ่งแต่ละขบวนจะประกอบด้วยการแสดง การละเล่น การฟ้อนรำ การบรรเลงดนตรีในรูปแบบของศิลปวัฒนธรรมพื้นเมือง นักท่องเที่ยวที่จองตั๋วเครื่องบินไปอุบลราชธานีสามารถการเข้าชมขบวนแห่ได้อย่างสะดวกสบาย เพราะมีการจัดเตรียมอัฒจันทร์ให้ได้นั่งชม บริเวณหน้าศาลากลางจังหวัด
  3. 3. ประเพณีไหลเรือไฟ (Illuminated Boat Procession) จัดขึ้นในช่วงวันออกพรรษา บริเวณเชิงสะพานรัตนโกสินทร์ 200 ปี ชาวอุบลฯ เรียกว่า  ไหลเฮือไฟ คือการนำเอาท่อนกล้วยหรือท่อนไม้มาทำเป็นรูปเรือ ประดับด้วยไต้ หรือตะเกียงน้ำมันวางเรียงห่างกัน ประมาณ 1-2 คืบ มีการจัดข้าวปลาอาหาร ขนมนมเนย ฝ้ายไน ไหมหลอด เสื่อผืน และเครื่องไทยธรรมต่างๆ อีกมากมาย บรรจุไว้ข้างในเรือ ในช่วงเช้าจะประกอบการ กุศลด้วยการทำบุญตักบาตร ถวายภัตตาหาร ตกตอนบ่ายก็ตกแต่งเรือด้วยดอกไม้ ธูปเทียน และมีการเล่นสนุกสนานต่างๆ ตกเย็นหลังจากทำพิธีรับศีล ฟังเทศน์ ไหว้พระ พอย่ำค่ำก็นำเรือไฟออกไปกลางแม่น้ำ จุดไฟแล้วปล่อยเรือให้ไหลไปตามลำน้ำมูล บรรยากาศสนุกสนานคล้ายประเพณีลอยกระทง มีเรือของหนุ่มสาวพากันตีกลองร้องรำทำเพลง ทั่วท้องน้ำสว่างไสวไปด้วยไฟระยิบระยับ ปัจจุบันมีการออกแบบและตกแต่งเรือให้วิจิตรบรรจงมากยิ่งขึ้น ประดิษฐ์เป็นเรื่องราวตามพุทธประวัติ หรือสัตว์ในตำนาน แล้วนำไปปักติดเป็นเสาบนแพหยวกกล้วย จองตั๋วเครื่องบินไปอุบลราชธานีเพื่อร่วมงานบุญอันสนุกสนานนี้ได้ประมาณเดือนตุลาคม

สายการบินพันธมิตร

สายการบินพันธมิตรทั้งในและระหว่างประเทศ

เราร่วมมือกับสายการบินต่างๆ ทั่วโลก เพื่อรองรับทุกจดหมายปลายทางที่คุณต้องการ

พันธมิตรผู้ให้บริการชำระเงิน

เราร่วมมือกับผู้ให้บริการชำระเงินที่น่าเชื่อถือ เพื่อให้คุณมั่นใจว่าการชำระเงินของคุณสะดวกและปลอดภัย
Getting To and From the Airport
Finding a ride to or from the airport in Ubon Ratchathani can be a challenge. Luckily, now you can book your airport transport in advance with the Traveloka app. Partnering only with trusted transportation providers, we ensure your airport trip to be worry-free. Take a look at our various transport options and find one that best suits your needs.

เส้นทางยอดนิยม

ต้องการความช่วยเหลือ?